TRT and PPP Fanclub

ทวีวุฒ จุลวัจนะ เปิด สโมสร สำหรับคนรักทรท พลังประชาชน และ ทักษิณ

แฟนบอลแมนซิตี้ เตรียมเหยียบ คมช

ว่าแล้วไง เรื่องฟ้องร้องทักษิณ ว่าโกง นี่จะลามเป็นเรื่องระดับโลกเอาง่ายๆ

 

เมื่อ 6 -7 ปีที่แล้ว ข้อพิพากระหว่าง บริษัท Pizza สอง บริษัทในไทย ลงเอยไปขึ้นศาลที่ เมกา แล้ว ก่อนหน้านั้น สิบห้ากว่าปี ที่แล้ว คนเมกา ที่ถูกอิหร่านจับตัวเป็นประกัน ออกมา ขึ้นศาลเมกา ฟ้องอิหร่าน “ยับ” อิหร่านตอนแรกนั่งหัวเราะ คงจะเหมือนผู้อ่านบางคนที่คงจะหัวเราะผม หลังอ่านบทความนี้ แต่เอาหละ เชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ก็คิดกันเอาเองก็แล้วกัน

 แต่หลังจากอิหร่านหัวเราะ ได้ไม่กี่วัน “ศาลเมการับฟ้อง” คนเมกาฟ้องรัฐบาลประเทศอื่น แล้วจากหัวเราะ อิหร่านกุมขมับ เพราะ สินทรัพย์อิหร่าน ทั่วโลกถูก “อายัด” เอามาจ่ายค่าเสียหาย แล้วเมื่อไม่นานมานี่เอง บริษัทเมกา ลงเอยฟ้องบริษัทไทยในศาลเมกา ฝ่ายไทยที่ไปโกงเขานั่งยิ้ม บอกเชิญเลย “ไม่กลัวมึง” ไม่มีอะไรให้ยึดในเมกา เสร็จสับ ไทยแพ้คดี ถูกสั่งอายัดทรัพย์มาจ่ายผู้ชนะ คนไทยไม่กลัว ไม่มีอะไรให้ยึดจริง แต่คนชนะ ร่อนจดหมายถึงคู่ค้า ของบริษัทคนไทยนั้น ทั่วโลก บอก “ถ้าคุณมีธุรกรรมอะไรกับบริษัทนี้ แทนจ่ายเขา ต้องเอาเงินมาให้เรา” ไม่งั้นเราลากคุณขึ้นศาล คนไทยคนนั้น ที่ไปโกงฝรั่ง “งง” เพราะบริษัทตัวเองคือนำเข้าส่งออก

 ที่เขียนมาก็เล่าให้ฟังถึงเรื่องดังๆเท่านั้น ว่าจริงๆแล้ว เรื่องฟ้องร้องกัน สมัยนี้มันข้ามพรมแดน นี่ไทยจะไปพ้องทักษิณในศาลอังกฤษ เอาตัวกลับประเทศ แล้วยึดแมนซีตี้คืน ปัดโถ่กระทรวงต่างประเทศ นั่งตบยุงอยู่หรือว่าอะไร โน่น ทักษิณเขานั่งพลิก สนธิสัญญาที่ไทย ไปลงนามไว้กับสหประชาชาติ “ว่าด้วยเรื่องกระบวนยุติธรรม” แล้ว แล้วถามหน่อยเถอะ หลอกตัวเองอยู่หรือเปล่า ออกจากกะลามาดูเสียทีได้ไหมว่ากระบวนการที่ใช้ “จับทักษิณ” ในไทยนะ นอกจากจะผิดกฎหมายไทยแล้ว ที่พวกผู้พิพากษาไทยเอง เขาก็ออกมาพูดถึงกันไม่รู้จะกี่คนแล้ว นอกจากจะผิดในไทยแล้ว มันยังไป “หักดิบ” สนธิสัญญาที่ให้ไว้กับยูเอ็น อีกไม่รู้กี่สิบจุด

