Thai-Anti-Terrorism

ทวีวุฒิ จุลวัจนะ อดีตคอลั่มนิส ความมั่นคง กรุงเทพธุรกิจ วิเคราะห์ การก่อการร้าย

เงินยาเสพติดและโจรใต้

 

เชียงใหม่  -  กองกำลังผาเมือง และกองกำลังนเรศวร ร่วมกับกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด  ร่วมกันทลายแก๊งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่จาก 3 จชต. ที่ขึ้นมารับสินค้าเองถึงเชียงใหม่ โดยจับได้ขณะกำลังส่งมอบสินค้ายาเสพติดชนิดผงจำนวน 4.2 กก มูลค่าร่วม 40 ล้านบาท  ตร.ตรวจพบเกี่ยวข้องโดยตรงกับนายมะยากี ยะโก๊ะ หน.ขบวนการจากนราธิวาส เจ้าของเงิน 30 ล้านบาทที่จนท.ตรวจพบซ่อนอยู่ในท่อพีวีซีระหว่างตรวจค้นเมื่อวานนี้ที่.อ.สุไหงโก-ลค

 

“เราเชื่อว่าเป็นขบวนการเดียวกันกับกลุ่มที่ป่วนใต้อยู่ในขณะนี้  โดยขบวนดังกล่าวได้หาเงินจากการค้ายาเสพติดเพื่อนำไปสนับสนุนการก่อเหตุร้ายในพท.3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดที่จนท.จับได้เมื่อวานนี้ โดยหนึ่งในสามคนร้ายได้มีการติดต่อกับนายมะยากี ยาโก๊ะ ตลอดเวลาผ่านโทรศัพท์มือถือก่อนที่จะมีการส่งมอบของกันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในเขตเมืองเชียงใหม่

 

แหล่งข่าวกล่าวด้วยตลอดช่วงเวลา 5-6 เดือนที่ผ่านมา  พล.อ. วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ อดีตแม่ทัพภาค3 และที่ปรึกษานายกฝ่ายความมั่นคง ได้สั่งการจนท.ด้านความมั่นคงในพท.และจนท.ด้านปราบปรามยาเสพติดให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษตลอดแนวพท.ชายแดน ไทย-พม่า โดยเฉพาะช่องทางเข้าออกที่ด่านหนองอุก ในพท.อ.เชียงดาว เนื่องจากมีรายงานข่าวด้านความมั่นคงระบุว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในพท.ภาคใต้ได้หันมาหาเงินจากธุรกิจค้ายาเสพติดเพื่อก่อเหตุร้ายในพท.3จชต.

 

“ท่านพล.อ วัธนชัย ได้มีการกำชับชุดทำงานด้านความมั่นคงในพท.ให้เพิ่มความเข้มงวดให้มากขึ้น  การจับกุมเมื่อวานนี้เป็นการยืนยันสิ่งที่ท่านได้รับทราบมาตลอดช่วงที่ผ่านมาว่าขบวนการป่วนใต้เกี่ยวพันกับธุรกิจค้ายาเสพติด

 

“ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิย.ทางจนท.ปราบยาเสพติดก็สามารถตรวจยึดเฮโรอีนได้จำนวนมาก พร้อมยาบ้าจำนวน 15,000 เม็ด และได้ผุ้ต้องหาสองคนที่มาจากทางนราธิวาส  และจากการสอบถามก็ทราบว่าจะขนยาเสพติดจำนวนดังกล่าวลงพท.จ.นราธิวาส โดยมีนายมะยากี เป็นหน.ใหญ่” แหล่งข่าวในพท.ให้ข้อมูล

 

ผุ้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ขณะส่งมอบสินค้ามี นายรุสลี เจ๊ะอาแม ชาว อ.แว้ง จ.นราธิวาส ที่ทำหน้าที่ขับรถและนายสุเจนต์ ศรีวิลาศ ชาวอ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และนาย ศรธัญ คีรีบูลย์แดนไทย ชาวจีนฮ่อ ที่ทำหน้าที่ส่งของ  โดยขนเข้ามาจากพท.ชายแดนด้านด่านหนองอุก อ.เชียงดาวและมีการขนเข้าไปยังเมืองเชียงใหม่เพื่อส่งมอบให้กับลูกน้องของนายมะยากี ที่ขับรถโตโยต้า ป้ายนราธิวาส สีบรอนซ์ทอง ขึ้นมารับของเองจากจ.นราธิวาส

 

“เราตามของมาตลอดตั้งแต่ผ่านด่านเข้ามาแต่ก็ไม่ได้เข้าจับกุม เพราะเราต้องการได้ตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด  ทางจนท.รอจนถึงวันส่งมอบสินค้าถึงได้เข้าทำการจับกุม”  จนท.ยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมให้ข้อมูล

