บทที่ 3
ความสัมพันธ์ของปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ
1. กล่าวทั่วไป
ความสำคัญของความมั่นคงของชาติ อยู่ที่เมื่อชาติมั่นคง ชนในชาติจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ปลอดภัย มีศักดิ์ศรี มีอิสระเสรีในการดำเนินชีวิต มีความหวัง สามารถจะมั่นใจในอนาคตของตนเองและลูกหลานได้ ความมั่นคงของชาติจึงมีผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่และความปกติสุขของทุกคนในชาติ
แต่การที่จะทำให้ชาติมั่นคง และรักษาความมั่นคงไว้ให้มีอย่างถาวรนั้นมิใช่เรื่องง่าย อีกทั้งยังยากต่อการทำความเข้าใจ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก ปัญหาความมั่นคงเป็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับทุกผู้คนภายในชาติ เกี่ยวเนื่องในทุกกิจกรรม และทุกด้านของสังคม ทั้งในด้านการเมืองภายในประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือแม้แต่ในปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ตาม ดังนั้นการทำความเข้าใจในแง่มุมของปัญหาความมั่นคงนั้น จะต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ในทุกด้านทุกมุม
นอกจากความเกี่ยวพันของปัญหาความมั่นคงในทุกด้านตามที่กล่าวไป ผลกระทบต่อกันของแต่ละระดับของความมั่นคง หรือความมั่นคงของคนแต่ละกลุ่ม แต่ละขนาด ยังส่งผลให้การศึกษาด้านความมั่นคงมีความยุ่งยากสับสนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งสภาพของสังคมมนุษย์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีลักษณะเป็นพลวัตร (Dynamic) จึงทำให้ปัญหาความมั่นคงมีความเป็นพลวัตรตามไปด้วย
สำหรับความเป็นพลวัตรของความมั่นคง กิจกรรมในแต่ละด้าน หรือองค์ประกอบของความมั่นคง รวมทั้งระดับของความมั่นคง เราได้ศึกษากันไปแล้วในสองบทที่ผ่านมา ในบทนี้ เราจะได้ศึกษาถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบ และมีความเกี่ยวเนื่องอยู่กับความมั่นคง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ที่ศึกษาด้านความมั่นคง สามารถที่จะมีความเข้าใจในปัญหาความมั่นคงได้อย่างรวดเร็ว และกระจ่างขึ้น และเพื่อให้สามารถเชื่อมโยงปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ ดังกล่าว เข้ากับความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อการวิเคราะห์ และศึกษาต่อไป
ปัจจัยสำคัญที่เราจะได้ทำการศึกษาก็คือ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเป็นปัจจัย หรือสิ่งที่ส่งผลให้ชาติเกิดความไม่มั่นคง
นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญอีกประการที่เราต้องศึกษาก็คือ ยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติในส่วนที่ตอบสนองต่อความมั่นคงแห่งชาติ
สำหรับอีกปัจจัยสำคัญนั้นคือ พลังอำนาจแห่งชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะลืมไปไม่ได้
ทั้งสามปัจจัยที่เราจะทำการศึกษา ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่า ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ ก็คือปัญหา (Threats) ที่เราจะต้องแก้ไข ในขณะที่ยุทธศาสตร์ชาติในส่วนที่ตอบสนองต่อความมั่นคงก็คือ แนวทาง หรือหนทางปฏิบัติ (Ways) ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และการแก้ไขปัญหา ก็ต้องการเครื่องมือที่จะนำมาใช้ในการแก้ปัญหาซึ่งนั่นก็คือ พลังอำนาจแห่งชาติ (Means) นั่นเอง ในขณะที่ปลายทางที่เราพยายามจะไปให้ถึงในการแก้ปัญหาดังกล่าว ก็คือ ความมั่นคง (Ends)
นอกเหนือจากนี้ในช่วงท้ายของบท เราจะได้พิจารณากันถึงปัญหาความเกี่ยวพันกันระหว่างความมั่นคงแห่งชาติ กับความมั่นคงในแต่ละระดับของสังคม เพื่อให้เราได้มีหลักยึดในการวิเคราะห์ปัญหาความมั่นคงในแต่ละระดับ โดยไม่นำมาปะปนกันจนยากที่จะแยกแยะและวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง
2. ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ
เมื่อเราจะทำการศึกษากันในเรื่องความมั่นคง เราก็คงต้องพิจารณาปัจจัยหรือสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคงควบคู่กันไปด้วย ซึ่งก็คือการศึกษาถึงลักษณะของความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในโลกนี้ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ทั้งนี้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมโลกปัจจุบันดำรงอยู่ในสภาวการณ์ที่ก่อให้เกิดความยุ่งยาก และสลับซับซ้อนกันมากขึ้น แม้กระทั่งในห้วงระยะเวลาที่ประเทศชาติพ้นจากสภาพของการสงครามเต็มรูปแบบแล้วก็ตาม แต่ก็ยังประสบกับปัญหาในเรื่องความปลอดภัยหรือความไม่มั่นคงนานับประการ ในอดีตหากประเทศใดไม่ต้องการเผชิญกับการสงคราม หรือเมื่อสงครามได้ยุติลงแล้ว ประเทศนั้นก็จะมีสันติภาพและความปลอดภัยควบคู่กันไป แต่ในปัจจุบัน สภาพการณ์กลับตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาแล้ว กล่าวคือ แม้ว่าประเทศต่าง ๆ จะไม่มีการสงครามหรือการสู้รบกันก็ตาม แต่ประเทศเหล่านั้นอาจไม่มีความมั่นคงปลอดภัยก็ได้ ทั้งนี้อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุสองประการด้วยกัน ดังที่ พล.ต. พจน์ พงศ์สุวรรณ ได้กล่าวไว้ในหนังสือหลักยุทธศาสตร์ คือ[51]
1. ความไม่มั่นคงปลอดภัย อาจเกิดขึ้นจากประเทศที่มีความขัดแย้งกันในเรื่องผลประโยชน์ของชาติ (National lnterests) ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าก็คือ ภัยคุกคามจากภายนอกนั่นเอง
2. ความไม่มั่นคงปลอดภัย อาจเกิดจากปัญหาการคุกคาม (Threats) จากภายใน
ในขณะที่ สุรชาติ บำรุงสุข กลับแบ่งภัยคุกคามด้านความมั่นคงออกมาเป็น ปัญหาด้านการทหาร กับปัญหาที่มิใช่การทหาร และยังมีสถาบัน หรือนักวิชาการด้านความมั่นคงอีกหลายท่านแบ่งภัยคุกคามดังกล่าวนี้ โดยใช้กรอบของสังคม หรือกรอบของพลังอำนาจแห่งชาติมาเป็นปัจจัยหลักในการแบ่งเช่นที่ สถาบัน Asia Pacific Center for Security Studies แบ่งเป็น ภัยคุกคามด้านการเมือง ภัยคุกคามด้านเศรษฐกิจ ภัยคุกคามด้านสังคมจิตวิทยา และภัยคุกคามด้านการทหาร หรือบางท่านอาจพุ่งประเด็นปัญหาความมั่นคงไปที่ปัญหานั้น ๆ เลย โดยมิได้มีกรอบใหญ่จัดกลุ่มให้ยุ่งยาก เช่น แบ่งปัญหาความมั่นคงออกเป็น ปัญหาการแบ่งแยกดินแดน ปัญหาการก่อความไม่สงบ ปัญหาการก่อการร้าย ปัญหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ปัญหาการแพร่กระจายของอาวุธทำลายร้ายแรง ปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรคร้ายแรง ปัญหาโจรสลัด และอาชญากรรมทางทะเล ปัญหายาเสพติด ปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย ปัญหาการเสื่อมสลายของสิ่งแวดล้อม ปัญหาภัยธรรมชาติร้ายแรง ปัญหาการคอรัปชั่น และอีกหลาย ๆ ปัญหา เป็นต้น และเช่นเดียวกัน ก็ได้มีการจัดกรอบการพิจารณาปัญหาความมั่นคง ออกเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติที่มีมาจากในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือจากภายในประเทศเอง
เพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน และสามารถศึกษาถึงปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงให้ครบถ้วนในทุกด้าน เอกสารนี้ จะได้ใช้กรอบในการพิจารณาภัยคุกคามต่อความมั่นคงในรูปของ ปัญหาภัยคุกคามจากภายนอก และปัญหาภัยคุกคามภายใน โดยปัญหาภัยคุกคามจากภายนอกนั้น จะได้แยกย่อยออกไปอีกเป็นภัยคุกคามที่มีมาจากในระดับโลก ระดับภูมิภาค และระดับประเทศรอบบ้าน ในขณะที่ ในแต่ละปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นจากภายนอก หรือจากภายใน จะได้จัดแบ่งกลุ่มออกเป็น ภัยคุกคามทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา และการทหารอีกด้วย นอกจากนี้แล้วเพื่อยกประเด็น หรือนำปัญหาใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน จึงได้เพิ่มภัยคุกคามในด้านอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากสี่ด้านที่กล่าวไป อีกทั้งประเด็นปัญหาความมั่นคงต่าง ๆ อาจมีความสัมพันธ์ของปัญหาที่จัดอยู่ในกลุ่มหลายกลุ่ม ก็จะได้แยกแยะให้เห็นในแต่ละกลุ่มไป และเพื่อให้มีความกระจ่างชัดขึ้น จะได้สรุปประเด็นปัญหาในช่วงท้ายของการกล่าวถึงภัยคุกคามไว้ในเรื่องของประเด็นปัญหาที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน
