สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
พล.อ. วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความรุนแรงในพท.3จชต.ช่วงที่เป็นอยู่ในปัจจุบันว่าเป็นผลโดยตรงมาจากแนวนโยบายของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีมติผ่านสภาองค์กรนำ ให้เพิ่มการปฏิบัติการที่รุนแรงมากขึ้นในพท.
พล.อ. วัธนชัย กล่าวถึงข่าวที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าแกนนำในขบวนการแบ่งแยกดินแดน ได้รวมตัวกันเป็นสภาองค์กรนำเพื่อรวมศุนย์การต่อสู้ให้ไปในแนวทางเดียวกันแม้จะมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน ว่า ได้มีการรวมตัวกันมานานแล้วภายใต้องค์กร และมีการสั่งการระดับบน ผ่านลงมายังระดับกลาง และระดับล่าง และเมื่อมีนโยบายออกมาระดับล่างก็จะเป็นฝ่ายลงมือทำ
อย่างเช่นในสภาของเขาตกลงกันว่าใน 6เดือนนี้ขอให้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเขาก็สั่งระดับล่างที่เป็นอาร์เคเค (กำลังติดอาวุธประจำหมู่บ้าน) ให้ ปฏิบัติการ ดังนั้นระหว่างนี้คงไปเปลี่ยนอะไรไม่ได้ เพราะเขาสั่งมาแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนใหม่ก็ต้องรอการประชุมอีกครั้งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่และคนพวกนี้ก็ไปเสนอในที่ประชุม เขาบริหารกันแบบนี้ไม่ได้บริหารกันแบบเผด็จการคนเดียวเขามีหลายกลุ่มแต่ก็แยกกันปฏิบัติการ แยกอุดมการณ์ด้วยแต่มีเป้าหมายอย่างเดียวกันคืออยากให้พื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคให้เป็นอิสระ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงกล่าวทำความเข้าใจกับผู้สื่อข่าววันนี้
นั้นตนคิดว่านายกฯก็คงรีบดำเนินการแล้ว
เรื่องพวกนี้อย่าเพิ่งไปถามนายกฯมาก หรือไปเร่งรีบมาก ต้องเงียบ ๆอย่ากระโตกกระตากมาก แต่ก็มีการเคลื่อนไหวตลอดคนที่เราพยายามเจรจาซึ่งมีทุกฝ่าย ประเทศเพื่อนบ้านเราก็มีเสนอมาทั้งนั้น เราเข้าทางไหนก็พบจุดทั้งนั้น กลุ่มพวกนี้ไม่ได้มีคนเดียวที่จะตกลงใจได้ เขาทำงานมานานมีองค์กรมีความร่วมมือของกลุ่มเขาอยู่ มีรวมกลุ่มกันเป็นสภาไม่ใช่คนเดียวตัดสินใจ ดังนั้นต้องค่อย ๆไม่ใช่เจรจาครั้งเดียวจบ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นจปร. 12 ของนายกรัฐมนตรี พล.อ. สุรยุทธ จุลานนท์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคง และอดีตรองผบ.ทบ. กล่าวต่อว่าการรบในปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดยาวนานหรอกเพราะต่างก็ล้ากันทั้งนั้น ซึ่งหากเงื่อนไขใกล้ ๆ กันก็สามารถเจรจาพูดคุยกันได้
ความจริงในพท.ภาคใต้ ไม่ใช่ว่าเราจะเข็มงวดอะไรมากมายแต่เป็นเรื่องของตัวบุคคลมากกว่า ความคิดเก่า ๆ เรื่องสายสัมพันธ์เรื่องความคับแค้นใจในการปกครอง ซึ่งเป็นเรื่องเก่าทั้งนั้นความจริงการนำเอากลุ่มอัลเคด้าเข้ามา บางกลุ่มเขาก็รับไม่ได้แต่เมื่อมาร่วมกันแล้วก็เหมือนเพื่อนกัน จะไปห้ามหรือบอกอะไรก็ลำบากก็ต้องมียุทธศาสตร์ อยู่ ๆ จะเอาคนไทยมาฆ่า มาตัดคอแล้วเผาอย่างนี้เขาก็รับไม่ได้ ซึ่งถือเป็นวิธีการรบแบบใหม่ของเขา
ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนี้รู้ข้อเสนอของฝ่ายโน้นหรือยัง พล.อ.วัธนชัย กล่าวว่า ก็บอกแล้วว่าต้องเงียบ ๆ ตอนนี้รัฐบาลเราเพิ่งเริ่มเจรจาแบบใต้ดิน
พึ่งเริ่มในขั้นการติดต่อ ส่วนตัวบุคคลที่จะไปเจรจานั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ผบ.ทบ.กล่าวถึงและจะเป็นคนที่ผบ.ทบ.ระบุว่าเหนือว่านายสะแปอิงหรือไม่นั้นก็ขอให้ใจเย็นๆ เราเริ่มเข้าไปหาตัวแกนนำใหญ่ๆ แล้วซึ่งไม่ใช่นายสะแปอิง บาซอ ซึ่งบุคคลที่อ้างถึงเป็นผู้ที่อยู่ในสภาของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเวลานี้ไม่อยากให้ลงไปลึก เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นและใครจะเป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐไปเจรจายังไม่ได้มีการกำหนดแต่ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล คนเจรจาอยู่ที่นายกฯ ตนไม่เกี่ยว