 

 สำหรับความคืบหน้ากรณีกำลังทหารตำรวจกว่า 150 นาย

ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 90 ม.2 บ้านโคกกลาง ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านพักของนายอีซอ ยะโก๊ะ อายุ 55 ปี บิดาของนายมะยากี และได้ตรวจยึดอาวุธปืนของกลางและเงินสดอีก จำนวนกว่า 30 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ต.ค.50 ที่ผ่านมานั้น

 

ล่าสุดในวันนี้เจ้าหน้าที่ ปปส.และปปง. จะเข้าทำการตรวจยึดทรัพย์ภายในบ้านพักหลังดังกล่าวเพื่อไปทำการตรวจสอบ  เพราะว่าทรัพย์สินดังกล่าวน่าจะได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด ส่วนนายอีซอ เจ้าของบ้านและนายสะแปอิง ยะโกะ ซึ่งเป็นลูกชายอีก 1 คนนั้น เจ้าหน้าที่กำลังจะออกหมายจับ หลังจากที่ได้มีการออกหมายจับนายมะยากี ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนายอีซอไปก่อนหน้านี้แล้วและอยู่ในระหว่างการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่       ส่วนเงินสดของกลางทั้งหมดนั้น เจ้าหน้าที่จะนำไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เพื่อทำการตรวจนับด้วยเครื่องนับเงินอีกครั้งว่ามีจำนวนเงินเท่าใด

 

พ่อเมืองนราฯแถลงข่าวตรวจยึดเงินสดกว่า 30ล้านบาท

พบขบวนการค้ายาเสพติดให้การสนับสนุนโจรใต้เคลื่อนไหวป่วนเมือง

 

เมื่อเวลา 09.00 น. (10 ต.ค.) ที่ สภ.ต.มูโน๊ะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผวจ.นราธิวาส พ.ต.อ.ชาญ  วิมลศรี รอง ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พ.อ.สมพล ปานกุล ผบ.ฉก.3 และพ.อ.ถกลเกียรติ นวลยงค์ ผบ.ฉก.เพชราวุธ ได้ร่วมเป็นประธานแถลงข่าวผลการตรวจยึดอาวุธปืน รถจยย. สมุดบัญชีเงินฝากและเครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งเงินสด จำนวนกว่า 30 ล้านบาท  ที่เจ้าหน้าที่กองกำลังผสมตำรวจและทหาร ใช้กฏอัยการศึกทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักของนายอีซอ ยะโก๊ะ และจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากการค้ายาเสพติดที่เชื่อมโยงจากพื้นที่ภาคเหนือมายังพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 

"เงินจำนวนดังกล่าวเป็นของนายมะยากี ยะโก๊ะ  ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดนราธิวาสเลขที่ 145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค. 50  ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เฮโรฮีนและแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมของกลางที่ตรวจยยึดได้ในครั้งนั้น เป็นเฮโรอีน 17.9 ก.ก. ยาบ้า 15,400 เม็ด ซึ่งนายมะยากี ยังเป็นสมาชิกแนวร่วมกลุ่มผู้ไม่หวังดีในฐานะผู้ให้การสนับสนุนเงินทุนในการก่อเหตุป่วนใต้ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับเครือข่ายในกลุ่มของนายมะยากีแล้ว จำนวน 4 คน ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ ต.มูโน๊ะ เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการออกหมายจับในครั้งนี้ด้วย" ผว.นราธิวาส กล่าวในตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าว

                

นายการัณย์  ได้เปิดเผยต่อว่า เงินจำนวนดังกล่าวได้มีการนำไปให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสิน สาขา อ.สุไหงโก-ลก  จ.นราธิวาส ทำการตรวจสอบด้วยเครื่องนับเงินอัตโนมัติแล้วพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีจำนวนเงินทั้งสิ้น 30,496,800 บาท นอกจากนี้นายมะยากี ยังเป็นเจ้าของเฮโรอีน มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท ที่เจ้าหน้าที่จับกุมได้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่เมื่อวานนี้                          

 

ทางด้าน  พ.อ.สมพล ปานกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 จังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เหตุไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่ขบวนการค้ายาเสพติดสนับสนุนเงินทุนให้กลุ่มก่อความไม่สงบนำไปก่อเหตุ เพื่อเบนความสนใจของเจ้าหน้าที่ที่นำกำลังเข้าติดตามเหตุเหล่านั้น ขบวนการยาเสพติดจึงฉวยโอกาสดังกล่าวลอบลำเลียงเข้ามาได้ง่ายขึ้น จากการสืบสวนมีการยืนยันชัดเจนว่า บุคคลใน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มก่อความไม่สงบ กลุ่มค้ายาเสพติด และสินค้าผิดกฎหมาย รวมทั้งกลุ่มการเมืองและอิทธิพล ทำงานเกื้อกูลกัน มีผลประโยชน์ร่วมกันในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มค้ายาเสพติดถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนเงินทุนสร้าง

