
วิเคราะห์ "อิสรภาพทางความคิดและเขียน"
ว่าด้วยกรณี “หนังสือร้อนฉ่า” ของใจ
ผมนี่เหมือน ใจ อึ้งพากร และ น้าทักษิณ อยู่สองอย่าง คือรักรากหญ้าสุดชีวิต และถูกด่ามากเหลือเกินเรื่อง ไม่รักพ่อหลวง สำหรับผมนั้น มันเริ่มต้นที่ผมนั้นออกมา “ต่อกร” กับการบิดเบือน “พอเพียง” อย่างบ้าคลั่ง ของคนต้องการโปรยยาหอม เลยออกมา “สนับสนุนพอเพียงแบบบ้าๆบอๆ” เช่นหนึ่งวันหลังจากพ่อหลวงตรัสเรื่อง พอเพียง วันรุ่งขึ้น บางกอกโพสต์ ลงใหญ่โตเลย ว่าพ่อหลวงตรัส “เสริมว่าไม่ต้องเอามาใช้ทั้งหมด คือ “สัก 40% ก็พอแล้ว” สำหรับผม ก็จารึกในสมองมาตั้งแต่วันนั้น ว่าพ่อหลวงนั้น สุดยอดแล้ว ทราบถึงขนาดว่า “ก็ต้องพอเพียงด้วย ในการนำพอเพียงมาใช้” แล้ว ในวาระต่อๆกันมา พ่อหลวงก็ค่อยๆอธิบาย “พอเพียง” ออกมา ทีละนิดทีละหน่อย ให้สังคมเอาไปย่อยกัน แล้วก็มีอยู่วันหนึ่ง พ่อหลวงตรัสว่า “พอเพียงไม่ได้หมายความว่า ถ้าอยากได้อะไร ไม่ให้ไปซื้อ ถ้าอยากซื้อ แล้วเกินพอเพียง ก็ทำได้ แต่หมายความว่า ต้องรู้ ว่าตัวเองเกินเลยไปขนาดไหน” ผมก็ถึงบางอ้อ ว่า พ่อหลวงไม่เคยห้ามไม่ให้ซื้อ รถเบนส์มาขับ หรือ โรเล็กซ์ มาดูเวลาเลย ตรงกันข้าม ท่านสอนว่าถ้าอยากได้จริงๆ ก็เชิญ แต่ให้พยายาม หาจุดสมดุล ของตัวเอง แต่ไอ้พวกบ้าบอ มันตีความพอเพียง “ไปโน่นไปนี้มั่วไปหมด” สุดท้าย พอถูกผมด่าเอามากๆ ก็หันมากัดผมเลย ไปๆมาๆ เหมือนทักษิณ และ ใจ คือถูกด่าว่าไม่รักพ่อหลวง
แต่เอาหละ มาเขียนเรื่องนี้ คงจะถูกด่ายับตามเดิม แต่เรื่อง หนังสือ “A Royal Coup” ของใจนี้ ที่พึ่งถูกสันติบานห้ามขายเพราะ กระทบพ่อหลวงในทางลบ จะสำคัญจะไม่สำคัญอย่างไร กระทบพ่อหลวงทางลบจริงหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ “เป็นสัญญานถึงว่า วันข้างหน้า อะไรกำลังรอเราอยู่” แน่นอนว่าด้านหนึ่ง และเป็นคนส่วนมากของประเทศ มองว่า สถาบันหลักอันนี้ “คนธรรมดา กระทบไม่ได้เลย” คือต้องรักษา ให้เฉิดฉายที่สุด “ด้วยชีวิต” แต่อีกด้าน และเป็นด้านน้อย กลับมองว่า “เสรีภาพทางความคิด” คือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ ซึ่งในกรณีนี้ ก็หมายความว่า หนังสือของใจ ซึ่งก็คือความคิดของใจ มีสิทธิ ที่จะเผยแพร่ ให้สังคมวิจารณ์ ไม่ใช่มาถูก “ห้าม”
มันเป็นทางสองแพร่งของไทยจริงๆ แต่จริงๆแล้ว ทางออกก็คือในคำตรัสของพ่อหลวงอีกเหมือนเดิม ผมยังจำได้เลย คนด่าผู้ว่า กทม สองสามสมัยที่แล้วกันยับเลย เพราะตอนที่ พ่อหลวงออกมาช่วยแก้ปัญหาของ
กทม ผู้ว่าท่านนั้น ดันไปพูดเป็น Dialog หรือ เหมือน “สนทนาความ” กับพ่อหลวง ในขณะที่ทุกคนที่นั่งล้อมพ่อหลวง ฟังสิ่งที่พ่อหลวงตรัส ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ “ครับ ครับ ครับ” ลูกเดียว “มันเหมือนกับสิ่งที่ผู้ว่าคนนั้นทำ มันผิดจารีตประเพณีจริงๆ ที่ “กล้าพูดคุยออกความเห็น” กับพ่อหลวง โอยผู้ว่า “ถูกด่ายับ” ว่าละลาบละล้วง สำคัญตัวเองเกินตัว ไร้สิ้นซึ่งความสำรวมและเจียมตัว และอีกร้อยแปด แต่จริงๆแล้ว ถ้าจำกันให้ดี ช่วงนั้น พ่อหลวงตรัสว่า “ท่านต้องการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น กับประชาชนของท่าน” ซึ่งในที่นี้ ก็หมายความว่า หนังสือของใจนั้น น่าจะปล่อยให้หามาอ่านกันได้ เพราะก็คือ ความคิดของประชาชนคนหนึ่ง ของท่าน ต่อท่าน ซึ่งท่านก็ตรัสแล้ว ว่าพร้อมแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น
ปัญหาของ คนที่รักเสรีภาพทางความคิด ในไทย จริงๆแล้วเป็น “พลวัต” กันอยู่ คือคนรอบด้านพ่อหลวง ที่รับไม่ได้กับแบบผู้ว่าคนนั้น ก็เพราะมีความเห็นของตัวเองว่า ประชาชนต้องฟังและเชื่อท่านอย่างเดียว ถ้ามีข้อสงสัย ก็ต้องไปปิดประตู แอบคุยกัน แล้วไม่บอกใครว่าพูดอะไรกัน แบบ ธรรมศาสตร์ ที่พึ่งทำไป ปัญหาตรงนี้คือ คนรอบด้านพ่อหลวงนั้น ส่วนมากจะกลายเป็นผู้มีบารมีไป จนในที่สุดแล้ว ไม่รู้ว่าปกป้องบารมีตัวเอง หรือบารมี พ่อหลวงกันแน่ จนออกมาเป็นแบบเรื่องพอเพียง “คือมั่วนิ่มไปหมด”
และไปๆมาๆ การปกป้องสถาบันและพ่อหลวง ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ให้เหมือนเดิมไว้มากๆที่สุด ตลอดไป ก็กลับสร้าง “ผู้มีบารมีนอก รธน แบบ ป๋า ขึ้นมา กดขี่ ปชช อีก” ก็เลยทำให้ชาวต่างชาติ มองผิดไปว่า สถาบัน สนับสนุนขวาสุดขอบ ความจริงคือไม่ได้สนับสนุน แต่มันเกิดขึ้นเอง ตามพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ตั้งแต่โน่น การก่อตั้ง ทหารไล่กา ให้ลูกหลานราชนิกูลเป็นทหาร ที่จงรักภัคดีต่อกษัตริย์ที่ยังอายุน้อย ที่กลายมาเป็นโรงเรียนนายร้อย จปร ที่ก็ผลิตทหารที่จงรักภัคดี แล้วพอทหารมีตำแหน่งหน่อย ก็เข้าวังกันแล้ว เข้าบ่อยๆ ก็เลยเกิดฝ่ายขึ้นมา คือฝ่ายคนธรรมดา ที่ทำเหมือนผู้ว่าคนนั้นไม่ได้ แล้วอีกฝ่ายก็คือตัวเอง คือเข้าวังจนสามารถทำแบบผู้ว่าคนนั้นทำได้ ไม่ขัดไม่เขินไม่มีใครเห็นไม่มีใครต่อว่า