 แล้วไงหละ นึกว่าทักษิณขาโง่หรือ แน่นอนเขาจะต่อสู้กับไทยในศาลอังกฤษ ที่รัฐบาลไทยไปฟ้อง แล้วพอรัฐบาลไทยแพ้ ซึ่งมันก็แน่นอนสุดๆว่าจะแพ้ แล้วหลังจากนั่นนะ คิดว่าทักษิณขาจะทำอะไรหละ โน่น เจ้าของแมนซิตี้ คลับที่มีแฟนรักทีม แล้วกำลังรักทักษิณาเอามากๆ ถ้าทักษิณไม่หาทางฟ้องกลับให้มันรู้กัน ไอ้ตรงนี้หละนะมันจะสนุก

 ไม่กลัวก็ไม่ว่ากัน จะบอกว่าอย่ามาขู่เลยก็ไม่ว่าเหมือนกัน จะหาว่าผมประสาทก็เชิญ

 แต่จริงๆแล้ว เรื่องของรัฐบาลไทยนะ “มันเลวร้าย” กว่านั่นมาก อยากรู้ไหมว่าทำไม ก็เพราะ “แมนซิตี้ มันบริษัทอังกฤษ” โอ้ยผมหละกลัวใจทักษิณจริงๆ บริษัทอังกฤษ อังกฤษเขามองว่าเป็นของเขา เขาก็ต้องปกป้อง เข้าใจไหมครับกระทรวงต่างประเทศ แล้ว ถ้าทักษิณ เขาวางแผน ซื้อตัวผู้เล่นอีกสัก ห้าหก คน แล้วต้องใช้เงินสัก ห้าสิบ ล้านปอนด์ แล้วเขาหาไม่ได้เพราะเงินมันถูก ยึดอยู่ในไทย ก็เรียบร้อย ฟ้องศาลอังกฤษ ไปเลย ว่ารัฐบาลไทยทำร้ายบริษัทอังกฤษ แล้วทักษิณขนแฟนแมนซิตี้สักหมื่นคน ไปประท้วงสถานทูตไทย  

 เขียนมาถึงนี่ ถ้ายังไม่เข้าใจ ลองถามตัวเองดูสิว่า ถ้าบริษัทไทย ในเมืองไทย ถูกรัฐบาลคนอื่นโกงนะ แล้วบริษัทไทยมาขึ้นศาลไทย ฟ้องร้องรัฐบาลอื่น ไทยจะเอาขึ้นศาลหรือไม่  แน่นอน ทุกฝ่ายมาเจรจากันทันที เพราะไม่อยากให้ขึ้นโรงขึ้นศาลกัน มันมีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องคิดถึง แต่โน่นจำได้ไหม ขายข้าวให้ รัซเซีย รัซเซียเอาข้าวไป ไม่จ่ายเงินเสียดื้อๆอย่างนั้น คนไทย แทบจะขึ้นโรงขึ้นศาลฟ้อง รัฐบาลรัซเซีย กันเลย  แล้วกำพูชาอีก จำได้ไหม คนไทยโกรธขนาดไหน เรียกร้องกันให้รัฐบาลกำพูชา ชดใช้ค่าเสียหายให้เอกชนไทยด้วย นั่นนะขนาดไม่ใช่เพราะรัฐบาลเลยนะ ที่มาทำลายสินทรัพย์คนไทย

 นี่อย่าให้บอกเลยนะว่าแฟนบอลอังกฤษนะเขา “คลั่ง” ทักษิณขนาดไหน เอาง่ายๆ เมื่อวันก่อน เวบแฟนบอล ที่ดุที่สุดในอังกฤษ คือด่าแหลกยิ่งกว่าผู้จัดการสักพันเท่า บอกว่า “จับตาลูกผู้ชายของประชาชน คนนี้ไว้ดีๆ” ในภาษาฝรั่งคือ “Keep Watch on This Man of the People” อย่างที่ผมบอกนะ ผมนะขั้วทักษิณ เต็ม 100% แต่บอกตามตรงเลย ยังไงก็คนไทยตาดำๆคนหนึ่ง มาตอนนี้ “มันสุดกลัวใจทักษิณเลย” ว่าจะลากไทย “ลงนรก” ไปหรือเปล่า เพราะถ้าจะทำหละก็ “ช่องทางมันเปิดให้ทำ”  สุดท้าย มีใครจับเวลาอยู่หรือเปล่าว่าทักษิณ อยู่อังกฤษมานานแค่ไหนแล้ว หรือว่ากฎหมายแปลงสัญชาติเป็นคนอังกฤษ นะ มันเป็นยังไง