ขั้นนี้แค่ขั้นที่จะเริ่มหาติดติดเจรจา ยังไม่ได้คุยกันเลยอย่างที่นายกฯบอกว่า มีแนวโน้มที่จะมีการพูดคุยกันแล้ว อย่าไปลงผิดอีกเพราะยังไม่มีการเจรจา แต่มีแนวโน้มที่จะหาทางเจรจาเจอแสงสว่างที่ปลายถ้ำแล้วเท่านั้นเอง และไม่ได้มีประเทศไหนมากระซิบเรื่องของแกนนำเราหาเองอยู่แล้ว เป็นการทำงานในระดับเจ้าหน้าที่พล.อ.วัธนชัย กล่าว
พล.อ.วัธนชัย ได้กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของพล.อ.พัลลภ ที่กล่าวว่าไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะเปิดเจรจาเพราะจะทำให้เป็นเงื่อนไข ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวท่าน ถ้ารัฐบาลจะเจรจาก็เจรจาเพราะเป็นนโยบาย เมื่อถามว่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้ต่างชาติเข้ามาดูแลสถานการณ์ภาคใต้หรือไม่ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า ก็เพราะความกลัวตรงนี้แหล่ะ ขณะนี้องค์กรต่างๆ ก็อยากเข้ามาทั้งนั้น ยูเอ็นก็อยากเข้ามา จึงพยายามไม่ให้เกิดขึ้น ต้องระวังถ้าไปตอบโต้ด้วยความรุนแรงก็จะไปเข้าทางที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
ต่อกรณีที่ทางรัฐบาลได้เชิญเลขาธิการ OIC มาเยือนไทยเมื่อเร็วๆนี้ ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า
ตอนนี้มันเป็นอินเตอร์ไปแล้ว เพราะโอไอซีเป็นกำลังหนึ่งที่จะมาเป็นตัวคานเอาไว้ เรียกว่าเราหาเพื่อนที่เป็นพวกเขาให้มาดูว่าเราไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรงตามที่พวกเขาโฆษณา กฎหมายก็ไม่มีความรุนแรง มีก็ไม่ใช้ เขาฆ่าเราทั้งนั้นแหละเรายังไม่ได้ฆ่าใครเลยคือให้เขามาเห็นการปกครองเราก็ปกครองดีเขาก็เข้าใจนี่คือพวกเราไม่ใช่พวกเขา
พล.อ.วัธนชัยกล่าวถึงกรณีที่จะมีการเปิดเจรจากับแกนนำกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใน 3จังหวัดชาแดนภาคใต้ว่า แค่เริ่มในขั้นการติดต่อส่วนตัวบุคคลที่จะไปเจรจานั้นก็เป็นคนเดียวกับที่ผบ.ทบ.กล่าวถึงและจะเป็นคนที่ผบ.ทบ.ระบุว่าเหนือว่านายสะแปอิงหรือไม่นั้นก็ขอให้ใจเย็นๆ เราเริ่มเข้าไปหาตัวแกนนำใหญ่ๆ แล้วซึ่งไม่ใช่นายสะแปอิง บาซอ ซึ่งบุคคลที่อ้างถึงเป็นผู้ที่อยู่ในสภาของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเวลานี้ไม่อยากให้ลงไปลึก เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นและใครจะเป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐไปเจรจายังไม่ได้มีการกำหนดแต่ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล คนเจรจาอยู่ที่นายกฯ ตนไม่เกี่ยว
ขั้นนี้แค่ขั้นที่จะเริ่มติดต่อเจรจา ยังไม่ได้คุยกันเลยอย่างที่นายกฯบอกว่า มีแนวโน้มที่จะมีการพูดคุยกันแล้ว อย่าไปลงผิดอีกเพราะยังไม่มีการเจรจา แต่มีแนวโน้มที่จะหาทางเจรจา เจอแสงสว่างที่ปลายถ้ำแล้วเท่านั้นเอง และไม่ได้มีประเทศไหนมากระซิบเรื่องของแกนนำเราหาเองอยู่แล้ว เป็นการทำงานในระดับเจ้าหน้าที่พล.อ.วัธนชัย กล่าว
Growing Links Seen Among Southeast Asian Islamists;
World Politics Review Exclusive
The thread appears to loosely wind through
Mention of terrorism in this region and the international community automatically thinks of the
The Thai authorities estimate that about 2,300 people mostly civilians but also, increasingly, conscripted soldiers have died since the militant resurgence of a decades-old Muslim-Buddhist conflict begin in 2004.