ปัญหาของใจจริงๆแล้วไม่มีอะไรมากไปกว่า การขอสิทธิ “ที่เท่าเทียมคนอื่น” ที่จะมี Dialog กับพ่อหลวง แล้วนี่ขนาด ใจ นะ ลูกของ ใครจำได้ไหม ที่คนเคารพมากเต็มบ้านเต็มเมือง เขายังมี Dialog ไม่ได้เลย ทั้งที่พ่อหลวง “เชิญ” ให้พูดกับท่านแล้ว แล้วนายกไทยหล่ะเหมือนใจไหม ก็เหมือนๆกัน จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม นายกของอังกฤษกับพระราชินี “ประชุมกันเป็นชั่วโมงทุกอาทิตย์” ว่าด้วยเรื่องบ้านเมือง นี่ไทย เป็นอย่างนั้นหรือไม่ เปล่าเลย มีแต่พวกขวาตกเหว เท่านั้น แล้วเวลาปฏิวัติกัน ก็พาเหรดไปหาท่าน แล้วไง สื่อต่างชาติต่อว่ากันตรึมแบบไม่เลือกหน้าไม่สนใจใครเป็นใคร
แต่ในการวิเคราะห์ครั้งสุดท้าย แน่นอนว่าคนที่รักพ่อหลวงจริงๆ จะปล่อยให้เรื่องเป็นเช่น “วัฏจักร” นี้เกิดขึ้นอีกไม่ได้ เพราะผลเสีย จากยุทธิวิธีรักษาสถาบันแบบที่ใช้กันมา สร้างความเสียหายมาก จะมากกว่าการเปิดให้คนแบบใจ มี Dialog กับพ่อหลวง ด้วยการเปิดกว้างให้หนังสือแบบ A Royal Coup ออกมาเผยแพร่หรือไม่ ลองมาคิดกันดู
แต่ในการคิดเรื่องนี้ เราไปพูดกันเรื่องอื่นดีกว่า คือท่านผู้อ่านมองการพัฒนาการทางความคิด มองความสำคัญของการเรียนรู้ มองความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงไปตามกาลเวลาอย่างไร มองว่าความรู้คือประทีป หรือมองว่าความรู้ความคิดบางอย่างต้องเก็บกด ท่านมองว่า พระพุทธเจ้า ลองนั่นลองนี่ ผิดถูกจนตรัสรู้ในที่สุด เป็นสิ่งที่ถูก หรือว่าพระพุทธเจ้าไม่น่าโง่ไปทำบางอย่างแบบกินเสียอ้วนจนพุงโล หรือทรมานตัวเอง ท่านคิดว่าผู้ใหญ่ควรจะมีสิทธิเข้าเน็ตดูหนังโป้หรือไม่ หรือว่าควรบังคับให้ผู้ใหญ่ดูแต่ช่อง Discovery หรือท่านคิดว่า คนเราคิดเองเป็นและตัดสินใจด้วยตัวเองได้ อะไรถูกผิด หรือท่านคิดว่าต้องป้อนอาหารและยาคนให้ถูกไปตลอดชีวิต หรือ คนเราควรมีข้อมูลครบทุกด้านทุกแง่ทุกมุม ก่อนตัดสินใจ หรือว่าต้องเอาข้อมูลที่ผ่านการกรองก่อนเท่านั้น มาประกอบความคิด เอาหละท่านก็คงพอจะจับ “กระแสความคิดผมได้ ว่าพูดถึงอะไร” และก็ขอให้ท่านสรุปกันเอาเองเรื่อง “สมควรเผยแพร่หรือไม่” ถ้าท่านยังบอกว่า “ข้อมูลทวีวุฒิยังไม่ครบ” ก็เชิญอ่านต่อนะครับ

ผมขอสรุปเรื่องนี้ที่คนจน ที่ไม่ใช่อย่างคนกรุงเทพด่า คือโง่ เพราะจริงๆแล้วเขาเพียงแตกต่างไปจากเรา ชาวเมืองกรุง คนจนนั้นเขาอยู่กับ “ความจริง และ วันนี้ ตอนนี้ ขณะนี้” มากกว่า คนกรุงเทพมากนัก เพราะเวลาเขาล้ม เขาล้มบนดิน ไม่เหมือนคนกรุงเทพมากมาย ที่เวลาล้ม ล้มกันบนฟูก มันทำให้เขาไม่สนใจความอะไรลึกล้ำมากนัก เขาอยู่กับสัจจธรรมพื้นๆ ภูมปัญญาดั้งเดิม แล้วถามหน่อย เจ็ดแปดปีที่ผ่านมาเขาเห็นอะไร เขาเห็นเศรษฐกิจมันพังตอนปชป เขาเห็นเศรษฐกิจมันดีตอนทักษิณ เขาเห็นทักษิณช่วยพวกเขามากมาย เขาเห็นองค์มนตรีพาพวกปฏิวัติเข้าเฝ้าขอความเห็นชอบ เขาเห็นความช่วยเหลือจากรัฐบาลหมดไป เขาเห็นเศรษฐกิจฟุบไปภายใต้ทหาร คือเขาไม่สนใจหลอกว่า TDRI จะออกบทวิเคราะห์วิจัยบ้าบออะไรออกมาเรื่องประชานิยม เขารู้แต่ว่า คนจนเป็นพันๆคนได้รับการผ่าตัดหัวใจ เพราะทักษิณ และของแบบนั้น และเงินกองทุนก็ดีสำหรับเขาอีก
สรุปสั้นๆ ภาพเป็นชุดๆแบบนี้นะ ถ้าไม่ระวัง มันอันตรายต่อสถาบัน ทางออกของพวกอำมาตร คือยึดอำนาจและแช่แข็งวัฒนธรรมไทย ไว้ในขวดแก้ว แต่ว่ามันแช่ได้ไม่นานขวดก็แตก เข้าใจไหม ทางออกนะไม่ใช่แช่แข็ง แต่ทางออกคือ “ฟังพ่อหลวงเวลาท่านตรัสอะไรไว้ให้มากๆ” และพยายามฟังพ่อหลวง “แบบคนจนมองสิ่งต่างๆ” คือ ตอนนั้น วันนั้น ขณะนั้น หัวมันจะได้ไม่ “ฟุ้งซ่าน” แล้วไปตีความคำตรัสของพ่อหลวงแบบ บ้าดีเดือด หลุดโลก พยายามฟังว่าท่านตรัสอะไร โดยอย่าเอาความรู้สึกตัวเอง มากรอง แต่ฟังในสิ่งที่ท่านตรัสให้ชัด คือทางที่พ่อหลวงวางไว้ คือท่านเปิด ให้ทุกคนมี Dialog กับท่าน ไม่ใช่แค่พวกขวาตกเหวนรก โน่นดูอังกฤษ Sex Pistols มันร้องล้อเลียนพระราชินีว่ามีไว้ให้พวกนักท่องเที่ยวดูเท่านั้น เพียงแต่ว่า นายกอังกฤษเข้าปรึกษากับพระราชินีเรื่องบ้านเมือง ทุกอาทิตย์