 เข้าใจไหม กระทรวงต่างประเทศ แฟนแมนซิตี้ เขาต้องการ “ชนะพรีเมียลีก”

จีนแลอินเดีย “อู่ข้าวอู่น้ำ” ของสุรยุทธิ ที่ไม่มี “เรื่อสำเภา”

 

ผมเห็นใจสุรยุทธิจริงๆ จะไปยุโรปเขาก็ไม่ต้อนรับ บอกเผด็จการ ไป ASEAN เขาก็ตอกหน้าเอาว่าผลักดันประชาธิปไตยกันอยู่ ไม่เอาเผด็จการ จะไปสหรัฐก็เจอ สิธิบัตรยาอีก แล้วไม่ว่าจะยุโรปหรือสหรัฐ ไปก็รับรองคนไทยที่นั่นประท้วงไม่จืดแน่

 ไม่เหมือน ทักษิณเลย เป็นผู้นำคนใหม่ของ ASEAN เป็นผู้บุกเบิก Asia Bond ขนาดที่ปรึกษาทักษิณ พี่พันศักดิ์ ยังไปพูดให้โรงเรียนนายร้อยจีนฟัง ชนิดตั้งแต่ตั้งโรงเรียนนั้นมา คนต่างชาติเพียงสองคนเท่านั้นที่ได้เชิญไปพูดที่นั่น แล้วทักษิณก็ร่อนไปทั่วโลก ไปที่ไหนคน “ฮือฮา” กับวิสัยทัศทักษิณ ขนาดน้ำมันจะขึ้นไป US$100 ต่อถัง ทักษิณยังออกมาขอให้ “อาหรับ” เอาเงิน “เวียนเทียน” มาเข้าภาคเศรษฐกิจจริง เศรษฐกิจโลกจะได้ไม่พังลงมา กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ว่าผู้นำไทยพูดเรื่องน้ำมัน แล้วมีสาระพอออกเป็นข่าวไปทั่วโลก แล้วของแบบ “สามสิบบาท” แทบจะลอกกันไปใช้ในทุกประเทศจนๆ รัฐมนตรีจากประเทศแอฟริกา แทบจะเดินชนกันตายที่กระทรวงสาธรณสุข แล้วแบบพอ Nano-Technology ออกมาไม่ถึงห้าปี ทักษิณดันจุฬาเข้าไปศึกษาแล้ว

 พออินเดียกลายเป็นศูนย์กลาง ไอที แบบข้ามวันข้ามคืน ทักษิณ “เข่ากระตุก” ไปลากเอา “บิดา” ไฮเทค อินเดีย มาเป็นที่ปรึกษาไทย จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทักษิณไปลากมาทำ FTA โอยถ้าจะให้เขียนอีก เขียนได้อีกเป็นหน้าๆในแนวนี้

 แต่นี่มันเรื่องของ สุรยุทธิ นายกที่สุภาพเรียบร้อย องคมนตรีเก่า ผู้ดีที่ซื่อๆ ต่อสู้อยู่กับหลายสิ่งหลายอย่างที่พูดไม่ได้ เอาหละก็เห็นใจท่านก็แล้วกัน “ว่าถ้ามาจากการเลือกตั้ง คงแสดงความสามารถได้มากกว่านี้”

