เมื่อ 6 -7 ปีที่แล้ว ข้อพิพากระหว่าง บริษัท Pizza สอง บริษัทในไทย ลงเอยไปขึ้นศาลที่ เมกา แล้ว ก่อนหน้านั้น สิบห้ากว่าปี ที่แล้ว คนเมกา ที่ถูกอิหร่านจับตัวเป็นประกัน ออกมา ขึ้นศาลเมกา ฟ้องอิหร่าน ยับ อิหร่านตอนแรกนั่งหัวเราะ คงจะเหมือนผู้อ่านบางคนที่คงจะหัวเราะผม หลังอ่านบทความนี้ แต่เอาหละ เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ก็คิดกันเอาเองก็แล้วกัน
ผมเห็นใจสุรยุทธิจริงๆ จะไปยุโรปเขาก็ไม่ต้อนรับ บอกเผด็จการ ไป ASEAN เขาก็ตอกหน้าเอาว่าผลักดันประชาธิปไตยกันอยู่ ไม่เอาเผด็จการ จะไปสหรัฐก็เจอ สิธิบัตรยาอีก แล้วไม่ว่าจะยุโรปหรือสหรัฐ ไปก็รับรองคนไทยที่นั่นประท้วงไม่จืดแน่
คะแนนโปร่งใสดีขึ้น
ด้าน นพ.
"ก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศค่าซีไอไม่ขยับเลย อยู่ที่ 3.2 คะแนน ในปี 2542-2545 แต่หลังจากนั้นในปี 2546 ค่าซีไอเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 คะแนน ในปี 2547 เพิ่มเป็น 3.6 คะแนน และล่าสุดในปี 2548 เพิ่มเป็น 3.8 คะแนน ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีมาตรการในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าซีพีไอที่ออกมาในแต่ละปีจะมาจากการเก็บข้อมูลย้อนหลังไป 3 ปี เช่น ค่าซีพีไอในปี 2548 ก็จะมาจากการเก็บข้อมูลระหว่างปี 2546-2548 ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ก็จะสะท้อนออกมาเป็นค่าซีพีไอในปี 2550" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ค่าซีพีไอที่ออกมาเป็นการวัดความรับรู้ของคนในสังคมใน 2 เรื่องคือ มาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น และมาตรการสื่อสารกับคนในสังคม ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือต้องมีมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม และในขณะเดียวกันก็ต้องชี้แจงให้คนทั่วไปเข้าใจด้วยว่าเรามีเจตนาจะต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างแท้จริง เช่นการใช้ระบบประมูลอิเล็กทรอนิกส์(อี-ออคชั่น) โดยเฉพาะกับโครงการขนาดใหญ่
จากยูเอนไม่ใช่พ่อ มาถึงตามยูเอนเรื่องต้านก่อการร้าย
แสดงว่าทักษิณเลือกที่จะเอาของดีของเหมาะของอินเตอร์เท่านั้นมาใช้ในไทย ไม่ได้ตามจนเลือกไม่ออก และไม่ได้ต่อต้านจนเสียเครดิต ไม่ได้เอาใจพวกไม่เอาอินเตอร์ในประเทศ แล้วก็ไม่ได้เอาใจพวกเอาอินเตอร์ในประเทศ ออกมาเป็นไทยพันธ์แท้ ที่ฉลาดเลือกฉลาดเอา มีหลักการ
ปราบยาเสพติดคนไทยคิดว่าสำคัญมาก ก็ทำ ถึงแม้ภาพที่ออกไปถึงแบบยุโรป (ที่ถือว่าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องเล็กและให้สิทธิประชาชนเขาเสพ) ทำให้ไทยดูป่าเถื่อน แต่ก็มีอีกหลายประเทศในโลกที่มองการปราบยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ พวกนี้ไม่ได้มองไทยว่าเถื่อน แต่ชอบในความมุ่มมั่นของไทย เลยเห็นได้ว่าหนังสือข่าวอินเตอร์หลายฉบับลงเรื่องนี้อย่างเป็นกลางมาก ถึงขนาดลงคำพูดของพวกที่ทำงานสลัมบางคนเลย ที่บอกว่า ให้พวกขายยาตายไปเสียได้ก็ดี และลงระเอียดมากถึงปัญหานี้ในไทย
