|
เปิดผนึกถึงนักประชาธิปไตยทุกคน: คนประท้วง คมช จะมากขึ้น ถ้าคนไทยเข้าใจประชาธิปไตยมากขึ้น สรุปนำ: ข้างล่าง เป็นระดับสติและปัญญาของสื่อ หนึ่งคือ โพสทูเดย์ และก็มีคำตอบที่แสดงให้เห็นถึงระดับและสติปัญญาของคน ที่เสพสื่อแบบโพสทูเดย์ ทาง นปก ต้องสื่อเข้าไปให้ถึงคนอ่านพวกนี้ให้ได้ รวมถึงนักข่าวด้วย เพราะปัญหาแท้จริงแล้ว จากการวิเคราะห์ ทั้งคำถามและคำตอบ แสดงให้เห็นชัดเจนที่สุดว่า ทั้งสองกลุ่ม ยังไม่เข้าใจคำว่า ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และความยุติธรรม สิ่งที่ โพสทูเดย์รายงานวันนี้ เป็นบทพิสูจน์ชัดเจนที่สุด ถึงความเสื่อมถอย ทางสังคมไทย และหน้าที่สำคัญของ นปก นอกจากจะ ประท้วงไล่เผด็จการแล้ว ยังต้องใช้อีกมือ อบรมสั่งสอนคนรุ่นใหม่ เพราะแทบทุกคำถามและคำตอบ ของโพสทูเดย์ แสดงให้เห็นว่า ความคิดด้านเผด็จการและอำนาจนิยม ได้แผ่กระจายเข้าไปยังสังคมแล้ว ลึกขนาดไหน พวกเรานักประชาธิปไตย กำลังใช้เวลาส่วนมากไปในทางประท้วงเผด็จการ แต่ผมคิดว่า จากการอ่านสิ่งใน โพสทูเดย์แล้ว เห็นได้ชัดที่สุดว่า คนไทยหมู่มาก ยังไม่เข้าใจประชาธิปไตยเลย คำถามที่เราคิดกันว่าระดับโพสทูเดย์น่าจะถาม และผมก็โพสเก่าเลยขอถามเสียเองเลย คือเรา มีหน้าที่สอนให้คนทั่วไปเข้าใจถึงประชาธิปไตย และ สิทธิขั้นพื้นฐานในระบบนั้น ด้วยหรือไม่ นอกจากการออกมาประท้วง สาเหตุที่สำคัญอาจจะเป็นเพราะคนไม่เข้าใจประชาธิปไตย จึงไม่เข้าใจการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของเรา ถ้าเขาเข้าใจ อาจจะแก้โจทย์ให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้มากมาย และทำให้ฝ่ายเรา เป็นที่ยอมรับไปทั่ว มากกว่าตอนนี้ ต่อไปข้างล่างคือคำถามและคำตอบ ในวงเล็บ คือคำถาม ที่ผมคิดว่าระดับ โพสทูเดย์ น่าจะถามมากกว่า เพราะอาจจะได้รับคำตอบอีกชนิดเลย ทีเดียว แทนคำถามชี้นำ และตื้นเขิน จนหาประโยชน์ในคำถามและคำตอบไม่ได้เลย นอกจากเป็นบทพิสูจน์ ว่าคนเสพสื่อแบบ โพสทูเดย์ นั้น ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทางสติและปัญญาขนาดไหน เรานักประชาธิปไตย ต้องเคารพคนระดับนั้น เราต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังอยู่ระดับไหน เพราะเราถูกสอนมาให้เคารพสิทธิผู้อื่น แต่เราก็สามารถ สอนเขาได้เหมือนกัน ว่าประชาธิปไตยคืออะไร และสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ คืออะไร ถ้าเขาสามารถเห็นแสงสว่างได้ เขาจะเดินมาหาเราเอง กรองข่าวมาเล่า อย่าเผาบ้านเรือนตัวเอง หนีไม่พ้นที่วงเสวนาประจำสัปดาห์ของพวกเราจะ หยิบยกเรื่องการจลาจลย่อยๆ หน้าบ้านของ ฯพณฯ พล.อ. ประเด็นที่เราหยิบยกมาวิเคราะห์กันมี 5 หัวข้อดังนี้ 1. การจลาจลขนาดย่อยวันนั้นเป็นเหตุบังเอิญหรือ เป็นความตั้งใจ ในเมื่อแกนนำ นปก. เคยประกาศว่า จะเคลื่อนไหวโดยสันติวิธีและเคยนำรูปปั้นมหาตมะ คานธี ผู้นำการต่อสู้แนวอหิงสามาตั้งไว้ (ลองถามใหม่ดู ว่าการตั้งด่านสกัดสามสี่ด่าน และ บุกเข้าไป พยายามจับกุม แกนนำ ทั้งที่เขาก็อยู่กันเฉยๆก่อนหน้านั้น ไม่ได้ทำร้ายตำรวจ ฝ่ายไหน ถูกผิด) วงเสวนาสรุปว่า ไม่แปลกใจแม้แต่นิด ที่เห็นม็อบเถื่อน ถ่อยหน้าบ้านสี่เสา เพราะแกนนำ นปก. พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความรุนแรง โดยใช้มาตรการต่างๆ ทั้งยั่วยุ กดดัน ข่มขู่ เป็นการวางหลุมพรางให้เจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายทหารตอบโต้ด้วยกำลัง เพราะทันทีที่ทหารหรือตำรวจใช้กำลัง นปก.