 ปัญหามันคือ พอผมเห็นท่านโฆสิต เอา โอทอป มาขยายผล แล้วแก้ไขจุดอ่อน เสริมจุดแข็งเข้าไป แล้วมันชื่นใจยังไงไม่รู้ มีความรู้สึกดีว่า ยังไงเมืองไทยไม่สิ้นคนดี น่าจะยังเดินต่อไปได้ ให้มันได้แบบนี้สิ อะไรดีของทักษิณและทรทก็เก็บเอาไว้ แล้วทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่ทำลายมันลงหมด แบบลูกหม้อ สนธิ ลิ้มทองกุล เพื่อนรักผม ที่มาเล่าให้ฟังว่าในโอทอปนะ มันมีแต่การเมือง “เละไปหมด” เหมือนทุกอย่างของทักษิณนะ ที่ดูดีจากข้างนอก แต่ข้างใน “เน่าหมด” คือมันก็แปลกนะครับ บางทีอะไรที่ดี ถึง 80% เราไม่พอใจ พร้อมทำลายมันแล้ว ก็สันดานของนักข่าวแบบสนธิหละครับ ดีไม่เคยชม

 สรุปสักหน่อยคือเห็นท่านโฆสิตกับโอทอป แล้วประกายตามันออกนะครับ อยากให้ท่านสุรยุทธิ ทำแบบนั้นมั่งจัง นี่ก็ไปจีนและอินเดียมาหลายหนแล้ว น่าจะสนิทกันแล้วนะครับ ผมจะไม่เป็นเหมือนสนธิ คือออกมาด่าว่าไปมาทั้งสองประเทศหนสองหน แต่ทำไมไม่ได้อะไรกลับมาเลย

 พี่สนธิ ลิ้มทองกุลคงบอกว่า “อย่าไปดีกว่าถ้าไม่ได้อะไร เสียเวลาเปล่าๆ” แต่ผมขอมองว่ามันสร้างรากฐานที่ดีแล้วก็แล้วกัน ถึงจะกลับมามือเปล่า แล้วถ้ารู้จักพี่สนธิ ลิ้มทองกุลดีพอ เพราะนายเก่าผมเอง เขาคงจะด่านายกสุรยุทธิว่า ที่ประกาศออกมาเรื่องสามเหลี่ยมเศรษฐกิจกับอินเดียนะ มันตั้งแต่สมัยทักษิณแล้ว ถนนจากเวียดนามออกพม่าไปอินเดียนะ เขาวางกันมานานแล้ว อย่ามาชุบมือเปิบ แล้วก็ 3G ที่จีนจะมาลงทุนให้นะ มันก็แค่ต้องการขายอุปกรณ์ให้ก็เท่านั้นเอง แล้วอย่านึกว่าไม่รู้นะ เรื่อง Hua Wai และที่เขาโกรธที่ไป บัง ไปบอกว่าอาวุธจีน “เฮ็งซวย” คือข่าวลือมันคือไปจีนหนนั้น ก็เพราะเขาไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่นัก และเพื่อแก้ปัญหาเท่านั้นเอง

 แต่เอาหละเขียนมาสะยาวยืด ประเด็นคืออะไรกันแน่ มาแอบชมทักษิณ แล้วอัด คมช หรือว่าอะไร เปล่าครับท่านผู้อ่าน สรุปคืออยากจะเตือนสติท่านนายกสุรยุทธิเท่านั้นเองว่าประเด็นมันคืออะไร ในการเยือน อินเดียและจีน ประเด็นคือ “อย่าลืมแกะรอยทักษิณ” และ “เดินตามทางที่เขาสร้างไว้ให้” เหมือนโอทอปนะครับ เอามาปัดฝุ่นสร้างมูลค่าและคะแนนให้ตัวเองสบาย

 คือจีนและอินเดีย เขาไอเทคมาก สนับสนุนตรงนี้มาก แล้วเขาสนิทกับไทยทั้งสองประเทศมาก สนิทมากจนมองข้ามเวียดนามเอาง่ายๆ ไม่เหมือนพี่ยุ่นหรือพี่เมกา ที่เงินและกำไรมาก่อนเพื่อน ตอนนี้บริษัทไฮเทตอินเดียเข้าจีนกันป็นว่าเล่น แล้วของจีนก็วิ่งกลับเข้าอินเดียเป็นว่าเล่น แล้วพี่ไทยอยู่ตรงกลาง เพื่อนรักของทั้งสอง “มันจะดึงไอเทคจากทั้งสองประเทศนั้นมาแต่งงานกับคนไทย “เป็นรักสามเส้า” ไม่ได้เลยหรือ