Ironically, while petulantly denying that any Cambodians are involved in overseas violence, Phnom Penh Prime Minister Hun Sen accused
Thailands army chief and leader of last Septembers military coup, Sonthi Boonyaratkalin, said just last week that the Thai government needs to improve relations with the Organization of the Islamic Conference notably Malaysia, Turkey and Saudi Arabia, which currently have key stewardship of that body to keep it from becoming embroiled in the southern insurgency.
Sonthi, who is also head of
Meanwhile, as
The city-states Home Affairs Department alleges that some of the five visited militants in
Without giving details,
Both are alleged to have received some form of training.
Four of the five detained are allegedly members of Jemaah Islamiyah.
But the Singapore Home Affairs Department also claims that a new element of extremism has crept into the tiny country, something it calls self radicalization.
The Singapore Institute of International Affairs says
The claim is that one of the arrested five, Abdul Basheer Abdul Kader, had been influenced by extremist propaganda on the Internet and planned to join the Taliban in
The
Sources in
For some civil libertarians in
The Singaporean allegations have led to another firm denial of a radical Islamic thread running through
Thats a claim many people find difficult to swallow.
Observers of the conflict in southern
Its a poorly kept secret that a chain of spicy soup restaurants operating across northern
There is no doubt about connections between radical Muslim groups across
Cambodian Muslim groups are passing into
Cambodians have a reputation for mindless brutality and some people think they are responsible for the beheadings that occur in attacks in southern
Muslims of the Rohingya ethnic tribe in southwest
Radical Muslims from
The radicals in
Although there is some evidence that some Filipino Muslim radicals have had contacts with the Middle East, even taking refuge there in the past, the OIC has previously used its influence to temper both sides in the
A report on the Thai conflict published earlier this year by the Asia-Pacific Center for Security Studies, a research group under the auspices of the U.S. Defense Department, said the United States is constrained in the help it can offer the Thais, in part because of the coup nine months that deposed an elected government.
The
Most observers would agree that transnational terrorist groups such as Al Qaeda and Jemaah Islamiyah have played no operational role in the [Thai] conflict thus far, said Storey, although he said the Indonesia-based group has tried.
Because of the essentially local nature of their conflicts, neither Thai nor Filipino Muslims seem to be interested in Jemaah Islamiyahs idealistic goal of a pan-Southeast Asian Islamic state encompassing parts of the
But as analysts monitoring current events point out, a breakaway Islamic mini-state carved out of southern
Graham Lees, WPRs Asia contributing editor, has worked in several countries in
ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา...รบร้อยครั้งตายร้อยครั้ง
ถ้าจะว่าไปแล้ว ในแฟ้มหน่วยข่าวของทางการไทยจะมีเอกสารที่ว่าด้วยเรื่องราวของ ประเทศมลายูอิสลามปัตตานี ที่หน่วยข่าวยึดมาได้จากกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้วนำมาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราว พร้อมๆ กับการออกมาให้ข่าวถึงการก่อเกิดและดำรงอยู่ของแนวคิดนี้อยู่เนืองๆ
กล่าวสำหรับประเทศมลายูอิสลามปัตตานี ที่กล่าวถึงกันนี้ มีการเผยแพร่แนวคิดในหมู่สมาชิกโดย สภาการประชุมประชาชนมลายูปัตตานี อ้างว่าเป็นผู้จัดพิมพ์เป็นเอกสารครั้งแรกตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2540 มาแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีหลักฐานหรือความเคลื่อนไหวที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนพอที่จะชี้ชัดลงไปว่ากลุ่มขบวนการในนามของสภาการประชุมฯ จะก่อร่างสร้างรัฐปัตตานีกันอย่างไร
การออกมาให้ข่าวขบวนการแบ่งแยกดินแดนเพื่อสร้างประเทศมลายูอิสลามปัตตานี หรือรัฐปัตตานี ของทางการไทยในบางครั้งที่มีการจับกุมคุมขังกลุ่มบุคคลผู้ต้องสงสัย มุมหนึ่งจึงเป็นเสมือนการปลุกผีรัฐปัตตานีให้มีชีวิตขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าคล้ายกับต้องการหล่อเลี้ยงแนวคิดนี้มิให้ตายจากไปโดยฝ่ายรัฐของไทยเอง
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดของข้อมูลชุดเก่าในหนังสือเล่มใหม่หมาดๆ ชื่อ เปิดโปงจุดไฟใต้ ตั้งรัฐปัตตานี ที่เขียนโดยพล.อ.