สรุปคือคนไทยจะเอายังไงกัน แช่แข็งสถาบันไว้ให้พวกขวาตกขอบ ใช้เป็นข้ออ้างปฏิวัติ แล้วใครจะพูดถึงสถาบันแบบเปิดอก ต้องปิดประตู แอบกระซิบกัน แบบธรรมศาสตร์ทำกัน ในยุคประชาธิปไตย และเสรีภาพทางความคิดกำลังทวีคูณกำลังจากอินเตอร์เน็ต ไปทั่วโลก หรือจะเดินไปในแนวทางของอังกฤษ ผมไม่มีคำตอบให้ท่านผู้อ่านนะครับ กรุณาตัดสินใจด้วยตัวท่านเอง ส่วนตัวผมเป็นเพียงนักข่าวที่เปิดเรื่องมาให้ท่านตรึกตรองเท่านั้นเอง
´ÙàËÁ×͹¨Ðà»ç¹¸ÃÃÁà¹ÕÂÁãËÁèµÍ¹¹Õéä»áÅéÇ ·ÕèàÇÅÒà¨Í¡Ñºã¤Ã ¨Ð¶ÒÁ¡Ñ¹¡è͹ àÇÅÒà¨Í¡Ñ¹ à¾×èÍà»ç¹¡Òèٹ¤Å×è¹áÅФÇÒÁ¤Ô´µè͡ѹáÅСѹ ÇèÒ “àÅ×Í¡µÑ駤ÃÑé§¹Õéà¾×èÍÍÐäÔ ¼Á¡çµÔ´ä»¡Ñºà¢Ò´éÇ ¡çàÅÂä´é¤ÓµÍºÁÒÁÒ¡ÁÒ µÑé§áµèÊØ´¡Ùèàªè¹ à¾×èÍÊÁºÑµÃ·Ñ¡ÉÔ³ ÇèÒ¨Ðà»ç¹¢Í§ÃѰËÃ×Í¡ÅѺä»ËÒà¨éҢͧ áÅéÇ¡çÁդӵͺ¡ÅÒ§æàªè¹ à»ç¹¡ÒõèÍÊÙèÃÐËÇèÒ§½èÒ»ÃЪҸԻäµÂ áÅÐ༴稡ÒÃÍÓÁҵüÊÁ¹Ñ¡¡ÒÃàÁ×ͧÁ×ÍÍÒªÕ¾ 仨¹¶Ö§ÇèÒà»ç¹Ê§¤ÃÒÁÃÐËÇèÒ§ÃÒ¡ËéÒáÅСÅÒ§ÅèÒ§ áÅФ¹àÁ×ͧ á·º·Ø¡Íѹà»ç¹¤ÓµÍº·Õè¿Ñ§áÅéÇ ´ÙàËÁ×͹ÇèÒʧ¤ÃÒÁ¤ÃÑé§¹ÕéÊÓ¤ÑàËÅ×Íà¡Ô¹
áµè¼Á¡çÁÕà¾×è͹¹Ñ¡¡ÒÃàÁ×ͧÍÂÙèËÅÒ¤¹ ·ÕèËÁÙè¹Õéà¨Í¡Ñ¹ºèÍ áÅÐäÁèãªèÁÒ¨Ò¡¾Ãä ¾»ª ÍÂèÒ§à´ÕÂÇ ¤ÓµÍº¹Ñé¹à»ç¹ÍÕ¡ÍÂèÒ§ä»àÅÂàÇÅÒ¶ÒÁ à¾×è͹æ¹Ñ¡¡ÒÃàÁ×ͧ äÁèàËÁ×͹¶ÒÁ¤¹·ÑèÇä» à¾×è͹·Õè ¾»ª ºÍ¡ÇèÒ àÅ×Í¡µÑ駤ÃÑé§¹Õé ÃÐËÇèÒ§¡ÒÃàÁ×ͧÊÁÑÂãËÁè¢Í§ ¾»ª ¤×ͪ٤¹áÅйâºÒÂáÅмŧҹ áÅоÃä à¾×èÍá¼è¹´Ô¹ ·ÕèÁÕáµèàÊé¹ÊÒÂÁÒà¿ÕÂà¡èÒà»ç¹ËÅÑ¡ ¤×Í »ª» ¹Ñé¹äÁèà»ç¹»ÃÐà´ç¹ÍÐäÃàŨÃÔ§æ áµè¾Í¶ÒÁà¾×è͹·Õ軪» ¡çµÃ§¡Ñ¹¢éÒÁ à¢ÒºÍ¡ÇèÒ¡ÒÃàÅ×Í¡µÑ駤ÃÑé§¹Õé à¡ÕèÂǡѺ¤ÇÒÁµéͧ¡Òâͧ ¤¹ºÒ§Êèǹã¹ÀÒ¤à˹×ÍáÅФ¹¡·Á à·èÒ¹Ñé¹ ¤×ͶéÒà¨ÒÐÊͧ¡ÅØèÁ¹Õéä´é ÁÒÃì¤ä´éà»ç¹¹Ò¡ ÊèǹàÇÅÒ¶ÒÁ à¾×èÍá¼è¹´Ô¹ ¡ç¨Ðä´é¤ÓµÍºÇèÒ àËÁ×͹ä´é·Ñ¡ÉÔ³·ÕèäÁèÁÕ»ÑËÒ Êèǹà¾×è͹·ÕèʹѺʹعªÒµÔä·Â¡ç¨ÐºÍ¡ÇèÒ ªÒµÔµéͧ¡ÒüÙé»ÃÐÊÒ¹ÊÔº·Ôȵ͹¹Õéà¾×èͤÇÒÁÊÒÁѤ¤Õ
ÊèǹµÑǼÁ·èÒ¹¡ç¾Í¨Ð·ÃÒºÇèÒà»ç¹¹Ñ¡¢èÒÇ ¹Ñ¡¢èÒǽÃÑè§á·º·Ø¡¤¹¡ç¨ÐºÍ¡ÇèÒ ÁѹÁÕ Great Injustice ¤×ͤÇÒÁ äÁèÂØµÔ¸ÃÃÁãËè ¤Ãͺ§ÓÊѧ¤Áä·ÂÁÒµÑé§áµè¡ÒÃÍÍ¡ÁÒäÅè·Ñ¡ÉÔ³·ÕèÁÒ¨Ò¡àÅ×Í¡µÑé§ ´éÇ¢éÍËÒ¨ÍÁ»ÅÍÁ áÅзءÍÂèÒ§·Õè¼èÒ¹ÁÒªèǧÊͺ»Õ¹Õé “ä´é·ÓÅÒÂÃкº¹ÔµÔÃѰ áÅФÇÁÂØµÔ¸ÃÃÁ·Ò§Êѧ¤ÁáÅСÒÃàÁ×ͧŧËÁ´” áµèà¾ÃÒÐ ¾»ª ¨Ð¶Ù¡Ê¡Ñ´ ¨Ö§¨ÐäÁèä´éà»ç¹ÃѰºÒÅ˹éÒ áµè¡ÒÃàÅ×Í¡µÑé§ ¨Ðà»ç¹¡éÒÇàÅç¡áÃ¡æ ·Õè¨Ð¹Óä·Â¡ÅѺÊÙè Rule of Law ÍÕ¡¤ÃÑé§ Êèǹ¹Ñ¡¢èÒÇä·Â à¾×è͹æ¼Á·ÕèàÅÔ¡¤º¡Ñ¹ä»ÁÒ¡áÅéÇ ¡ç¤§¨ÐºÍ¡ÇèÒ à»ç¹Ê§¤ÃÒÁÃÐËÇèÒ§¤ÇÒÁÍÂÙèÃÍ´¢Í§µÑÇàͧ ¤×ͶéÒÍÓ¹Ò¨ãËÁèà¢éÒÁÒ ¾Ç¡à͹àÍÕ§ÁÒà»ç¹»Õ椧¨ÐÍÂÙè¡Ñ¹ÂÒ¡ áµè¶éÒ »ª» à»ç¹ÃѰºÒÅ ¡çà»ç¹Çѹ¿éÒãʢͧÊ×èÍ·Õèà͹àÍÕ§ÁÒ¹Ò¹ ¤×͹͡¨Ò¡µèÍÍÒÂØáÅéÇ Âѧà»ç¹ÂÒã¨ãËéÍÕ¡´éÇ ·Õè½èÒÂà·¾ ½èÒÂà´ÕÂǡѺ·ÕèÊ×èÍà͹àÍÕ§ÁͧÇèÒµÑÇàͧà»ç¹ ¨Ðä´éà¢éÒÁÒ ÊèǹÊ×èÍÍÔÊÃÐÁÒ¡ÁÒ·ÕèäÁèà͹àÍÕ§ËÃ×ÍÍÔ§ÍÒ¨à¡èÒ ·Õèà»ç¹à¾×è͹ãËÁèæ¢Í§¼Á ¡ç¨ÐµÍº¡Ñ¹ÁÒÇèÒ “Âѧ䧡çä´é áµè Blue Ocean ¹ÕéãËèÁÒ¡¹Ñ¡” ¤×ÍÊ×èÍã¹á¹ÇÍÓ¹Ò¨à¡èÒ¹Ñé¹ àµÃÕÂÁµÑÇâµÍÂèÒ§µèÍà¹×èͧäÁèÇèÒã¤Ã¨Ðà¢éÒÁÒà»ç¹ÃѰºÒÅ
áÅéÇ·èÒ¹¡ç¤§¨Ð·ÃÒºÇèÒ¼Á¹Ñé¹àÊé¹ÊÒ·ËÒáçÁÒ¡ÍÂÙè ÃÐËÇèÒ§à¾×è͹¡Ñ¹¡çäÁèÍéÍÁ¤éÍÁ¾Ù´¡Ñ¹µÃ§àÅ àÊé¹ÊÒ¾ǡ·ÕèÃÑ¡ÃѰ༴稡Òà ¡ç¨ÐÇèҡѹµÃ§æàÅÂÇèÒ “äÁèàª×èÍã¹Ãкͺ»ÃЪҸԻäµÂ” àÇÅÒÁѹàºè§ºÒ¹ÁÒ¡æ µéͧʡѴ áÅСç·ÓÊÓàÃç¨áÅéÇ Êѧ¤Áä·Â»ÃЪҸԻäµÂ¶ÍÂËÅѧä»áÅéÇ äÁèÇèÒã¤Ã¨ÐÁÒà»ç¹ÃѰºÒÅ ¶éÒ»ª»à»ç¹ ¹Ò¹Ë¹èÍ¡ÇèÒ»ÃЪҸԻäµÂ¨Ð¡ÅѺÁÒàºè§ºÒ¹ ·ËÒèÐä´é·Ó§Ò¹ÃèÇÁ¡ÑºÍÓ¹Ò¨ÃѰ áµè¶éÒ¾»ª à»ç¹ÃѰºÒÅ ÍÒ¨¨ÐµéͧµèÍÊÙè¡ÑºÍÓ¹Ò¨ÃѰ·Ò§ÍéÍÁµèÍä» Êèǹ·ËÒÃÊÒ¹ѡ»ÃЪҸԻäµÂ¡ç¨ÐºÍ¡ÇèÒ à»ç¹Ê§¤ÃÒÁÃÐËÇèÒ§ “ÊÒÂàËÂÕèÂÇ” ¡Ñº “ÊÒ¹¡¾ÔÃÒº” 㹡ͧ·Ñ¾ ·ÕèÁÕàÃ×èÍ§ÃØè¹ÁÒà¡ÕèÂÇ¢éͧ ¡ÒÃàÅ×Í¡µÑé§ ¤ÃÑé§¹Õé¨ÐäÁèÊ觼ŵèͤÇÒÁä´éà»ÃÕº¢Í§ “ÊÒÂàËÂÕèÂÇ” à¾ÃÒСÒÃàÁ×ͧ¨ÐäÁè¡ÅéÒºÃÔËÒáͧ·Ñ¾ä»ÍÕ¡¹Ò¹ Êèǹ·ËÒÃÍÒªÕ¾ÁÒ¡ÁÒ ºè¹¡Ñ¹¾ÖÁ¾ÓÇèÒÀÒ¾¾¨¹ì·ËÒÃàÊÕÂËÒÂÁÒ¡ ¡ÒÃàÅ×Í¡µÑ駤×Í¡ÒÃàÂÕÂÇÂÒÀÒ¾·Õè¾Ñ§ÁÒ¹Ò¹
Êèǹ·Ò§´éÒ¹¹Ñ¡ÇÔªÒ¡ÒáçËÅÒ¡ËÅÒ¾ʹ٠µÑé§áµè¡ÒÃàÅ×Í¡µÑé§äÁèÁÕ¼ÅÁÒ¡¹Ñ¡à¾ÃÒнèÒÂÍÓ¹Ò¨¹ÔÂÁáÅÐÍÓÁҵà á¾éµÑé§áµèä»àÅ×Í¡ÊÙé¡Ñº·Ñ¡ÉÔ³ á·¹ãªéâÍ¡ÒÊ “ÊÃéÒ§¼Å§Ò¹áÅСÇÒ´¤Ðá¹¹¹ÔÂÁ” ¡ÒÃàÅ×Í¡µÑ駨֧à»ç¹à¾Õ§¤ÇÒÁàÃçÇ㹡ÒÃÊÅÑ´¤ÃÒºÍÓ¹Ò¨¹ÔÂÁ¢Í§ÍÓÁÒµÃÍÍ¡ ¤×;Ãää˹à¢éÒÁÒ¡ç¨ÐàËÁ×͹æ¡Ñ¹¤×Í äÁèàÍÒÍÓ¹Ò¨¹ÔÂÁ¢Í§ÍÓÁҵà ÊèǹÍÕ¡´éÒ¹¡çµèÒ§¡Ñ¹ÊØ´¢ÑéÇ ÁͧÇèÒàÊé¹ÊÒÂÍÓÁÒµÃáÅСÅä¡Âѧ½Ñ§ÅÖ¡áÅоÃéÍÁãªé§Ò¹ ¡ÒÃàÅ×Í¡µÑé§ ¡Ãзºà¾Õ§Ἱ¡ÒõèÍÊÙéà·èÒ¹Ñé¹ ÇèÒ¨ÐÍÍ¡ÁÒã¹ÃٻẺ㴠áÅéÇ¡çÁչѡÇÔªÒ¡Ò÷ÕèºÍ¡ÇèÒ ¶éÒ ¾»ª à»ç¹ÃѰºÒÅ ¡ÃÐáÊ·Õè¨ÐµÒÁÁÒá¹è¹Í¹¤×Í¡Òà “ÅéÒ§Ãкº” ãËéà»ç¹»ÃЪҸԻäµÂ ãËèÁÕ¹ÔµÔÃѰ ¨ÐÁÕ¡ÒÃà»ÅÕè¹á»Å§µÓá˹觤¹·Õè¶Ù¡µÑé§â´Â¤Áª ãËéÍÍ¡ä» “¤×ÍÍÒ¨äÁèÁÕ¡ÒÃÅéÒ§á¤é¹ áµèÁÕ¡ÒÃÅéÒ§Ãкº” á¹è¹Í¹ Êèǹ¶éÒ»ª» à¢éÒÁÒ “¨Ð àª×èÍÁÃкº” ¤×Íà»ç¹»ÃЪҸԻäµÂ¼ÊÁÍÓ¹Ò¨ÍÓÁҵà ¡ç¤ÅéÒÂæ·Õè¡ÅèÒÇÁÒáÅéÇ¢éÒ§µé¹æ áÅСçÂѧÁչѡÇÔªÒ¡Ò÷ÕèÁͧÇèÒ¹Õè¤×Í¡ÒõèÍÊÙéÃÐËÇèÒ ¾Íà¾Õ§¹ÔÂÁ â´Â »ª» áÅÐ »ÃЪҹÔÂÁ â´Â¾ÃäÍ×è¹æÊèǹÁÒ¡ ¤×Í »ª» ¨Ð¹éÍÁÃѺ¾Íà¾Õ§ä´éÁÒ¡¡ÇèÒ¾ÃäÍ×è¹ áÅÐã¹·Ò§à´ÕÂǡѹ ¡çÁչѡÇÔªÒ¡Ò÷ÕèÁͧÇèÒä·Â¹Ñé¹µéͧ¾ÂÒÂÒÁâµãËéàÃçÇ¢Öé¹ ¾Íà¾Õ§¹Ñé¹µéͧàÍÒÁÒãªéÍÂèÒ§¾ÍàËÁÒÐ äÁèÁÒ¡à¡Ô¹ä» ¹Ñ¡ÇÔªÒ¡Òþǡ¹Õé ¡ç¨Ðà͹àÍÕ§ä»ËÒ ¾»ª à»ç¹ÊèǹÁÒ¡