2.1 ปัญหาจากภายนอกที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ
ในการพิจารณาปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีมาจากภายนอกนั้น เป็นการสำรวจหรือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางด้านยุทธศาสตร์ของโลก ภูมิภาค และประเทศรอบบ้าน ว่าในปัจจุบันนั้นเป็นเช่นไร มีแนวโน้มอย่างไรในระยะสั้น และระยะยาว ทั้งนี้เป็นการพิจารณาไปให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาด้านความมั่นคงที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน และ สอดคล้องกับการแก้ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งก็คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ นโยบายด้านความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อดำเนินการในปัจจุบัน และแผนการในอนาคตนั่นเอง เช่น ถ้าเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ในระยะยาวในห้วงสิบปีขึ้นไป การสำรวจสภาพแวดล้อมภายนอกก็จะต้องสำรวจสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน และวิเคราะห์สภาพแวดล้อมที่น่าจะเป็นไปได้ที่สุดในห้วงสิบปีต่อไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้การกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อตอบสนองต่อการแก้ปัญหาความมั่นคงในระยะยาว มุ่งต่อการแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นจริง ๆ อีกทั้งเราจะต้องพิจารณากำหนดความเบี่ยงเบน ที่จะเกิดขึ้นจากความคลาดเคลื่อนในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในอนาคต และเกณฑ์การยอมรับได้ที่จะใช้ยุทธศาสตร์เดิมต่อไป โดยทำแค่การปรับแก้เท่านั้น ซึ่งถ้าความเบี่ยงเบนเกินเกณฑ์ดังกล่าวนี้ เราก็จะต้องสำรวจ และวิเคราะห์สภาพแวดล้อม รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์ชาติเพื่อความมั่นคงกันใหม่
2.1.1 ผลกระทบที่มาจากในระดับโลก เป็นการสำรวจสภาพแวดล้อม และวิเคราะห์ผลกระทบด้านความมั่นคงในระดับโลก ด้วยการพิจารณาตัวแสดงหลัก ๆ ซึ่งก็คือ องค์กรในระดับโลก เช่น องค์การสหประชาชาติ, องค์กรด้านการเมือง องค์กรด้านเศรษฐกิจ และองค์กรสังคมจิตวิทยา หรือองค์กรด้านสื่อสารมวลชนที่มีศักยภาพ และส่งผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ได้, ประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ในสังคมโลก, องค์กรเอกชน และองค์กรธุรกิจข้ามชาติที่มีผลกระทบโดยทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึง เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสังคมโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติด้วย
ในการศึกษาพิจารณา และวิเคราะห์องค์กร และเหตุการณ์ในระดับโลกที่กล่าวไปนี้ ก็เช่นเดียวกับที่ได้เกริ่นนำไว้ กล่าวคือ จะต้องสำรวจผลกระทบของบทบาท และการกระทำขององค์กร และประเด็นปัญหาสำคัญ ว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติในปัจจุบันอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นยังจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ออกมาว่า ด้วยบทบาทดังกล่าวนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาความมั่นคงแห่งชาติต่อไปในอนาคตอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะได้กำหนดทั้งยุทธศาสตร์ระยะสั้นในปัจจุบัน และยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาความมั่นคงในอนาคตไว้ด้วย
และเพื่อให้เกิดความง่ายต่อการสำรวจ วิเคราะห์ จึงได้ควรมีการจัดแบ่งกลุ่มออกไปเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงในแต่ละด้าน
- ภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านการเมือง เป็นการสำรวจ ตรวจสอบนโยบาย และการดำเนินการด้านการเมืองขององค์กร และประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจ หลังจากนั้นเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ว่าจะมีผลกระทบในเชิงบวก หรือเชิงลบเป็นประการใดบ้าง เช่นในปัจจุบันมีองค์การสหประชาชาติ เป็นองค์กรหลักทางด้านการเมืองของสังคมโลก มีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศอภิมหาอำนาจ มีประเทศจีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีศักยภาพสูงต่อไปในอนาคต ประเทศในกลุ่ม EU เป็นประเทศมหาอำนาจรอง ๆ ลงมา ประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลียก็เป็นอีกประเทศที่อาจมีบทบาทสูงอยู่ในระดับโลกได้เช่นกัน ในขณะเดียวกัน องค์กรเอกชน และสื่อสารมวลชน เช่น CNN ก็เป็นตัวแสดงที่มีบทบาทสูงในสังคมระดับโลก และอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงด้านการเมืองได้ ดังนั้นในการสำรวจ และวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงควรจะได้ออกมาในรูป
นโยบายด้านการเมืองขององค์การสหประชาชาติเป็นเช่นไร เช่น กำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ในสังคมโลก จะต้องมีความเป็นเสรีประชาธิปไตย ประชาชนจะต้องมีสิทธิ และเสรีในการเลือก และดำรงชีวิตของตนเอง เป็นต้น และจะต้องวิเคราะห์ออกมาว่า ด้วยนโยบายดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นด้านการเมืองของชาติอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว นอกจากนี้แล้วจะต้องพิจารณาถึงการดำเนินการต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติ ที่จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านการเมืองของประเทศด้วย เช่น นโยบายในการเข้าไปแทรกแซง และจัดระเบียบสังคมโลก จะมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร เป็นต้น
นโยบาย และการดำเนินการด้านการเมือง ของประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เป็นเช่นไร และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างไรบ้างทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
องค์กรเอกชน และองค์กรด้านสื่อสารมวลชน มีนโยบาย แนวทางการดำเนินการเป็นเช่นไร และจะส่งผลต่อความมั่นคงด้านการเมืองของชาติอย่างไรบ้าง
- ภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ เป็นการสำรวจ ตรวจสอบนโยบายด้านเศรษฐกิจขององค์กร ประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจ หลังจากนั้นเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ว่าจะมีผลกระทบในเชิงบวก หรือเชิงลบเป็นประการใดบ้าง เช่น ในปัจจุบันมีองค์กรด้านเศรษฐกิจ เช่น IMF, WTO, APEC และองค์กรด้านเศรษฐกิจอื่น ๆ ของโลก มีประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น และกลุ่ม EU เป็นประเทศมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจ มีประเทศจีนที่กำลังพัฒนาขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ในขณะเดียวกันก็มี องค์กรเอกชน องค์กรการค้าข้ามชาติ และสื่อสารมวลชน เช่น CNN ที่เป็นตัวแสดงที่มีบทบาทสูง และอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาความมั่นคงด้านการเศรษฐกิจของประเทศได้ ดังนั้นในการสำรวจ และวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงควรจะได้ออกมาในรูป
นโยบาย และการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจขององค์กรด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ของโลกเป็นเช่นไร เช่น กำหนดให้ประเทศต่าง ๆ ในสังคมโลก จะต้องมีความเป็นเสรีด้านการค้า สินค้าต่าง ๆ ของโลกที่ผลิตมาจะต้องไม่มีการลอกแบบ โดยต้องยึดกฎหมายลิขสิทธิ์ สินค้าจะต้องได้มาตราฐานกำหนด ISO เป็นต้น เราจะต้องวิเคราะห์ออกมาว่า ด้วยนโยบายดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นด้านเศรษฐกิจของชาติอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
นโยบาย และการดำเนินการด้านเศรษฐกิจ และการค้า ของประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เป็นเช่นไร และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติทางด้านเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
องค์กรเอกชน องค์กรการค้าข้ามชาติ และองค์กรด้านสื่อสารมวลชน มีนโยบาย และแนวทางการดำเนินการเป็นเช่นไร และจะส่งผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของชาติอย่างไรบ้าง เช่น การใช้สื่อสารมวลชน ในการกำหนดยุทธศาสตร์การค้าและโฆษณาข้ามชาติ ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคของคนในชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อปัญหาความมั่นคงด้านเศรษฐกิจต่อไป เป็นต้น
- ภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านสังคมจิตวิทยา เป็นการสำรวจ ตรวจสอบนโยบาย และการดำเนินงานขององค์กรต่าง ๆ ประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจ ในสังคมโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสังคมจิตวิทยา ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของคนในชาติได้ โดยเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบทั้งในเชิงบวก และเชิงลบ เช่นในปัจจุบันมีองค์กรด้านศาสนา สื่อสารมวลชน องค์กรด้านธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ เป็นองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านสังคมจิตวิทยาของชนในชาติได้ อีกทั้งยังมีประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นมาในสังคมโลก แล้วจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านนี้อีกมากมาย เช่น ความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกในกระแสโลกาภิวัตน์ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในชาติไปจากเดิม ประเด็นปัญหายาเสพติดของโลกที่ส่งผลกระทบต่อสังคม ประเด็นการอพยพของประชากรโลก เป็นต้น นอกจากนี้แล้วประเทศบางประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศในกลุ่ม EU ประเทศญี่ปุ่น และออสเตรเลียก็เป็นประเทศที่มีอิทธพล และอาจส่งผลทางด้านสังคมจิตวิทยาต่อประเทศเล็ก ๆ ได้เช่นกัน ดังนั้นในการสำรวจ และวิเคราะห์ภัยคุกคามด้านความมั่นคงควรจะได้ออกมาในรูป
นโยบายในการดำเนินการขององค์กรศาสนา องค์กรด้านการสื่อสารมวลชน องค์กรธุรกิจการบันเทิง เป็นเช่นไร และจะส่งผลกระทบต่อความมั่นด้านการสังคมจิตวิทยาของชาติอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
นโยบาย และการดำเนินการด้านสังคมจิตวิทยาของประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เป็นเช่นไร และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางด้านสังคมจิตวิทยา หรือไม่ อย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
ผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ จะทำให้สังคมมีการเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร และจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสังคมจิตวิทยาหรือไม่อย่างไร
ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมโลก เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาผู้อพยพ ปัญหาอินเทอร์เน็ตที่ไม่เหมาะสม จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านสังคมจิตวิทยา หรือไม่อย่างไร เป็นต้น
- ภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านการทหาร เป็นการสำรวจ ตรวจสอบนโยบายด้านการทหารขององค์กร ประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจ หลังจากนั้นเป็นการวิเคราะห์ถึงผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ว่าจะมีผลกระทบในเชิงบวก หรือเชิงลบเป็นประการใดบ้าง สำหรับในการสำรวจ และวิเคราะห์ควรจะได้มีรูปแบบออกมา เช่น
นโยบายด้านการทหารขององค์การสหประชาชาติเป็นเช่นไร เช่น การจัดกำลังในการรักษาสันติภาพ การจัดกำลังเข้าไปแทรกแซงในบางประเทศ เป็นเช่นไร และจะต้องวิเคราะห์ออกมาว่า ด้วยนโยบายดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านการทหารของชาติอย่างไร ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
นโยบาย และการดำเนินการด้านการทหาร ของประเทศอภิมหาอำนาจ และประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ เป็นเช่นไร มีแนวโน้มของการรุกรานด้านการทหารหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างไรบ้างทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
องค์กรเอกชน และองค์กรด้านสื่อสารมวลชน มีนโยบาย แนวทางการดำเนินการเป็นเช่นไร และจะส่งผลต่อกิจการด้านการทหาร และความมั่นคงด้านการทหารของชาติหรือไม่ อย่างไร
-