ตามร่างรัฐธรรมนูญประเทศมลายูอิสลามปัตตานี ที่ว่ากันในเอกสารที่พล.อ.กิตติ อ้างถึงนั้น จะมีทั้งหมด 18 บท 48 มาตรา ครอบคลุมตั้งบทที่ว่าด้วยประชาชน ประเทศ และปรัชญา นโยบายขั้นพื้นฐาน ดอกไม้ เพลงชาติ และเมืองหลวง เป้าหมายของประเทศ การปกครอง นโยบายด้านต่างประเทศ การบริหารประเทศ นโยบายด้านการศึกษาของชาติ นโยบายเศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ ฯลฯ
ในมาตราที่ 1 ว่าด้วยชาติ คือ มลายูอิสลามปัตตานี เป็นชาติหนึ่งที่มีเสรีภาพ เอกราช และเป็นส่วนหนึ่งจากชาติมลายูที่ระบอบการปกครองและเป็นประชาชาติอิสลามของโลก โดยมีนโยบายประเทศ ตามมาตราที่ 4 ว่า ศรัทธาต่ออัลเลาห์ อิสลามคือศาสนา การใช้กฎหมายในการปกครองประเทศ มีผู้นำเป็นคนมลายูอิสลามปัตตานี มีความยุติธรรมและสงบสันติ
สำหรับศาสนาประจำชาติคือ อิสลาม นิกายสุนหนี่ นับถืออิหม่ามชาฟีอี มีภาษามลายู อักษรยาวี ภาษาอาหรับ เป็นภาษาพิเศษ เพลงชาติ คือ ปัตตานี มาตุภูมิของข้า และเมืองหลวง กัวลา เบอกะห์
เป้าหมายของประเทศ มี 5 ข้อ คือ 1. เอกราชและการพิทักษ์สถาบันการปกครองประเทศ 2. ดำเนินการปกครองตามแบบอย่างอิสลาม 3. ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ความมั่งคั่งและความสงบสุข 4. พัฒนาประเทศและชาติ ซึ่งมีความรู้ ความศรัทธา และการปฏิบัติศาสนกิจ และ 5. ได้รับความโปรดปรานจากอัลเลาะห์ให้เป็นประเทศที่มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และปราศจากความชั่วร้ายทั้งปวง
ในบทว่าด้วยกฎหมายและการบริหารประเทศ มีอยู่ 3 มาตรา คือ มาตรา 17, 18 และ 19 โดยกฎหมายของประเทศ จะมีคำภีร์อัล-กุรอ่าน, วัจนะของศาสนา, ความเห็นของนักศาสนศาสตร์, การใช้เปรียบเทียบหรือตีความ, การปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และหลักฐานต่างๆ ที่ถูกต้องที่เป็นแหล่งที่มาของกฎหมาย ส่วนการยกเลิกกฎหมายให้ยกเลิกกฎหมายใดที่ขัดต่อบทบัญญัติของอิสลามแล้วก็ให้ยกเลิกโดยอัตโนมัติ และมีการกระจายอำนาจในการบริหารประเทศ 3 ด้าน คือ อำนาจในด้านกฎหมาย อำนาจในด้านการบริหารและอำนาจในทางศาล
สำหรับบทที่ว่าด้วยนโยบายการศึกษาของชาติ จะปลูกฝังวิญญาณความเป็นเอกภาพในด้านศาสนา จริยธรรม ปลูกฝังวิญญาณในการต่อสู้ และปลูกฝังวิญญาณเพื่อเอกราช ขณะที่นโยบายเศรษฐกิจของชาติจะต้องอยู่บนพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจแบบอิสลาม กฎหมายอิสลามและกฎหมายทั่วไป ส่วนนโยบายการป้องกันประเทศ กองกำลังติดอาวุธที่ก่อตั้งขึ้นตามศรัทธาของอิสลามและสามารถปกป้องศักดิ์ศรี พร้อมทั้งสามารถเผยแพร่ศาสนา
สัญลักษณ์ของประเทศ คือ รูปวงกลมด้านนอกสีทอง วงกลมด้านในสีขาว ภายในวงกลมข้างบนเขียนชื่อด้วยอักษรยาวี คือ ประเทศมลายูอิสลามปัตตานี ข้างใต้ภายในวงกลมปรากฏชื่อประเทศด้วยอักษรยาวี
ภายในสัญลักษณ์ของประเทศนั้นยังมีปืนใหญ่ ซึ่ง ปืนใหญ่ 2 กระบอกเป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองของปัตตานีในอดีต โดยเฉพาะความสำเร็จด้านเทคโนโลยีการผลิตอาวุธ และความแข็งแกร่งในด้านกำลังทหาร ปืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านขวามือเป็นสัญลักษณ์ของปืนใหญ่ที่ชื่อว่า ศรีปัตตานี และปืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นสัญลักษณ์ของปืนใหญ่ที่ชื่อว่า ศรีเนอการา ปืนใหญ่ทั้งสองกระบอกนี้นับว่าเป็นปืนที่ใหญ่และมีความสำคัญที่สุดที่มีการสร้างขึ้นในปัตตานี