จะประสบชัยชนะทางการเมืองทันที ฝ่ายข่าวกรองของรัฐบาลและกองทัพรู้เกมนี้ดี จึงไม่ยอมเดินเข้าสู่กับดัก โดยใช้ความอดทน อดกลั้นต่อการยั่วยุตลอดมา ดังจะเห็นได้จากการที่แกนนำ นปก. ได้ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนโดยมีการวางแผนอย่างดีว่า ตำรวจปราบปรามประชาชน ทั้งที่ประชาชนและสื่อมวลชนเห็นได้ชัดเจนว่า ม็อบที่บ้าคลั่งทำร้ายตำรวจที่มีแต่โล่คอยป้องกันตัวเท่านั้น และทำร้ายคนขับรถ กทม. ขับรถพุ่งเข้าชนเจ้าหน้าที่ แม้แต่การสลายม็อบได้ใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล โดยใช้กระบองน้อยที่สุด 2. แกนนำ นปก. โจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่ออะไร? และจะหยุดอยู่เพียงแค่นี้ หรือมีเบื้องหลังมากกว่านี้ (ลองถามใหม่ดูสิ ว่าการไปประท้วงคนอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ ทำได้หรือไม่ และองคมนตรี ควรทำตามกฎที่วางไว้ ที่ให้เป็นกลางทางการเมือง หรือไม่ ฉะนั้น ใครถูกหรือผิดกันแน่) ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่คนกลุ่มนี้กำหนดเอา พล.อ. แกนนำ นปก.ไม่ใช่โจมตี พล.อ.เปรม ในฐานะส่วนตัว แต่โจมตี พล.อ.เปรม ในฐานะ ประธานองคมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากองค์ พระประมุขของชาติ ถ้าโจมตี พล.อ.เปรมในฐานะส่วนตัว ก็เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างแกนนำ นปก.กับ พล.อ.เปรมเท่านั้น แต่การโจมตี พล.อ.เปรม ในฐานะประธานองคมนตรี เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา ที่ว่าเป็นการโจมตี พล.อ.เปรมในฐานะประธานองคมนตรี ก็เพราะม็อบที่บ้าคลั่งได้เรียกร้อง ข่มขู่ คุกคามให้ พล.อ.เปรมลาออกจากประธานองคมนตรีตลอดมา 3. การเคลื่อนไหวของ นปก. ทำไปเพื่ออะไร? และเหตุการณ์จะรุนแรงเหมือนกับ 14 ต.ค. 2516 และ 17-20 พ.ค. 2535 และจะมีการปราบแบบ 6 ต.ค. 2519 หรือไม่อย่างไร? (ลองถามดูสิว่าคนที่มีจุดยืนทางการเมืองไม่ตรงกับเรา ต้องได้รับสิทธิในการเคลื่อนไหว ตามระบอบประชาธิปไตยให้ไว้หรือไม่ หรือต้องทิ้งจุดยืนตัวเอง เพื่อให้คนอื่นเอาจุดยืนอื่น มายัดเยียดให้) คือ การก่อการจลาจลของม็อบ นปก. ครั้งนี้ นอกจากต้องการสร้าง ผลงาน เพื่อแสดงต่อ เจ้าของเงินแล้ว การเคลื่อนไหวของแกนนำ นปก.เล็งไปที่ นอกประเทศ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของผู้พลัดถิ่นในต่างประเทศ เพื่อให้สื่อต่างประเทศรายงานข่าวไปทั่วโลกว่า เป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาธิปไตยต่อสู้กับเผด็จการทหารที่ยึดอำนาจ และประชาชนถูกฝ่ายเผด็จการปราบปราม หวังแสวงหาการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชนต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จากการที่แกนนำบางคนประกาศว่า เราได้รับชนะแล้ว เพราะสื่อต่างประเทศรายงานข่าว แกนนำบางคนพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้สื่อข่าวต่างประเทศและโทรทัศน์ถ่ายทอดไปต่างประเทศ ก่อนหน้านั้นแกนนำคนเดียวกันเคยให้สัมภาษณ์นักการทูตและผู้สื่อข่าวต่างประเทศในไทยเพื่อให้ข่าวนี้เผยแพร่ไปต่างประเทศ ตามแนวคิดใช้ โลกล้อมประเทศ ชนบทล้อมเมือง การที่แกนนำ นปก.