 คือทักษิณเขาปูทางไว้ให้แล้ว จะไปบุกป่าสร้างทางเดินอะไรใหม่ขึ้นมาหละ ไม่มีใครเขาว่าหลอกถ้าสานต่อทักษิณ ที่เขาจะว่าเอา ก็แบบ ลงทุนไปจีนและอินเดีย ไม่รู้จะกี่หน ทำอย่างกับเป็น “อู่ข้าวอู่น้ำ” สำคัญ แต่เรือสำเภา ระหว่างกัน ไม่มีสักลำ กลับมามือเปล่า ทั้งจีนและอินเดีย นั่งสงสัย พี่สนธิ ลิ้มทองกุลคงจะด่าเอาว่า “มาทำไมกันนี่ เสียเวลาจริงๆ”

งงหวะ ทำไมฝรั่งหลายเจ้าบอกทักษิณโกงน้อน

 เมื่อวันก่อน สถาบันวิจัย เพิกร์ ออกมาบอกว่าโกงสมัยทหารนี้ มีมากกว่าสมัยทักษิณ คนก็ไม่เชื่อกันไปทั้งเมือง โดยเฉพาะทหาร แต่นั่นมันแค่ปีนี้เท่านั้น ถ้าย้อนกลับไปดู มีสถาบันวิจับอื่น ที่ออกผลวิจัยเรื่องการโกงสมัยทักษิณมาเหมือนกัน และก็เหมือนกับหนนี้ ในอดีตนั้น ก็ไม่เชื่อกันไปทั้งเมืองเหมือนกัน เอาหละเราคนไทยอาจจะรู้ดีกว่าฝรั่ง แต่ฝรั่งนั้นแน่นอนว่าไม่ได้มี “อะไรได้เสียกับการเมืองไทย” เขาเจออะไร เขาใช้มาตรฐานอะไรวิจัยโลก เขาก็ใช้อันนั้นไปทั่วโลก เจออะไรทั่วโลก เขาก็รายงานไปตามนั้น คือเขาเรียกว่ามี ความเป็นกลาง นะครับ ส่วนเราคนไทย กลางไม่กลางผมไม่ทราบ แต่แน่นอน เรามีความ “รู้สึกมาก” เรื่องนี้

 

 คะแนนโปร่งใสดีขึ้น

 

ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยนายกทักษิณ กล่าวถึงกรณีที่องค์กรเพื่อความโปร่งใสระหว่างประเทศ(ทีไอ) เผยแพร่ผลสำรวจระดับการคอร์รัปชั่นและดัชนีบ่งชี้สภาวะคอร์รัปชั่น(ซีพีไอ) โดยในปี 2548 ประเทศไทยมีคะแนนเฉลี่ย 3.8 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน ซึ่งเป็นระดับไม่น่าพอใจ จัดอยู่ในอันดับที่ 59 จาก 158 อันดับทั่วโลก ว่าทีไอเริ่มสำรวจระดับการคอร์รัปชั่นของประเทศต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ปี 2539 และในแต่ละปีจะมีประเทศที่เข้าร่วมการจัดอันดับเพิ่มขึ้น ทำให้อันดับแปรไปตามจำนวนประเทศเข้าร่วม ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้รับการจัดลำดับเป็นประเทศที่มีคะแนนความโปร่งใสสูงสุดเป็นอันดับที่ 64 ในปี 2546 (จากประเทศที่เข้าร่วม 145 ประเทศ) และมาเป็นอันดับที่ 59 ในปี 2548 (จากประเทศที่เข้าร่วม 158 ประเทศ) ดังนั้น ตัวชี้วัดที่สำคัญน่าจะอยู่ที่ค่าซีพีไอ