ร่างรัฐธรรมนูญของประเทศมลายูอิสลามปัตตานีดังกล่าว มีการรับรองโดยบรรดาหัวหน้ากลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนต่างๆ ที่ประกาศรวมตัวกัน ทั้งขบวนการปฏิวัติแห่งชาติ (BRN) ขบวนการปลดปล่อยอิสลามปัตตานี (BIPP) ขบวนการอูลามา ปัตตานี ขบวนการกู้ชาติสหปัตตานี ขบวนการมูจาฮิดินปัตตานี เป็นต้น
พล.อ.กิตติ ยังวาดภาพถึงการก่อร่างสร้างรัฐปัตตานีภายใต้ สภาองค์กรนำ (Dewan Pimpinan Parti - DPP) ที่โยงใยเครือข่ายการบริหาร การปฏิบัติการ โดยมีฝ่ายทหารที่มีเยาวชนโฆษณาชวนเชื่อปฏิบัติการทางทหารประมาณ 3,000 คน ออกปฏิบัติในพื้นที่โดยเยาวชนที่เข้าร่วมจะมีทั้งนอกโรงเรียนและในโรงเรียน พร้อมกับเปิดเผยถึงแผนบันได 7 ขั้นสู่ความสำเร็จของการปฏิวัติ
รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง คือจุดมุ่งหมายที่พล.อ.กิตติ รัตนฉายา นำข้อมูลจากแฟ้มลับของหน่วยข่าวมาตีแผ่ต่อสาธารณชนในครั้งนี้
การจับกุมแกนนำผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยลากโยงเอาเหตุการณ์เผาโรงเรียนเมื่อปี 2536 ขึ้นมาเป็นหลักฐานสำคัญ มีประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษตรงที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกรวบตัวคราวนี้ ล้วนเป็นครูสอนศาสนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชื่อดังในเครือของ ธรรมวิทยามูลนิธิ ทั้งสิ้น
และสำหรับครูใหญ่แห่งโรงเรียนนี้ หน่วยงานของรัฐไทยเชื่อว่าเป็นแกนนำสำคัญในระดับ ว่าที่นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐปัตตานี เลยทีเดียว
โดยเฉพาะบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นหัวขบวนผู้มีบทบาทสูงสุดที่ถูกออกหมายจับพร้อมกับ 4 ผู้ต้องหา คือ นายสะแปอิง บาซอ มีฐานะตำแหน่งเป็นถึง ครูใหญ่ แห่งโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งเวลานี้รมว.มหาดไทย เชื่อว่าหลบหนีไปมาเลเซียแล้ว
สำหรับอุสตาซของโรงเรียนในเครือ ธรรมวิทยามูลนิธิ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคราวนี้ คือ หนึ่ง นาย
เรื่องราวประวัติศาสตร์ เบื้องหน้าเบื้องหลังของ 4 อุสตาซ และโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ นี้ เวปไซต์ข่าว ของ ประชาไทย (www.prachathai.com) และเวปไซต์ของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ตั้งอยู่เลขที่ 762 ถ.สิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา
เดิมเป็นโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม (ปอเนาะ) เพียงอย่างเดียว ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สอนทั้งวิชาศาสนาและสามัญ ขณะเริ่มเปิดดำเนินการโรงเรียนยังไม่มีที่ดินและอาคารเรียนเป็นของตนเอง ต้องอาศัยโรงยางหลัง สุเหร่าบ้านกำปงบารู เป็นสถานที่เรียน
จนถึง พ.ศ. 2494 นายหะยีมูฮำหมัดตอเฮร์ สุหลง ได้อุทิศที่ดิน
ต่อมานาย
พ.ศ.2506 ยื่นคำร้องต่อทางราชการเพื่อขอจัดตั้งเป็นมูลนิธิขึ้น เรียกว่า "อิสลามวิทยามูลนิธิ" และได้รับอนุญาตในกลางปีนั้นเอง นาย