à¢Õ¹ÁÒÁÒ¡ÁÒ ·èÒ¹¤§Ê§ÊÑÂáÅéǹѡ¢èÒÇẺ¼ÁÁͧÇèÒàÅ×Í¡µÑ駤ÃÑé§¹Õé¤×ÍÍÐäà ÊèǹµÑǼÁ¹Ñé¹ÁͧÇèÒÁѹ¤×ÍàÃ×èͧÍÒÃÁ³ì¢Í§ªÒµÔ ¤×ÍÃÐËÇèÒÍÒÃÁ³ìà¡ÅÕ´ªÑ§áÅÐÅÙ¡ËÅÒ¹àËŹ¢Í§ÍÒÃÁ³ì¹Ñé¹ ·ÕèÊÃéÒ§¡Ñ¹ÁÒµÑé§áµè¡ÒÃÊÃéÒ§ÀÒ¾µèÒ§æ¹ÒæÁÒäÅè·Ñ¡ÉÔ³ÍÍ¡ä» ËÃ×ÍÁѹ¨Ðà»ç¹ÍÒÃÁ³ìʧº ËÅѧ¨Ò¡·Õèä´éÃѺ¤ÇÒÁ¶Ù¡µéͧ¡ÅѺÁÒ ¤×͸ÃÃÁª¹Ð͸ÃÃÁ ¤×Í ¾»ª ª¹Ð ¶éÒ»ª»à»ç¹ÃѰºÒÅ ÃѺÃͧ ÍÒÃÁ³ìà¡ÅÕ´ªÑ§¨Ð¾Ñ´ä»ÁÒàËÁ×͹à´ÔÁ äÁèÁշҧʧº à¾ÃÒнèÒ¶١¡ÃзӨÐäÁèÂÍÁ áÅÐ »ª» ¨ÐÍ´à»ç¹»ª» ¤×Í àÍÒ´ÕãÊèµÑÇáµè¤¹Í×è¹ÊØ´àÅÇäÁèä´é ¶éÒ·èÒ¹ÍÂÒ¡ãËéªÒµÔʧº áÅÐÂÍÁÃѺ¤ÇÒÁ¨ÃÔ§ ÇèÒ “·Õè¼èÒ¹ÁÒÁѹ¶Ù¡»ÅØ¡ÍÒÃÁ³ì¢Öé¹ÁÒ” ¶Ö§àÇÅÒáÅéÇ·Õè¨Ð»ÅèÍÂÁÑ¹ä» ¡çàªÔàÅ×Í¡¾Ãä áË觤ÇÒÁʧº¤×Í ¾»ª ¹Ð¤ÃѺ
คือมันมีอีกมากมายหลายเรื่องเหลือเกิน ที่เด็กอมมือ ก็มองออก ว่ามันเป็น เกมการเมืองที่ปชปต้องเดินก็เท่านั้นเอง แล้วมีอะไรอีกหละในเกม สวะๆ ของปชป โน่น ตุลาการแต่ตั้งโดยทหาร ออกมายุบทรท แล้วย้อนหลัง หลังจากนั่น บังหลุดวาทะอมตะ แผนสามสี่ขั้นทำลายทรท สุดท้ายเอกสารลับ บิดเบือนเลือกตั้ง คือ เด็กเมื่อวานซืน เด็กปัญญาอ่อน เด็กอมมือ เด็กอนุบาน เอาเด็กที่ไหนมาดู ก็จะพูดเหมือนกันหมด ว่า บังมันออกทำลาย ทรท มานานแล้ว รับคทามาจาก พันธมาร ก็เท่านั้นเอง สุดท้ายพันธมาร และ พลพรรค เป็นไง ก็ได้ดิบได้ดี ไปกับทหารที่เข้ามาโค่นทักษิณ กันไปทั้งนั้น เด็กๆก็น่าจะเห็นอีก นี่มันก็ บุญคุณที่ต้องชดเชิย ก็เท่านั้นเอง
คือที่เขียนมานะ คนเขารู้ๆกันอยู่ ถึงเขาจะแบ่งออกเป็นสายเทพคือ ปชป และมารคือพปช คือถึงคนเขาจะเลือกข้างกัน แต่สาเหตุที่เขาเลือกข้างกันนะ มันมากกว่าของตื้นๆแบบ Snap Election ผิด หรือหันคูหาออกผิด หรือยุบทรทยุติธรรมนิติรัฐแล้ว หรือแผนสกัดสามสี่ขั้นบัง และเอกสารลับ มันไม่มีจริง และอย่างอื่น มันผิดถูกจริงไม่จริง สรุปคือ คนที่มองแค่นั้น แบบนั้นนะ ........................มันเหลือน้อยเต็มที่แล้วนะครับ ปชป
คนส่วนมากเขามองว่า มันเป็นสงคราม และในภาวะสงคราม จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ จะถูกหรือผิดยังไงก็ตาม คือปชช เขามองออกว่า หลายๆอย่างที่ผ่านมามันผิด แต่นี่มันสงครามที่ต้องชนะ เขาเลยไม่ออกมาโวยวายกันมากนัก ก็มันสงครามนิที่ต้องชนะให้ได้ ทุกรูปแบบ คนส่วนมากเขาจะคิดแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรือไม่ทราบว่า สิ่งเลวๆทำโดยฝ่ายเทพ และ ปชป มันก็เต็มไปหมด
แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับ เทพเทือก ก็เพราะยังดันทุรัง มาพูดว่าปัญหาทั้งหมด ทรท ก่อขึ้นมา คือยังเชื่อในความ บริษุทยุติธรรม ของตัวเอง 100% ว่าไม่เคยทำอะไรผิดเลย เอา จะไล่ ให้ดูว่าทำอะไรผิดมาบ้าง จะไม่มาพูดเรื่องเรียกร้อง ม7 ที่มันไม่เป็นประชาธิปไตยเลยนะ แล้วจะไม่เขียนมาที่พ่อหลวงบอกว่าเรียกร้องเรื่องนี้ ทำให้ท่านเดือดร้อนเพราะมันผิดหลักประชาธิปไตย ที่ท่านไม่เคยหักดิบ และจะไม่มาพูดเรื่องโดดเรียนวัน Oxford เขาสอนเรื่อง Snap Election หรือ เอาการวางคูหา ในต่างประเทศมาย้ำด้วย
แต่จะไล่ให้ฟังในเรื่อง ง่ายๆ
เอาเทพเทือก แผนสองสามขั้นที่จะทำลาย ทรท นะ ผิด กฎหมายไหม เอาเทพเทือก ยุบทรทแบบย้อนหลังนะผิดกฎหมายไหม เอาเทพเทือก เอกสารลับบิดเบือนเลือกตั้งนะผิดกฎหมายไหม เอาเทพเทือกบิดเบือดประชามติด้วยการเอารถไปขนคนแล้วกำชับให้เลือก รับ โดยทหาร และจะปูบำเน็ดให้ข้าราชการในเขตที่รับกันนะ แล้วจะเอาผิดเขตที่ไม่รับ นะ ผิดกฎหมายไหม เอาฟังให้ดี อ่านที่เขียนมาให้ดี คือที่เขียนมา เด็กอมมือมันยังรู้เลยนะ ว่าผิดกฎหมายทุกอันนั่นแหละ แล้วก็ผิด จรรยาบรรณ จริยธรรม และ ธรรมาภิบาล ที่ดี แล้วก็ผิด นิติรัฐและนิติธรรมอีกด้วย
แล้วถามหน่อยเถอะ พ่อคนบริษุทยุติธรรมไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อยนิด ท่านเทพเทือกคนดีที่สุด ครับ ในระหว่างที่การทำลาย ทรท ลง แบบนั้นนะ ที่มันสุดจะผิดทุกอย่างที่ขวางหน้า ขอถามหน่อยเถอะ ท่านมาร์ค ม7 ท่านเทพเทือกคนดี ท่านเคยออกมาพูดสักคำไหม ว่า หยุดนะ ทำอย่างนั้นไม่ได้ มันผิดกฏหมาย เปล่าเลย ถามใคร ทุกคนพูดเหมือนกันหมด ปชป นั่ง หัวเราะ สมน้ำหน้า ทรท ตลอดเวลา คือ ดีใจที่ทหารทำผิดกฎหมาย
นี่นะหรือนักสู้เพื่อประชาธิปไตย นี่นะหรือนักสู่เพื่อสิงที่ถูกต้อง นี่นะหรือคนดี นั่งมองทหารปฏิวัติ ที่ถือปืน เข้าทำลายล้าง พรรคการเมืองอีกพรรค อย่างไม่รู้สึกอะไรเลย เพียงเพราะเขา แข่งกับตัวเองอยู่