ส่วนเรื่องก่อการร้าย จากที่เคยบอกว่าไม่มีในไทย ก็ปรับจุดยืนใหม่ทันทีที่มีรายงานว่ามีอยู่ในไทยจริง (จากข้อมูลสิงคโปร์) และพวกนี้กำลังวางแผนและเป็นที่พักพิงให้พวกก่อการร้าย ทักษิณไม่ยึดติดกับจุดยืนเดิม ไม่หลอกใครว่าปรอดภัย ปรับจุดยืนโดยไม่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง แล้วก็หาทางป้องกันทันที โดยปรับปรุงกฎหมาย แล้วจับเจไอหลังข่าวร้อนเป็นไฟด้วยข่าวลือมากมายวันสองวันก่อนไปเมกา จับตอนไปเมกาพอดี ไม่ชะลอการจับให้เหมาะกับการเมือง ไม่คำนึงถึงคะแนนเสียงที่จะเสียไปกับการจับ ทำไปตามแนวทางของยูเอนที่ให้เอาจริงเรื่องการปราบพวกก่อการร้าย เลือกที่จะเข้าข้างยูเอนแทนที่จะเข้าข้างคนไทยหลายกลุ่ม ที่ยังมองว่าการก่อการร้ายไม่ผิดเพราะเมกาเป็นศัตรู
สำหรับคนที่มองเพียงว่าแต่ก่อนไทยเฉยกับข้อมูลผู้ก่อการร้ายในไทย ซึ่งแสดงว่าไทยใช้ไม่อ่อน แต่ตอนนี้กลับใช้ไม้แข็ง ก็อย่าลืมว่ากระทั่งซาอุดิอารเบีย ที่สนับสนุนผู้ก่อการร้ายทางอ้อม ยังทบทวนท่าที่หลังจากถูกระเบิดเองไปเมื่อไม่นานมานี้ วันของพวกไม้อ่อนกำลังหมดไปเร็วมากในเรื่องนี้ และไม่ใช่เพราะเมกา แต่เพราะการกระทำของผู้ก่อการร้าย ทักษิณอาจไม่ออกกฏหมายใหม่มาจัดการกับผู้ก่อการร้าย เพราะพวกสิทธิเอนจีโอและหลายกลุ่มต่อต้าน ฉนั้นถ้าเกิดระเบิดขึ้นมา พวกค้านกฏหมายและการใช้ไม้แข็ง ก็เตรียมรับไปเต็มๆ
ในภาวะที่ญี่ปุ่นหาตัวเองไม่พบหลังกลายเป็นยุคแห่งความรู้ และจีนตอบโลกไม่ได้เกี่ยวกับความโปร่งใส และอินเดียยังแบ่งชนชั้น แต่ไทยฟื้นตัวด้วยตัวเองและนโยบายที่ไม่ใช่ของไอเอมเอฟ หลังจากถูกโจมตีจากคนในประเทศพัฒนาแล้วอย่างป่าเถื่อน นอกจากนี้ยังรวมรวมเอเซียเข้าด้วยกันได้ระดับหนึ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน น่าจะพอเห็นเค้าแล้วว่ากำลังต่อรองกับตะวันตกเพิ่มขึ้นและการต้องพึ่งพาน่าจะน้อยลง
แต่ทักษิณก็ไม่ทิ้งเพื่อนเก่าแบบเมกา ที่กลายเป็นภาระทางการเมืองในประเทศไทยไปแล้ว เพราะสิ่งที่คนแบบโซโรสทำไว้ และการบุกเข้าอิรัก สาเหตุคงเป็นเพราะมีคนไทยในเมการาวสามสี่แสนคน และเพราะเมกาเป็นตลาดใหญ่ของบริษัทคนไทยมากมาย ถึงจะเหมาะกับเมกาที่จะทิ้งไทยเหมือนกัน เพราะไทยไม่ได้เข้าข้างเมกาในสงครามอิรัก แต่เมกาก็ต้องยอมรับบทบาทโดดเด่นของทักษิณในเวทีเอเซียมากขึ้นและเพราะคะแนนนิยมทักษิณไนไทยสูงมาก นอกจากนี้ไทยเป็นจุดยุธศาสตร์ทางธุรกิจจุดหนึ่งที่บริษัทเมกาต้องลงมาเล่น ก่อนไปเมกาฝ่ายค้านก็ว่ามากว่าบุชจะไม่พบ พอไปแล้วบุชพบก็บอกว่าซูฮกเมกา เพราะจับเจไอตอนนั้นพอดี ลงสัญญาเอาใจเมกามากมาย และเปลี่ยนจุดยืนเรื่องก่อการร้าย ทั้งๆที่เรื่องเจไอร้อนเป็นไฟจากข่าวลือทั้งใน วันสองวันก่อนไปเมกา แล้วก็ไม่ได้ให้อะไรเมกามากมายเลย ส่วนเรื่องจุดยืนก็คงเป็นผลมาจากที่ผู้ก่อการร้ายระเบิดในซาอุ จนพวกเป็นกลางพวกไม่ตัดสินใจพวกใช้ไม้อ่อน กระโดดเข้าหามติยูเอนกัน