หลังจากนั้น 2 ปีก็เปิดสอนวิชาศาสนาควบคู่วิชาสามัญเป็นครั้งแรก และขยายอาคารสถานที่และชั้นเรียนเรื่อยมา ปัจจุบันมีมีครูศาสนา จำนวน 196 คนครูสามัญ จำนวน 204 คน มีนักเรียนในช่วงปีการศึกษา 2544 จำนวน 5,636 คน และมีโรงเรียนในเครืออิสลามวิทยามูลนิธิ 5 แห่ง คือ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ จังหวัดยะลา โรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ สาขาจะนะ โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ สาขาเบตง โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ สาขาบันนังสตา
ปรัชญา นโยบาย และแนวทางพัฒนาของโรงเรียนซึ่งเปิดสอนวิชาศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญ มีแนวดำเนินการแตกต่างไปจากโรงเรียนเอกชนทั่วไป คือเป็นโรงเรียนที่เปิดเพื่อการกุศล ไม่ใช่เพื่อธุรกิจ จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างสูง ส่วนวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ศาสนาอิสลาม ส่งเสริมการศึกษาศาสนาอิสลาม วิชาสามัญและวิชาชพ สงเคราะห์นักเรียนกำพร้า อนาถา นักเรียนเรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์
โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนดำเนินชีวิตตามแบบแผนและหลักการศาสนาอิสลามที่ถูกต้อง เน้นการปฏิบัติศาสนาเพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคี และปลูกฝังค่านิยม เจตคติที่ดี เคารพยึดมั่นต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีการส่งนักเรียนไปฝึกสอนศาสนา โดยไปเป็นครูโรงเรียนตาดีกา ตามหมู่บ้านต่างๆ
หลักสูตร ใช้หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ 1. วิชาศาสนาอิสลาม หลักสูตรอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบตีดาอียะห์) 4 ปี หลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลาง (มูตาวัสซีเตาะห์) 3 ปี หลักสูตรอิสลามศึกษาตอนปลาย (ซานาวียะห์) 3 ปี สาระสำคัญโปรแกรมวิชาที่เปิดสอน อัล-กุรอาน กิจกรรมศาสนา เอกภาพ ศาสนบัญญัติ หลักการอ่านกุรอาน วากยสัมพันธ์ อักขรวิธี การอ่าน การเขียน เรียงความ สนทนา วรรณคดี ศาสนประวัติ จริยธรรม 2. วิชาสามัญ - หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พ.ศ. 2521 - หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พ.ศ. 2524 - หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. 2533 - หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ฉบับปรับปรุง) พ.ศ. 2534
ดังนั้น ถ้าจะว่าไปแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ซึ่งก่อตั้งมากว่า 50 ปีแล้ว ได้อบรมบ่มเพาะ ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วบ้านทั่วเมือง
ปัจจุบันมี นาย
กล่าวสำหรับ หะยีฮารง สุหลง ผู้ก่อตั้งโรงเรียน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2546 มีบุตรเขยที่ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่สูงยิ่งสองคน และมีบุตรชายเป็นนักการเมืองท้องถิ่นอีกหนึ่งคน คือ หนึ่ง นายสะแปอิง บาซอ ผู้รับทอดบริหารโรงเรียนในครือธรรมวิทยามูลนิธิ ที่ถูกออกหมายจับในฐานะหัวขบวนกลุ่มผู้ก่อความสงบในคราวนี้
สอง หะยีอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ อดีตประธานกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ยึดอำนาจรัฐบาลพล.อ.