นั่นนะจุดแรกที่ทำให้เห็นถึง ฐาติแท้ของปชป ว่ารักความ ยุติธรรม นิติรัฐ ธรรมาภิบาล จริยธรรม และ จรรยาบรรน ขนาดไหน คือพรรคมาก่อน ชนะมาก่อน ไม่ยืนหนัดอยู่กับสิ่งที่ถูก แล้วไงอีกหละ ที่เห็นกันง่ายๆ ว่า ปชป นั้น ไม่ได้มารักอะไรกันมากมายกับ ประชาธิปไตยเลย คือมันก็ธรรมดาหล่ะนะ แล้วเข้าใจได้ ที่ สนับสนุนเขา เข้าข้างเขา จนนั่งเฉยๆ" ให้ทหารทำอะไรก็ได้ ที่เหมือน ข่มขืน ผู้หญิงที่ ปชป เองไม่ชอบ อยู่ ดูกันแบบ ซึ่งๆหน้าได้ อันนี้หละในประเทศพัฒนาแล้ว มีศาลเขาบอกว่าคนนั่งดูแบบ ปชป นี่หละ ที่นั่งดูผู้หญิงถูกข่มขืน แล้วไม่เข้าไปช่วย แต่กลับ เชียร์สนั่นหวั่นไหว คนแบบนี้นี่หล่ะ เลว พอๆกับคนที่ทำการขุ่มขืน เลย แต่เอาหละ นั่นมันเมืองนอก ที่มาตรฐานมันสูง แบบในไทย ก็พอเข้าใจได้เหมือนกันที่นั่งเฉยๆ สนับสนุนการขูมขืน
แต่เอาหละ มีอะไรอีกหละ ที่มันส่อเหลือเกินว่าไม่ได้รักประชาธิปไตยหรือประชาชนเลย มันก็ง่ายๆหล่ะนะมาร์ค และ เทพเทือกสุดคนดี ถ้าจะขอให้ปชปมาประท้วงทหารเรื่องปฏิวัติและ รับหรือไม่รับ รธน ฉบับทหารหล่ะก็มันอาจจะมากไป เพราะก็รู้กันอยู่ว่าทหารเขากำลังผ่องถ่ายอำนาจไปให้มาร์ค คนดี มาเป็นนายก แต่แหมพี่มาร์ค วันเดียวหลัง มติ รธน ผ่าน ทำไมมารคถึงออกมาจับมือกับ พปช เตรียม ยำใหญ่ รธน ฉบับทหารหล่ะ คือมาร์คมาบอกว่ามันไม่ดีทำไมกัน ตอนนั้น แต่ตอนเขาต่อสู้กัน เพื่อรับหรือไม่รับ ทำไมมาร์ค นั่งเฉยๆ แล้วบอกว่า "รับ" อีกด้วย ก็รู้อยู่แล้วว่า "ไม่รับ" มันก็ลงเอยรอเลือกตั้งไป อีกเดือนเดียว หลังวันเดิม รอไม่ได้เลยหรือ ทำไมต้องมารับ มารีบร้อนอะไรกันจัง ทำอย่างกับอยากใหม่มันเลือกตั้งเร็วๆ แบบ Snap Election เหลือเกิน ไม่ก้เลียทหารเข้าไว้ นะ หน นี้ จะได้เป็นนายก
แต่ไม่ว่ากัน ไม่ออกมาเดินขบวนประท้วงทหารไม่ว่ากัน ไม่ออกมาสนับสนุน ไม่รับ รธน ไม่ว่ากัน เห็นผู้หญิงถูกข่มขื่นต่อหน้าต่อตา แต่กลับนั่งหัวเราะชอบใจ เอาถึงจะเอียนๆยังไงไม่รู้ เพราะนี่มันเมืองไทย ก็ไม่ว่ากัน แต่ถามตรงๆเถอะ แล้วนี่ก็เรื่องสุดท้ายจริงๆ ที่ทำไม ปชป ถึงส่อว่า ปชปไม่ได้เอาไหนอะไรเลย คือวันที่เขาไปประท้วงกันหน้าบ้านป๋ากันนะ จนทหารเอากระบองออกมาไล่ ฟาดฟัน ประชาชนนะ เอาหัวไป มุดอยู่ในกระโปรงใครกัน
อยากรู้ด้วยตาตัวเองและใจตัวเองไหม ว่า ถูกบิดเบือนเพราะอยากเป็นนายกอยากมีอำนาจ จนมันน่าเกลียดขนาดไหนไปแล้ว ลองไปหา บันทึกสีม่วงมาดู แล้วใช้สติที่เป็นกลางสักหน่อยในการดู แล้วจะรู้ว่าวันนั้นนะ ทหารตำรวจมันเลวจริงๆ ถึงสื่อส่วนมากจะออกมาอีกข้างเลย ส่วนเด็กของ พปช หรือ เขาเข้าไปนอนกันในคุกเลย เปล่าเทพเทือก และสุดคนดีมาร์ค ม7 ไม่ได้มาบอกให้ไปร่วมประท้วงป๋ากับเขาหลอก เข้าใจว่ามันมากไปสำหรับ เด็กดีในซีกทหารและอำมาตร แต่วันนั้นนะ ประชาชน อาบเลือดกันหลายสิบคน แล้วถามตัวเองดูสิ ว่าเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ เป็นพรรคการเมืองที่บอกว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย เป็นพรรคของคนดีมีธรรมมีธรรมาภิบาล มีจริยธรรม มีคุณธรรม มีนิติรัฐ และอีกร้อยแปดอย่างแบบ เคารพในสิทธิมนุษย์ชน ไม่เหมือนฮิตเลอร์จอมเทวทัศทักษิณ แต่ถามสรุปหน่อย วันนั้นนะ หรือวันสองวันหลังจากนั่น ออกมาปกป้องคนอาบเลือดเพราะกระบองทหาร หรือเปล่า เปล่าเลย ทหารเอากระบองฟ่ดหัวคน ถูกผิดมาวันนี้ยังสรุปไม่ได้ ถึงกระแสตอนนั้นมันจะสรุปว่า นปก ผิด แต่ ปชป ทำอะไรบ้าง เมื่อเห็นคนเป็นสิบ บางคนแก่ๆ บางคนเด้ก อาบเลือด เพราะไปประท้วงหน้าบ้านป๋า
คือ ปชป ไม่ทำอะไรเลย นี่หรือนักการเมืองพรรคการเมืองของปชช
หรือนั่งฝันหวานจะเป็นนายกเหมือนเดิม ไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น ที่จะไปขัดกับทางเส้นนั้น ไม่ว่าทางที่ตัวเองเดินมันจะ เลวถ่อยปานใด
อะไรจะเกิดขึ้น ถ้า พปช Boycott เลือกตั้ง
สรุปทวีวุฒิ คงจะประสาทเสียแน่นอน ก็เอาหละ ลองอ่านต่อดูก็แล้วกัน ว่าทำไมนักวิเคราะห์บางคน ถึงออกมาแนะให้ พปช ล้มเลือกตั้งมันไปเลย
มันไม่ใช่เรื่อง สะใจ หรืออะไรหลอก คือหน้าไหนยังไม่เชื่อว่า กกต และ บัง กำลังจับมือกัน ล้มมวย ให้ ปชป ออกมาเป็นรัฐบาล ก็สมควรหยุดอ่านบทความนี้ได้ เพราะสติและปัญญาของท่าน ยังไม่พร้อมรับความจริง และยัง อ่อนเอามากๆ คือข้อมูลที่ออกมาตอนนี้ ทำให้เห็นแน่ชัดแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า จัดฉาก ให้ดูกันก็เท่านั้นเอง มันไม่ได้รอให้คนไปลงเสียงหรืออะไร แต่มันรอให้มาร์ค ม7 เซ็นสมยอมต่อข้อเสนอแกมบังคับ ของ คมช ก็เท่านั้นเอง
แล้วถ้าไม่ใช่เรื่อง สะใจแล้ว มัน เรื่องอะไรกัน?