 

"ก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศค่าซีไอไม่ขยับเลย อยู่ที่ 3.2 คะแนน ในปี 2542-2545 แต่หลังจากนั้นในปี 2546 ค่าซีไอเพิ่มขึ้นเป็น 3.3 คะแนน ในปี 2547 เพิ่มเป็น 3.6 คะแนน และล่าสุดในปี 2548 เพิ่มเป็น 3.8 คะแนน ตรงนี้ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลมีมาตรการในการต่อต้านการคอร์รัปชั่นชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าซีพีไอที่ออกมาในแต่ละปีจะมาจากการเก็บข้อมูลย้อนหลังไป 3 ปี เช่น ค่าซีพีไอในปี 2548 ก็จะมาจากการเก็บข้อมูลระหว่างปี 2546-2548 ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ก็จะสะท้อนออกมาเป็นค่าซีพีไอในปี 2550" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ค่าซีพีไอที่ออกมาเป็นการวัดความรับรู้ของคนในสังคมใน 2 เรื่องคือ มาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่น และมาตรการสื่อสารกับคนในสังคม ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือต้องมีมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม และในขณะเดียวกันก็ต้องชี้แจงให้คนทั่วไปเข้าใจด้วยว่าเรามีเจตนาจะต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างแท้จริง เช่นการใช้ระบบประมูลอิเล็กทรอนิกส์(อี-ออคชั่น) โดยเฉพาะกับโครงการขนาดใหญ่

อียู อัด "ยุบทรทยับ"

ข่าวจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ข่าวดีสำหรับผู้ประท้วงทรราชทหารที่สมสู่เสพสังวาสหื่นกับกลุ่มคันตาชั่ง

ขณะนี้ สหภาพยุโรปนำโดยเยอรมนีที่ทำหน้าที่ประธานของ EU ในขณะนี้ ได้ออกมาประณามและประท้วงการตัดสินของเก้าตุลาการรัฐธรรมนูญที่ออกคำสั่งยุบพรรคไทยรักไทยแล้ว โดยสหภาพยุโรปได้เชิญทูตไทยในประเทศต่างๆ เพื่อประท้วงคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา และแสดงความผิดหวังกับท่าทีของไทยที่บอกว่าจะพัฒนาประชาธิปไตยแต่กำลังทำสิ่งที่ตรงข้าม กำจัดคู่แข่งทางการเมือง 111 คนซึ่งเป็น สส. สำคัญของประเทศ ทำให้การแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยของไทยไม่มีความเป็นธรรมต่อไป

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์เนชั่นได้ลงบทความเมื่อวันที่ 30 พค .50 ว่า ในเยอรมนีก็มีการยุบพรรคการเมืองเช่นกัน แต่เดอะเนชั่น กลับพลาดที่จะมองสาเหตุของการยุบพรรคในเยอรมนีว่าต่างกับการยุบพรรคไทยรักไทยโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ พรรคไทยรักไทย เป็นพรรคที่มีคะแนน 3 ใน 5 ของรัฐสภา ขณะที่พรรคในเยอรมนีที่ถูกยุบไม่มี สส หรือมีแต่น้อยมาก

พรรคสังคมนิยม และคอมมิวนิสต์ที่ถุกยุบ เพราะสังคมนิยมจะนำนโยบายของพรรคนาซีที่จะก่อสงครามประชาชาติมาใช้ ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์จะล้มระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้พรรคที่ถูกยุบในเยอรมนีมีแผนจะวางระเบิดสังหารชาวยิวที่อพยพมาจากรัสเซีย ทั้งหมดจึงเป็นเรื่องของพรรคที่มีแนวทาง fundamentalist หรือสุดขั้ว กรณีนอกจากนี้ ในเยอรมนีเขาจะไม่ยุบพรรคการเมืองทั้งสิ้น