และ สาม นาย
สะแปอิง บาซอ กับข้อหาว่าที่นายกฯแห่งรัฐปัตตานี
นายสะแปอิง บาซอ ชาวตำบลเมาะมาวี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี อดีตกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ประสบความสำเร็จในการการบริหารโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และเครือข่ายอย่างสูง เป็นที่รู้จักของชาวมุลสิมทั่วไป มีนักเรียนจากทุกสารทิศเข้าเรียนไม่เฉพาะในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้
สะแปอิง บาซอ จบการศึกษาด้านศาสนาจากเมืองมาดีนะห์ แห่งซาอุดีอาระเบีย ในยุคก่อนที่รัฐบาลซาอุดี อาระเบีย จะปรับปรุงระบบการเรียนการสอนทางด้านศาสนา ด้วยการหันไปยึดแนวทางของวาฮาบี
สะแปอิง บาซอ จบรุ่นใกล้เคียงกับ บาบอเตะห์ มะมิงจิ เจ้าของโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา จังหวัดปัตตานี โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่ได้รับการยอมรับสูงอีกโรงหนึ่งของภาคใต้ตอนล่าง ผู้ซึ่งเป็นบิดาของ นาย
เป็นที่รับทราบกันทั่วไปในสังคมชายแดนภาคใต้ว่า นายสะแปอิง บาซอ กับ บาบอเตะห์ มะมิงจิ สนิทสนมอย่างยิ่งกับ หะยีอามีน โต๊ะมีนา ซึ่งถูกกล่าวหาจากทางราชการว่า เป็นหนึ่งแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดน กระทั่งถูกจับกุมในยุคเผด็จการครองเมือง เมื่อออกมาจากคุก ถูกขึ้นบัญชีดำมีคำสั่งเก็บ จนต้องหลบหนีไปอยู่มาเลเซีย จนถึงวันสิ้นลม
หะยีอามีน โต๊ะมีนา ผู้มีฐานะเป็นพี่ชายแท้ๆ ของ นายเด่น โต๊ะมีนา ส.ว. จังหวัดปัตตานี ในปัจจุบัน เป็นลูกชาย หะยีสุหลง โต๊ะมีนา ผู้นำมุสลิมชายแดนใต้ ที่ถูกเผด็จการจับถ่วงน้ำ พร้อมบุตรชายคนโต หลังจากเข้าพบสันติบาลตามคำเชิญ
เวปไซต์ ประชาไทย ให้ข้อมูลว่า นายสะแปอิง บาซอ ถูกซุบซิบว่าเป็นแกนนำสำคัญของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น โคออดิเนต มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในภาคใต้หลายครั้ง ซึ่งสอดรับกับการจับตาความเคลื่อนไหวของอุสตาซ แห่ง โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ที่มักจะถูกระบุว่า เข้าไปมีส่วนพัวพันกับการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่เป็นระยะ
ดังจะเห็นได้จากการออกหมายจับ นาย
อีกคน คือ นาย
ประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือ ในเหตุการณ์บุกฐานทหาร ตำรวจ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 มีญาติของ นาย
นายนิเดร์ วาบา นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บอกกับ ประชาไท ว่า ก่อนหน้านี้ นายสะแปอิง บาซอ เคยถูกคนของรัฐเชิญไปสอบปากคำหลายครั้ง เป็นการสอบปากคำ อันสืบเนื่องมาจากอุสตาซของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และโรงเรียนในเครือ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ แต่ในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นาสะแปอิง บาซอ ถูกเชิญไปขอความร่วมมือให้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เป็นระยะ
ทุกครั้งที่ถูกเชิญ เขาก็ให้ความร่วมมือดี ผมนึกว่าเรื่องจบไปแล้ว ไม่คิดว่าจะถูกออกหมายจับอีก เป็นคำกล่าวของ นายนิเดร์ วาบา
ถึงแม้ นายสะแปอิง บาซอ จะให้ความร่วมมือ ตามที่ทางราชการร้องขอเป็นอย่างดี ทว่า สำหรับสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว นาย
นี่คือ ภาพลักษณ์ของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ และบทบาทของนายสะแปอิง บาซอ แกนนำสำคัญระดับที่หน่วยงานของรัฐไทยเชื่อว่าเขาคือ ว่าที่นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐปัตตานี
พูโลคืออะไร?
พูโล PULO เป็นตัวอักษรย่อของ Patani United Loan Organisation แปลเป็นไทยว่าองค์การเงินกู้ปาตานี เป็นองค์การที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อกู้เงินเพื่อเอกราชแผ่นดินปาตานี (จังหวัดปัตตานี) อันเป็นการกระทำจอมปลอมเพื่อหวังเงินกู้และเงินบริจาคจากชาวมลายูและผู้นับถือศาสนาอิสลามอื่นอื่น
ใครเป็นผู้ก่อตั้งองค์การพูโล?
ก่อตั้งโดย ตนกูวีรา อับดุลเราะฮ์มาน โกตานีลา ในสมัยที่มันเป็นนักศึกษานั้น ได้แอบอ้างว่าเป็น หม่อมราชวงศ์ วีระ ณ ราชวังคราม เป็นเชื้อพระวงค์กษัตริย์ปาตานี สายราชวังคราม ยี่งอ นราธิวาส จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในอินเดีย และปริญญาโทในสวีเดน นายท่านได้ก่อตั้งองค์การพูโลเพื่อกอบกู้เอกราชปาตานี ในวันที่ 22 มกราคม 1968 ในซาอุดิอารเบียเพื่อหวังหลอกเอาเงินจากเศรษฐีน้ำมัน
จุดประสงค์ของพูโลคืออะไร?