ก่อนตอบคำถามนั้น เข้าเรื่องประเด็นร้อนกันก่อนดีกว่านะครับท่านผู้อ่าน ว่าทำแล้ว พปช จะได้อะไร มันก็ขึ้นอยู่กับว่า พปช ต้องการอะไร ถ้าต้องการ ตอกกลับ คมช บัง และ กกต ก็ Boycott เลือกตั้ง แล้วฟ้องศาลไปเลย ด้วยเรื่อง เอนเอียง เลือกตั้งไม่ยุติธรรม อย่าให้ผมต้องมาทบทวนให้ฟังเลยนะว่า หลักฐาน ตรงนี้มันมีอะไรบ้าง เอาเป็นว่าถ้าจะฟ้อง มันมี สิ่งที่เกิดขึ้น มากมายหลายอย่าง ที่ทำให้คนทั่วไปกลางๆ เห็นกันไปหมดแล้ว ว่าเลือกตั้งครั้งหน้า มันไม่ยุติธรรม ที่แน่นอน ก็มีหลักฐาน และประเด็น มากมาย กว่าการที่ ศาลออกมาโมฆะเลือกตั้งคราวที่แล้ว ที่ตั้งเลือกตั้งให้เร็วแบบที่ทักษิณทำโดยใช้ Snap Elections ที่คนเขาก็ทำกันทั่วโลก แต่ศาลไทยกับมาร์ค กลับไม่เคยได้ยินมาก่อน
คือประเด็น เอนเอียง ของ บัง รัฐบาล กกต มันมากมายก่ายกองจริงๆ จนถ้าขึ้นศาล ถึงมันไม่แน่นักว่าศาลจะออกมาทางไหน เพราะตุลาการภิวัติมันไม่เคยยุติธรรม แต่มันก็ต้องโมฆะ ไม่ก็ไม่โมฆะ
แต่แน่นอน ถ้าคดีแข็งพอ โมไม่โม ยังไง มันก็จะแข็งพอต่อสื่อของโลกและรัฐบาลทั่วโลก พูดง่ายๆ ถ้า พปช Boycott เลือกตั้ง แล้วฟ้องศาล ไม่ศาลบอกว่ามันไม่ยุติธรรม ต้องเลือกตั้งใหม่ ถ้าไม่อย่างนั้น แล้วไม่โมฆะ แต่มันก็จะเป็นการตบหน้า กกต คมช รัฐบาลทหาร ศาล และรัฐบาลใหม่ ไปทั่วโลก เพราะหลักฐานมันแน่นเหลือเกิน และการยอมรับ รัฐบาลที่โกงเข้ามา จากการเลือกตั้งที่บิดเบือน ก็จะเป็น ศูนย์ จากต่างประเทศ
คือสรุปตรงนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับว่า พปช ต้องการอะไร บัง เขาเกทับมาแล้ว ว่าจะเอาให้แพ้แน่นอน โดยการบิดเบือนการเลือกตั้ง แบบสุดๆ แล้วถ้า พปช ชนะ บังเขาบอกว่า ให้บอกไปเลยว่าอาจจะปฏิวัติอีกรอบ ลงมันอย่างนี้ ขนาดนี้แล้ว พปช ต้องการอะไรหล่ะ ถ้า พปช ต้องการแสดงให้โลกและฐานเสียงที่มีอยู่แล้ว และเสียงใหม่ๆ เข้าใจและหันมาเข้าข้าง พปช มันก็พอจะมีสาเหตุให้ Boycott การเลือกตั้งเหมือนกันนะ เพราะการไม่ Boycott มันก็คือการยอมรับ การกระทำเลวๆต่างๆของบังและพลพรรค คือยอมแข่งในสนามที่ไม่ยุติธรรมเอง แบบนี้ แล้วจะมาบ่นอะไรหละ ไม่ว่าผลออกมายังไงก็ตาม
คือสรุปสักหน่อย ถ้าแข่งไป แล้ว ชนะตั้งรัฐบาลผสมหรือพรรคเดียวได้ อำนาจอำมาตรมันก็จะทำทุกอย่างเพื่อ ล้ม รัฐบาล พปช ลงให้ได้ ต่อไปไม่มีวันยุติ คือแค่ทหารออกมาขู่ทุกครั้งที่ รัฐบาล พปช ทำอะไร ว่าทหารไม่พอใจมาก อาจจะปฏิวัติอีกครั้ง แล้วไปผนวกกับการเล่นสงครามข่าวกับสนธิ ลิ่มทองกุล แล้วพรรคฝ่ายค้านกับพันธมาร จัดขบวนประท้วงใหญ่สักหนสองหน รัฐบาล พปช ก็ คงจะล้มไม่เป็นท่า ไปเลย พรรคที่มาผสมด้วย คงเปลี่ยนข้างเร็วกว่าผ้าอ้อมลูก หรือถ้าพรรคเดียว โน่น คงต้องขนคนออกมาประท้วง ต่อกรกับคนประท้วงของฝ่ายค้านและพันธมิตร เอาเป็นว่าทหารนั่งหัวเราะ ต้องไป ปลุก พี่สพรั่ง มาช่วยปฏิวัติกันอีกหน
คือถ้ามาถึงจุดนี้แล้ว พลพรรค พปช และ แฟนๆ ก็คือแบบผม ถ้ายังไม่ยอมรับว่า สงคราม หนนี้ แพ้ชนะ กันนะ มันไม่ได้อยู่กับการเลือกตั้งเลย มันเป็นสงครามที่ใหญ่กว่านั้นมาก มันเป็นสงครามระหว่าง อำนาจนิยมของคนรวยและผู้ดีและบริวาร ที่มีปรัชญาบริหารจากบนลงล่าง คนข้างบนรู้ดีกว่า และปรัชญาของประชาธิปไตย คือ ล่างขึ้นบน ฟังเสียงปชชว่าต้องการอะไร และนั่นคือเสียงสวรรค์ ไม่ใช่เสียงของ ป๋าและราชนิกุลหรือข้าราชการ
การชนะสงครามนี้ อย่างที่ ไทย อี นิวส์ ที่พึ่งเอาบทความจากพันทิพย์มาลง สงครามหนนี้ มันคือ Total War หรือสงครามทุกสัดส่วน ทุกภาคส่วน ทุกมิติ ยืดเยื้อ และ ยาวนาน สาเหตุเพราะมันเป็น ปรัชญา สองอย่างที่ขัดกันอยู่ ที่ตอนนี้ ถ้าแฟร์ๆ ก็ต้องบอกว่ามันสมดุลกันมาก ในพลังในตัวปรัชญาเองและผู้สนับสนุน จนไม่ว่าเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร มันก็ไม่มี Win Win มันมีแต่ Loose Loose หรือ เสียกับเสีย มันเป็นสงครามกลางเมืองทางปรัชญา
มาร์คนั้น คงนอนมาแน่นอน ถ้าทหารไม่ได้ใจมากไป ที่พรรคที่เลียทหารแบบอีแอบ ทั้งหลาย ไม่ได้เสียงมากเกินไป จนสามารถยึดตำแหน่งนายกไปได้ คือทหารคุมได้มากกว่า คุมมาร์ค แต่ยังไงก็ตาม ถึงจะเป็นมาร์คค่อนข้างแน่นอน ก็เพียงแต่ว่าแขนและขามาร์ค จะขาด เพราะเรื่องความมั่นคงและยุติธรรม จะตกไปอยู่ในมือทหารแน่นอน และนโยบายจะต้องค่อยๆลดประชานิยมลงมา ตามแบบฉบับของ อำมาตร และจะหันไปหา Mega-Project มาเลี้ยงพลพรรคระดับสูงของอำมาตร แทนประชานิยม ที่เลี้ยงคนระดับรองลงไป
สำหรับ พปช แล้ว ถ้าเป็นฝ่ายค้าน แน่นอนว่าจะถูกทำลายไปเรื่อยๆ มาร์ค จะทำคะแนนให้ ระบอบอำมาตร พปช เป็นฝ่ายค้าน นั่งตั้งรับ และพาฝ่ายประชาธิปไตย ให้ตกเป็นรองไปด้วย ทหารจะเข้า สกัดและทำลายล้าง พปช และ ทักษิณ และ ทุกอย่างที่เป็นตัวแทนของประชาธิปไตยนิยม อย่างต่อเนื่อง สรุปคือ ช่องว่างระหว่างสองฝ่ายจะกว้างขึ้น พลังของระบอบอำมาตร จะแผ่กระจายมากขึ้น พลังของประชาธิปไตย จะอ่อนลง