ต่างกับพรรคไทยรักไทยที่ไม่เคยมุ่งล้มระบอบประชาธิปไตย แต่กลับสร้างพลังมวลชนในชนบทให้เข้มแข็ง แม้จะมีการกล่าวหาว่าเอาเปรียบการเลือกตั้ง ไทยรักไทยก็ทำเพื่อให้ระบบรัฐสภาคงอยู่ เดินหน้าไปได้ เรื่องโกงกิน พรรคทั้งไทยและฝรั่งก็ล้วนเจอข้อหาดังกล่าว ไม่เว้นแม้แต่เดโมแครต หรือรีพับลีกันของอเมริกาเอง จึงไม่อาจนำกรณีอ่อนๆ ของไทยรักไทยไปเปรียบเทียบกับการฆ่าคน ทำลายล้างชาวยิว ก่อสงครามกับประชาชาติของพรรคที่ถูกยุบในเยอรมนีได้เลย

จาก ยูเอ็น ไม่ใช่พ่อ ถึง ยูเอ็นใช่พ่อ

 

จากยูเอนไม่ใช่พ่อ มาถึงตามยูเอนเรื่องต้านก่อการร้าย

 ทักษิณเลือก

แสดงว่าทักษิณเลือกที่จะเอาของดีของเหมาะของอินเตอร์เท่านั้นมาใช้ในไทย ไม่ได้ตามจนเลือกไม่ออก และไม่ได้ต่อต้านจนเสียเครดิต ไม่ได้เอาใจพวกไม่เอาอินเตอร์ในประเทศ แล้วก็ไม่ได้เอาใจพวกเอาอินเตอร์ในประเทศ ออกมาเป็นไทยพันธ์แท้ ที่ฉลาดเลือกฉลาดเอา มีหลักการ

 ไม่ทำตามยูเอน

ปราบยาเสพติดคนไทยคิดว่าสำคัญมาก ก็ทำ ถึงแม้ภาพที่ออกไปถึงแบบยุโรป (ที่ถือว่าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องเล็กและให้สิทธิประชาชนเขาเสพ) ทำให้ไทยดูป่าเถื่อน แต่ก็มีอีกหลายประเทศในโลกที่มองการปราบยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ พวกนี้ไม่ได้มองไทยว่าเถื่อน แต่ชอบในความมุ่มมั่นของไทย เลยเห็นได้ว่าหนังสือข่าวอินเตอร์หลายฉบับลงเรื่องนี้อย่างเป็นกลางมาก ถึงขนาดลงคำพูดของพวกที่ทำงานสลัมบางคนเลย ที่บอกว่า “ให้พวกขายยาตายไปเสียได้ก็ดี” และลงระเอียดมากถึงปัญหานี้ในไทย

 ทำตามยูเอน

ส่วนเรื่องก่อการร้าย จากที่เคยบอกว่าไม่มีในไทย ก็ปรับจุดยืนใหม่ทันทีที่มีรายงานว่ามีอยู่ในไทยจริง (จากข้อมูลสิงคโปร์) และพวกนี้กำลังวางแผนและเป็นที่พักพิงให้พวกก่อการร้าย ทักษิณไม่ยึดติดกับจุดยืนเดิม ไม่หลอกใครว่าปรอดภัย ปรับจุดยืนโดยไม่กลัวเสียเครดิตทางการเมือง แล้วก็หาทางป้องกันทันที โดยปรับปรุงกฎหมาย แล้วจับเจไอหลังข่าวร้อนเป็นไฟด้วยข่าวลือมากมายวันสองวันก่อนไปเมกา จับตอนไปเมกาพอดี ไม่ชะลอการจับให้เหมาะกับการเมือง ไม่คำนึงถึงคะแนนเสียงที่จะเสียไปกับการจับ ทำไปตามแนวทางของยูเอนที่ให้เอาจริงเรื่องการปราบพวกก่อการร้าย เลือกที่จะเข้าข้างยูเอนแทนที่จะเข้าข้างคนไทยหลายกลุ่ม ที่ยังมองว่าการก่อการร้ายไม่ผิดเพราะเมกาเป็นศัตรู