บางคนประกาศว่าจะยื่นหนังสือฟ้องสหประชาชาติว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายประชาชน อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น เราได้ยินคนจำนวน ไม่น้อยวิจารณ์ว่า นอกจากเผาบ้านเรือนตัวเองยังไม่พอ แกนนำ นปก.ยังไปชวนคนอื่นมาร่วมเผาบ้านเรือนตัวเองอีกด้วย คนไทยอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนนี้ด้วยเหมือนกันอาจทนไม่ได้และอาจออกมาจัดการกับคนที่เผาบ้านเรือนตัวเองที่คุ้มแดดคุ้มฝน คุ้มกะลาหัวมาตั้งแต่เกิด 4. มาตรการตอบโต้จากฝ่ายรัฐบาล และ คมช. ครั้งนี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด? (ลองถามดูสิ ว่าระหว่างฝ่ายหนึ่งที่แต่ตัวป้องกันมาเต็มที่ ถึงขนาดหน้ากากกันหน้า และอาวุธครบมือ รวมถึงกาซน้ำตา และรวมถึงโล่ด้วย และอีกฝ่าย ที่มีแต่คนใส่ชุดลำลอง มีแต่กระถางต้นไม้ ใครได้เปรียบใครกันแน่) ทางการได้จัดการกับปัญหาการจลาจลย่อยๆ ครั้งนี้ได้ดีพอสมควร โดยใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม อย่างน้อยก็ทำให้เหตุการณ์เงียบไปได้สักระยะหนึ่ง เมื่อแกนนำทั้ง 9 คนถูกส่งไปสงบสติอารมณ์ที่เรือนจำตามหมายศาล ตรงกันข้ามแกนนำ นปก.กลับเสียทางการเมืองเมื่อใช้ความรุนแรง ซึ่งขัดกับกฎหมายและความรู้สึกของประชาชน ขณะที่สังคมเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความชอบธรรมในการตัดสินใจสลายการชุมนุม โดยไม่มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต หลังจากการปล่อยให้ม็อบ นปก. ก่อความวุ่นวายกว่า 6 ชั่วโมง คนจำนวนไม่น้อยตำหนิรัฐบาล และ คมช. ที่ปล่อยให้แกนนำ นปก.ตะโกนด่า พล.อ.เปรม ซึ่งเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองและเป็น ประธานองคมนตรี อย่างเมามันเป็นเวลากว่า 6 ชั่วโมง โดยไม่กล้าตัดสินใจถอดสายลำโพง แม้จำเป็นต้องปะทะกับม็อบบ้างก็ตาม เพราะนี่คือ การบังคับใช้กฎหมาย ที่สามารถอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้ 5. แนวโน้มของสถานการณ์จะเป็นอย่างไร? (ลองถามใหม่ดู ว่ารู้สึกอย่างไรที่ โพล ออกมาว่า รัฐบาล สอบตก และ คะแนนนิยมตก ลงมามากมายแล้ว เป็นเพราะว่า นปก หรือ เพราะรัฐบาลไม่เอาไหน และ เพราะคนไม่เห็นด้วยกับเผด็จการ) คือ การต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล เพราะผู้สูญเสียอำนาจจะไม่ยอมหยุดง่ายๆ รัฐบาล และ คมช.ต้องเตรียมรับมือการก่อกวนที่จะตามมาเป็นชุดๆ คนทั่วไปมองว่า รัฐบาล และ คมช.ยังอ่อนมากใน สงครามข่าวสาร เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจ ในขณะที่กำลังได้เปรียบคู่ต่อสู้ รัฐบาลต้องรุกในสงครามข่าวสารและต้องรีบตีเหล็กขณะที่เหล็กกำลังร้อน เราได้ยินประชาชนจำนวนไม่น้อยรวมทั้งคนที่สนับสนุนทักษิณ เรียกร้องให้กลุ่ม นปก.คิดถึงชาติบ้านเมืองให้มากขึ้น อย่าทำให้ชาติบ้านเมืองต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้ และอย่าเผาหรือไปชวนคนอื่นมาช่วยกันเผาบ้านเรือนของตัวเอง เพราะคนอื่นก็อยู่ในบ้านนี้เมืองนี้ด้วยเช่นกัน อย่าเอาคน ผู้บริสุทธิ์มาเป็นเหยื่อเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองเท่านั้น ถ้าอยากชุมนุมเรียกร้องสามารถกระทำได้โดยสันติ แต่อย่าใช้ความรุนแรง และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่กระทบ ต่อสถาบันเบื้องสูง เสียงสะท้อนเหล่านี้ แกนนำ นปก.รุ่น 2 ควรเก็บเอาไปคิด |