สรุปคือ พปช ชนะเลือกตั้ง ก็จะถูกทำลาย หรือ พปช แพ้เลือกตั้ง ก็จะถูกทำลาย สาเหตุก็เพราะมันต้องมีปรัชญาที่ชนะ และตอนนี้ ทหารที่คุมอำนาจ มันทหารของอำมาตร ทหารของป๋า ศาลและผู้พิพากษา มันของอำมาตรและป๋า ข้าราชการมันของอำมาตรและป๋า อรหันต์และสวอีกกี่คนกัน ที่จะเข้าไปเล่นการเมือง ที่ก็จะมาจากเส้นสายอำมาตรและป๋า
คือ พปช จะเอายังไงถ้าสงครามมันระดับนี้ แน่นอนว่าเก่งมากที่เกาะกลุ่มกันมาและเดินมาถึงได้วันนี้ แต่มันเป็นเพราะเรา ทำให้เขาอ่อน หรือเป็นเพราะ จุดอ่อนของเขาเอง คำตอบคงจะลูกผสม แต่สรุปคือพวกเรา ก็โชคดีกันมามากแล้ว แต่ที่น่ากลัวคือ เขาทำผิดมากมาย แต่ไม่มีใครขจัดเขาได้เลย มันไม่มี กลไก ระดับไหนเลย ที่จะไปหยุดเขาได้ แล้วผมก็ขอสรุปก็แล้วกัน ว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับว่า พปช ต้องการอะไร ถ้าเพียงช่วยคนจนในชนบท และคนระดับกลางในกรุงเทพและหัวเมือง นั่นคืออ่านโจทย์ผิดแล้ว นั่นเป็นเพียงส่วนย่อย โจทย์จริงๆแล้วใหญ่กว่านั่นมาก โจทย์มันคือ จะกอบกู้ประชาธิปไตยให้คืนมาได้อย่างไร จากพวกอำมาตรที่ไม่เคารพ นับถือ อะไรเลย นอกจากอำนาจและเงิน และที่สำคัญ กล้าทำทุกอย่างให้ชนะ
ผมถึงบอกไง ว่ามีบางคนใน พปช ที่พร้อมสู้กับสงครามแบบนี้แล้ว ที่มันใหญ่กว่าการเลือกตั้ง ใหญ่กว่าตั้งรัฐบาล ใหญ่กว่าปัญหาคดีที่มีต่อทักษิณ ใหญ่กว่าการปฏิวัติ ใหญ่กว่าฝ่ายค้าน ใหญ่กว่าพรรคการเมือง ที่รบกันอยู่มันคือสอง ปรัชญา พี่ๆบางคนใน พปช ถึงบอกผมมา ก็ลองดูสิว่าถ้า กา ไม่เลือกใคร กันสัก 15 ล้านคน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะ พปช Boycott เลือกตั้ง แล้วฟ้องศาล อัด กกต บัง อำมาตร ป๋า กันแบบตรงๆแบบนี้ดูสักหน มาดูกันสิว่าพวกอำมาตร มันจะทำยังไงต่อ
เกมของพี่ๆพวกนี้คือ อยากยึดประเทศไทยมากนัก ก็เชิญเอาไปเลย เหมือน คมช นะ ปีเดียวกลายเป็นหมาขี้เรื้อนไปแล้ว ลองปล่อยอำมาตร กับ มาร์ค ให้เต็มที่ไปเลย สุดท้ายแล้ว มันก็หนีความจริงไม่พ้น โลกทุกวันนี้ มันของนักประชาธิปไตย ไม่ใช่ของชนชั้น อภิสิทชน
สุดท้ายจะเกิดอะไรขึ้น ก็มาร์คบริหารรัฐบาลที่ไม่มีใครนอกไทยยอมรับ ในภาวะที่นักเศรษฐกิจเขาบอกว่าปีหน้าเผาจริง ในขณะที่คนไทยราว 15 ล้านคนกาไม่ออกเสียงเพื่อประท้วง แล้วคดีการโกงเลือกตั้งครั้งหน้า ขึ้นศาลเป็นสิบเรื่อง ส่วน พปช ก็เล่นแบบตอนนี้ไปเรื่อยๆ ดาวกระจายบ้าง รวมพลใหญ่สนามหลวงบ้าง ป่านนั้นสื่อเสรีกว่าตอนนี้แน่ ก็เอาเลย PTV และไม่ร็จะอีกกี่ช่อง ที่ถูกอุดตันมานาน ก็ระเบิดกันให้สนุกด้วยข้อมูล
คือมีอะไรจะเสียอีกหล่ะ ชนะเขาก็จะอัดให้ออกให้ได้ แพ้เขาก็เหยียบต่อ สู้เปิดสงครามใหญ่ไปเลย ไม่ดีกว่าหรือ ไอ้เลือกตั้งนะ มันก็แค่ เหยื่อล่อ ให้เข้าไปติดกับดักเท่านั้นเอง ถ้างง หมายความว่า บังมันเอามาล่อให้เล่นในกรอบที่มันวางไว้ เท่านั้นเอง
ขอโทษทีนะครับที่หายไปหลายวัน ไม่มีอะไรมากครับ ออกไปพบปะคนรู้จักกันหลายคนหน่อยหมู่นี้ เพื่อจับกระแสดู คือไม่อยากนั่งเทียนเขียนมากเกินไป ที่ไปเจอมาก็มีเพื่อนที่เป็นดาราละคร เพื่อนที่เป็นเอ็นจีโอ เพื่อนที่เป็นข้าราชการครู เพื่อนที่เป็นแม่ค้าใหญ่ เพื่อนนายหน้าขายหุ้น รวมแล้วก็หกเจ็ดคน ผมก็หายไปราวๆหกเจ็ดวันแล้วนะครับ คือไม่ได้เขียนอะไรใหม่มานานาแล้ว สีสันและข้อมูลที่ได้มานั้นคงจะมากมายเกินกว่าที่จะเอามารวบรวมไว้ได้วันนี้ ส่วนมากมันคงเข้าไปปรับปรุงมุมมองของผมเท่านั้นเอง ในการเขียนเรื่องต่อๆไป
เพื่อนมองประชาธิปไตยยังไง
แต่เข้าเรื่องเลยนะครับ คำถามแรกเลยที่ยิงเข้าใส่เพื่อนทุกคนคือ มองว่าประชาธิปไตยคืออะไร ผมก็ได้คำตอบมาจากหลายมุมมองทีเดียว เพื่อนที่เป็นแม่ค้าบอกว่า ประชาธิปไตยคือความมั่นใจ ว่าแม่ค้าคนอื่น จะจ้างตำรวจไปรังแกเขาไม่ได้ และเหมือนกัน คือทำให้ต้องแข่งขันกัน เขาก็จะเอาตำรวจไปเล่นงานคนอื่น ก็ไม่ได้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าเพื่อนคนนี้จะมองไปที่นิติรัฐและค้าขายเสรี เพื่อนที่เป็นดาราละครใหญ่ บอกว่า ประชาธิปไตยคือเสรีภาพ ที่ถ้าจะได้มา ต้องต่อสู้กับเผด็จการตลอดเวลา แล้วเขาก็ยกตัวอย่างกฎหมาย เกี่ยวกับละคร ว่าจะออกได้ตอนไหน ว่าในที่สุด เขาและพลพรรค ต้องไปตะโกนด่ากับปลัดกระทรวง ว่าทำไม่ได้ผิด รธน จนในที่สุดออกมาเป็นเพียงคู่มือปฏิบัตร ตรงนี้ดูเหมือนว่าประชาธิปไตย ก็คือเสรีภาพในการประกอบอาชีพ
ครูบอกว่าประชาธิปไตยคือเสียงส่วนมากปกครอง แต่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อย ด้วย ปัญหาคือ เลือกตั้งครั้งหน้า พปช คงได้เสียงข้างมาก แต่ต้องเป็นฝ่ายค้าน แล้วมันจะบริหารกันยังไง ถ้าเสียงข้างมากอดบริหาร ก็ออกไปในแนวปัญหาโลกแตกของประชาธิปไตย เรื่องจัดตั้งรัฐบาล ส่วนเพื่อนที่เป็นเอ็น จีโอบอกว่า ประชาธิปไตยคือ การฟังคนด้อยโอกาส คนจน ชุมชน เพราะคนพวกนี้เป็นเสียงส่วนมากของประเทศ ที่ถูกลืมเร็วที่สุด
ประชาธิปไตยเข้าครอบงำปัจเจกชนจน แกะ ไม่ออก
ถ้าจะให้สรุปคนอื่นเร็วๆก็ได้ครับ ดูเหมือนว่า ประชาธิปไตยสำหรับเพื่อนๆผมแทบทุกคน คือกฎระเบียบที่ ปัจแจก คนจะอยู่ด้วยกันอย่างมีเสรีภาพ ไม่เจอกฎและระเบียบที่ห้ามทำโน่นนี้ หรือบังคับให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ ที่ออกจากใคร มาเพื่ออะไรก็ไม่ทราบได้