 แต่อย่าด่าทักษิณถ้าไทยถูกระเบิด

สำหรับคนที่มองเพียงว่าแต่ก่อนไทยเฉยกับข้อมูลผู้ก่อการร้ายในไทย ซึ่งแสดงว่าไทยใช้ไม่อ่อน แต่ตอนนี้กลับใช้ไม้แข็ง ก็อย่าลืมว่ากระทั่งซาอุดิอารเบีย ที่สนับสนุนผู้ก่อการร้ายทางอ้อม ยังทบทวนท่าที่หลังจากถูกระเบิดเองไปเมื่อไม่นานมานี้ วันของพวกไม้อ่อนกำลังหมดไปเร็วมากในเรื่องนี้ และไม่ใช่เพราะเมกา แต่เพราะการกระทำของผู้ก่อการร้าย ทักษิณอาจไม่ออกกฏหมายใหม่มาจัดการกับผู้ก่อการร้าย เพราะพวกสิทธิเอนจีโอและหลายกลุ่มต่อต้าน ฉนั้นถ้าเกิดระเบิดขึ้นมา พวกค้านกฏหมายและการใช้ไม้แข็ง ก็เตรียมรับไปเต็มๆ

 อีกไม่กี่เก้าก่อนเป็นผู้นำเอเซีย และพึ่งพาตะวันตกน้อยลง

ในภาวะที่ญี่ปุ่นหาตัวเองไม่พบหลังกลายเป็นยุคแห่งความรู้ และจีนตอบโลกไม่ได้เกี่ยวกับความโปร่งใส และอินเดียยังแบ่งชนชั้น แต่ไทยฟื้นตัวด้วยตัวเองและนโยบายที่ไม่ใช่ของไอเอมเอฟ หลังจากถูกโจมตีจากคนในประเทศพัฒนาแล้วอย่างป่าเถื่อน นอกจากนี้ยังรวมรวมเอเซียเข้าด้วยกันได้ระดับหนึ่งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน น่าจะพอเห็นเค้าแล้วว่ากำลังต่อรองกับตะวันตกเพิ่มขึ้นและการต้องพึ่งพาน่าจะน้อยลง

 แต่ก็ไม่สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

แต่ทักษิณก็ไม่ทิ้งเพื่อนเก่าแบบเมกา ที่กลายเป็นภาระทางการเมืองในประเทศไทยไปแล้ว เพราะสิ่งที่คนแบบโซโรสทำไว้ และการบุกเข้าอิรัก สาเหตุคงเป็นเพราะมีคนไทยในเมการาวสามสี่แสนคน และเพราะเมกาเป็นตลาดใหญ่ของบริษัทคนไทยมากมาย ถึงจะเหมาะกับเมกาที่จะทิ้งไทยเหมือนกัน เพราะไทยไม่ได้เข้าข้างเมกาในสงครามอิรัก แต่เมกาก็ต้องยอมรับบทบาทโดดเด่นของทักษิณในเวทีเอเซียมากขึ้นและเพราะคะแนนนิยมทักษิณไนไทยสูงมาก นอกจากนี้ไทยเป็นจุดยุธศาสตร์ทางธุรกิจจุดหนึ่งที่บริษัทเมกาต้องลงมาเล่น ก่อนไปเมกาฝ่ายค้านก็ว่ามากว่าบุชจะไม่พบ พอไปแล้วบุชพบก็บอกว่าซูฮกเมกา เพราะจับเจไอตอนนั้นพอดี ลงสัญญาเอาใจเมกามากมาย และเปลี่ยนจุดยืนเรื่องก่อการร้าย ทั้งๆที่เรื่องเจไอร้อนเป็นไฟจากข่าวลือทั้งใน วันสองวันก่อนไปเมกา แล้วก็ไม่ได้ให้อะไรเมกามากมายเลย ส่วนเรื่องจุดยืนก็คงเป็นผลมาจากที่ผู้ก่อการร้ายระเบิดในซาอุ จนพวกเป็นกลางพวกไม่ตัดสินใจพวกใช้ไม้อ่อน กระโดดเข้าหามติยูเอนกัน