อะไรคือปาตานีรายา?
แผ่นดินปาตานีรายาคือรัฐมลายูในอดีตอันได้แก่เซอตูล (สตูล) สิงขรนคร (สงขลา) ญาลา (ยะลา) บังนารา (นราธิวาส) และปาตานี (ปัตตานี) เคดาร์(ไทรบุรี)กลันตัน ปะลิด ซึ่งบางส่วนถูกอังกฤษบังคับเอาไปจากไทย ปัจจุบันอยู่ภายใต้มาเลเซียทำให้คนจีนและคนไทยที่อาศัยอยู่ได้รับการกดขี่เป็นอันมาก
และกล้าหาญอย่างที่พวกมันอ้างหรือไม่?
หรือพวกยากูซ่า ไร้ศักดิ์ศรียิ่งกว่าโจรห้าร้อย มันไม่มีจรรยาบรรณ มันไม่มีสถาบัน มันไม่มีสภาแต่มันมีโรงเรียนสอนก่อการร้าย ท่านที่อ่านสื่อของไทยจะคิดเพียงว่าพูโลเป็นโจรที่นอนตัวสั่นใต้ต้นยาง มีไม่กี่คนแบกปืนไรเฟิล ออกรังควาญชาวบ้าน หากินไปวัน ๆ
ประกอบด้วยนักวิชาการระดับปริญญาเอกเป็นสิบ ๆ คนระดับปริญญาโทเป็นร้อย มีที่เป็นศาสตราจารย์มีที่เป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทุกระดับ และมีนักวิชาการอีกมากมายที่สมองพวกมันคิดอยู่แต่การฆ่าผู้บริสุทธิ์ เพื่อข่มขวัญคนที่อ่อนแอให้ยอมรับพูโลเป็นเจ้านาย
แทนที่จะใช้ความรู้สร้างคุณประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ พวกมันกลับเชี่ยวชาญในการยุยงล่อลวงคนที่หลงเชื่อ
ให้เกิดความเกลียดชังทางเชื้อชาติศาสนา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือไปสู่อำนาจเป็นชนชั้นปกครอง
ใครคือ ลุกมาน บินลีมา?
อาชีพหลักคือ คอยสร้างสถานการณ์รุนแรงในประเทศไทย โดยอ้างว่าต่อสู้เพื่อชาวมุสลิม เพื่อหาเงินจากประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้าย
PANYOM คืออะไร?
ไม่ได้อยู่ภายใต้พูโลอย่างที่เข้าใจกัน
และไม่ได้เกี่ยวข้องกับพูโลแต่อย่างใด นำโดยไอ้ ญุนดี อัชบาล และสหาย
ซึ่งจบการศึกษาจากวิทยาลัยก่อการร้ายในตะวันออกกลางและยุโรปตะวันออกเป็นขบวนการที่มีสามารถพิเศษในการเคลื่อนไหวและปฏิบัติการแตกต่างกับพูโลตรงที่JASA มีเป้าหมายใช้ความรุนแรงเป็นหลัก ด้วยผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวและไม่สามารถแบ่งปันอำนาจกันได้ จึงมีนโยบายขัดแย้งกับพูโล
หากประชาชนจะต่อต้านพูโลหรือต้องการทำลายองค์การนรกนี้จะติดต่อได้อย่างไร?
กรุณาติดต่อกับสมาชิกพูโลในหมู่บ้านท่าน เมื่อทราบตัวแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบ หรือจะตั้งศาลเตี้ยตัดไฟแต่ต้นลมเลยก็ได้
21 เมษายน 2550 17:06 น.
แผน บีอาร์เอ็น ตัวการป่วนใต้ พบเชื่อมโยงลึกซึ้งกับกลุ่มก่อการร้าย เจไอ ลอกยุทธวิธีจากอินโดฯ นำมาฝังหัวเยาวชน สร้างกองกำลังติดอาวุธ-มวลชนจัดตั้งในทุกระดับขึ้น สวมทับ อำนาจรัฐ
หลังจากค้นหาความจริงมาหลายปี หน่วยงานความมั่นคงก็ได้ความกระจ่างชัดว่าผู้ ชักใย ให้เกิดความปั่นป่วนในสามจังหวัดชายแดนใต้ คือ ขบวนการบีอาร์เอ็น (BRN-Coordinate)
แหล่งข่าวระดับสูงจาก กองกำลังศรีสุนทร กองทัพภาคที่ 4 เล่าถึงรากเหง้าของขบวนการนี้ว่า เดิม ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือ BRN (Barisan Revo