สรุปสักหน่อย คือประชาธิปไตยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ การใช้ชีวิตทุกวัน เกี่ยวกับเราและสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าสิ่งรอบข้างนั่นคืออะไร ส่วนเผด็จการ ไม่ได้กลายเป็นอะไรสำคัญในชีวิตไปเลย นอกจากปัญหา ที่ต้องพยายามข้ามไปให้ได้ ที่โดยมากก็เข้ามาในชีวิตเรา ผ่านมากับคนบ้าเผด็จการ ที่พยายามมาบอกเราว่าทำไมสื่อถูกครอบงำถึงดี ทำไมไปประท้วงบ้านป๋าถึงไม่ดี และอีกร้อยแปด ประเด็นของเด้กซื่อบื้อ
เราคนไทยก็อยู่ใต้เผด็จการกันมาปีกว่าแล้ว เห็นอำนาจปืน บังคับอำนาจตุลาการ ยุบพรรคทรทไปตามแผนสามสี่ขั้น ตามทำลายล้างอำนาจเก่าและทักษิณ อย่างคมคายมีกลยุธ และอาวุธครบมือ แล้วร่าง รธน ฉบับอำมาตรออกมาเป็นใหญ่ ให้นักการเมืองของปชชเหมือนหมา
แต่หลังจากคุยกับเพื่อนๆมา เห็นได้ชัดเลยถึงอำนาจและพลัง ที่ประชาธิปไตย มีอยู่ในตัวมันเอง ถึงขนาดเป็นส่วนหนึ่ง ที่สำคัญและเป็นแกนกลาง ของการใช้ชีวิตประจำวัน หรือหลายๆวัน แบบทั้งชีวิตกัน ไปเลย ของเราทุกคน ง่ายๆ คนอ้วนหน่อยแบบผม จะจ้างมอร์เตอร์ไซรับจ้าง ก็ต้องถามก่อนว่ารับน้ำหนักได้หรือไม่ เต็มใจไปหรือไม่ แบบ้าดีเดือนกระโดดขึ้น แล้วอ้างโน่นนี่ ลงเอยตีกันตาย
ในสายเลือด
ผมคิดว่ามันเป็นธรรมชาติของคนไทยไปแล้วหละครับ ที่จะมีประชาธิปไตยอยู่ในสายเลือด ในจิตและวิญญาณ ในการใช้ชีวิต ของคนไทย คือประชาธิปไตยได้กลายเป็น กลไกใหญ่ ขอกการอยู่ร่วมกัน และใช้ดูแลกันและกัน หมายความว่าเท่าที่ดูมา เผด็จการ ไม่สามารถ มาเป็นตัวแทนของประชาธิปไตยได้เลย ในการทำให้คนอยู่ร่วมกัน เผด็จการ ไม่มีสักยภาพพอที่จะจัดการอะไรได้เลย แม้แต่ในปลีกย่อย จริงๆแล้ว เผด็จการ จะกลับไปอีกด้านเลยด้วยซ้ำ คือ ทำลายชาติลง ใน ทุกมิติ เลยของคำว่าชาติ
คือเคยบอกตัวเองไหม นี่สมัยเผด็จการ เราต้องเผด็จการ
มันมีคนส่วนน้อยและน้อยลงเรื่อยๆครับ แบบธีรยุทธ ที่ยังออกมาพูดได้ว่า คมช สอบ ผ่าน และสนับสนุนให้อำมาตรและปชป จับมือกันปกครองประเทศ เพื่อราชนิกุลและชนชั้นสูง แน่นอนครับว่านั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย นั่นมันเอาอำนาจไปให้คนส่วนน้อยมาครอบงำคนส่วนมาก
และธีรยุทธ ได้ลืมไปแล้วว่าภายใต้ประชาธิปไตย เช่นการที่คนไปประท้วงป๋า ที่หน้าบ้าน โดยไม่ถูกคอมแมนโดบุกเข้าสลายโดยใช้อำนาจนั้น ในประชาธิปไตยไปประท้วง กระทำกันได้ โดยไม่ต้องกลัวกระบอง วงของคนพวกนี้แบบธีรยุทธ ที่มองว่ามันไปประท้วงป๋าไม่ได้ นับวันมันจะยิ่งแคบลงเรื่อยๆครับ สาเหตุก็เพราะหัวใจและปัญญา และวิสัยทัศของคนอื่น โดยเฉพาะนักประชาธิปไตย มันกว้างขึ้นทุกวันตลอดเวลา คือชี้มาให้ดูสักจุดได้ไหม ที่กำลังเจริญรุ่งเรื่อง จากเผด็จการหนนี้ มันไม่มีเลยครับท่านผู้อ่าน
มันกลับกันเลย วีรชนของการต่อสู่เพื่อประชาธิปไตยหนนี้ก็เกิดขึ้นมากมายหลายคนแล้วนะครับ ในปีที่ผ่านมาใครก็ตามที่ดู บันทึกสีม่วง จะเห็นคนแก่และผู้หญิงชรา เต็มไปด้วยเลือดบนหน้าและนองตัวไปหมด หลายๆคน อาจจะเป็นสิบ ที่เจอไป และหลังประชาธิปไตยกลับมา ครบรอบหนึ่งปี วันลงกระบอง หน้าบ้านป๋า ที่เอากระบองมาพาดคนวันนั้น คนพวกนี้ ที่เขาเจ็บกันระนาว คงจะไป วางพวกหรีด ที่บ้านป๋ากัน
นี่หละครับ กรรมของป๋า ที่ทำไว้ และธีรยุทธ ที่ออกมาบอกว่า คมช สอบผ่าน ขอให้ปชปจับมือทหารและชนชั้นสูง ปกครองบ้านเมือง พอประชาธิปไตยมันกลับมา นึกหรือครับว่าจะลืมที่พูดเอาไว้ คราวหน้าพูดที่ไหน หรือตอนที่เรียกนักข่าวเข้าไป ก็เตรียมตัวเจอ รากหญ้าประท้วงได้เลย นี่หละจะเป็น กรรมของธีรยุทธ สักวันรับรองได้เลย จะมีรถขนหญ้าไม่ก็ฟาง เอาไปทิ้งไว้ที่ มธ พร้อมด้วยป้ายที่บอกว่าเชิญอาจารย์ ธีรยุทธ ออกมากินได้แล้ว
แล้วในส่วนตัวเราเอง
แล้วในส่วนตัว แน่นอน ป๋านั้นใช้ชีวิตของเผด็จการชัวร์ นั่งเรียกคนนั้นนี้เข้ามาสั่ง บังคับบัญชาโน่นนี่ออกมาออกไป ตามแผนนั้นแผนนี้ โอยสนุกมือเป็นฮิตเลอร์ตัวจริง แต่นั้นมันก็สุดยอกปิรามิดเท่านั้น มันมีแบบป๋าไม่กี่คนในประเทศ คนอื่น ก็นั่งรับใช้ ฮิตเลอร์แบบป๋า ป๋ากันไป หรือจะเป็นธีรยุทธ มาส่งอำนาจให้อำมาตร โน่นยังไม่รู้ว่าอำมาตรตนใดจะได้เป็นนายก แต่เสร็จแล้ว แต่ตัวเองหละ มีอำนาจอะไร ก็ต้องใช้ชีวิต อยู่ใต้กฏของประชาธิปไตยทุกวัน
ในระบบมันเผด็จการแน่นอน แต่ห่างออกมาสักหน่อย ประชาธิปไตยครองเมือง
ในระบบหละ แน่นอนว่าการ ต่อทอดอำนาจของทหารและระบอบอำมาตร มันจะเหมือนมือเหล็กกดหัวคนไทยต่อไป แต่อย่าหวังว่าจะนาน และครอบครุม อำนาจและพลังของประชาธิปไตย ที่มันมีอยู่ในตัวมันเอง มากมายนัก แล้วก็ได้เข้าสิงสถิต กลับเข้าไปอีกครั้งในหัวใจคนไทย อย่างน้อยก็ 10 ล้านคน ที่ไม่เอาปี 50
และแบบที่ผมถามเพื่อนๆผมมา จริงๆแล้ว ประชาธิปไตย มันไม่เคยหายไปไหนเลยด้วยซ้ำ ยังเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิตประจำวันในทุกๆด้าน เผด็จการมันไม่ได้ฝังลึกอะไรเลย รากแทบไม่มี ระวังไว้ให้ดี สำหรับคนที่ยังรักเผด็จการ แน่นอนว่ากำลังจะตกขอบประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่