รายละเอียด "แหล่งเงินทุน"

 

รายละเอียด : ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน ที่ 3 จังหวัด ภาคใต้ เป็นความพยายาม และ ความร่วมมือ ของ กลุ่ม บีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนตที่มีเงินทุน หนาที่สุด ที่มาเงินทุน คือ จาก องค์การเครือข่ายก่อการร้ายสากล ทั้ง อัลเคด้า ของ โอซามา บินลาเดน กลุ่ม อาเจ๊ะ ใน อินโดนีเซีย กลุ่มเจมา อิสลามิย่า ในอินโดนีเซีย กับกลุ่ม พูโลเก่า + พูโลใหม่ ร่วมด้วย ขบวนการมูจาฮิดีน อิสลาม ปัตตานี เริ่มดำเนินการแผนสถาปนารัฐปัตตานี ตั้งแต่ ปี 2535 โดยเริ่ม จาก การปลุกปั้น ปลูกฝังแนวความคิด ที่มีการบิดเบือน เกี่ยวกับ หลักคำสอน การต่อสู้เพื่อพระเจ้าตามหลักอิสลาม การต่อสู้เพื่อพระเจ้า และ ศาสนาอิสลาม ไม่ใช่การกระทำ โดยการ เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ หรือ การใช้ วิธีการที่สกปรก เช่น การลอบยิง ลอบวางระเบิด ความถูกต้อง ที่ แท้ จริง ตามหลักคำสอน คือ การจะต่อสู้เพื่อพระเจ้า ต้องมาจาก วิกฤตจริงๆๆ เช่น มีการสังหารหมู่ ชาวอิสลาม จำนวน เกิดขึ้น หรือ มีการรุกราน จาก ผู้มาจากศาสนาอื่น ก่อน การจะต่อสู้ ของ ชนชาวอิสลาม ที่เเท้ ต้อง เป็นไปอย่างเปิดเผย กล้าหาญ และ ไม่กลัวตาย ถึงจะถูกต้องตามหลัก คำสอน การปลุกปั้น ยุยง คำสอนที่ผิดหลักศาสนา รวมทั้ง กรปลูกฝังแนวความคิดที่ไม่ดี ต่อ ประเทศไทย ทำให้ ถึง ปี 2547 มีจำนวน แนว ร่วม ที่เป็นกลุ่ม เด็กหนุ่มคาดการณ์ว่า ประมาณ 5000-10000 คน ขบวนการเป็นแยกดินแดน เคยมีการประกาศ ว่า มีแนวร่วมถึง 50000 ซึ่งไม่เป้นความจริง เพราะ ข้อติดขัดด้านงบประมาณ การสู้รบ เเบบกองโจร ที่เกิดขึ้น มาจาก การส่ง เด็กหนุ่ม ผู้ใหญ่ ไปฝึก ด้านการทหาร ก่อการร้ายที่ อิรัก ลิเบีย ซูดาน เยเมน โซมาเลีย และ ส่วนหนึ่งได้มาจาก การที่แนวร่วมได้มีโอกาสเกณฑ์ทหารกับกองทัพและ นำความรู้ เรื่องอาวุธ ปืน ระเบิดการรบ มาอบรม แบ่งฝึกแก่ เยาวชนที่ เป็นแนวร่วม โดย แยกฝึกกลุ่ม ละ 60 คน ตาม ป่าเขา การลอบวางระเบิดและ ลอบยิงผู้บริสุทธิ์ จะทำงานกันเป็น ทีม มีหัวหน้ากลุ่ม และ ลูกน้อง อีกกลุ่ม ละ 10 คน - 20 คน เป็นอย่างสูง รอการ ติดต่อ สั่งการผ่าน ขบวนการเบื้องบนชั้นสูง ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน ตามการ สำรวจ และ ข้อมูล ที่ เปิดเผย ได้ มีอาวุธ ปืน เพื่อ การก่อนการร้าย แบ่งเป็น ปืนพก 3000 กระบอก ปืนลูกซอง ปืนอาก้า ปืนเอ็ม 16 จำนวน ประมาณ 1000-1500 กระบอก แต่ ปัจจุบันยังขาดแคลนลูกกระสุน อยู่ เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ระเบิด แสวง เครื่อง ที่ ใช้วางระเบิด จะเป็น ระเบิด ปุ๋ยยูเรีย ลูกระเบิดมือ ลูกเกลี้ยงซึ่งมีราคาถูก ในการก่อการเสียถึง 90 % แผนการดำเนิ น จน ถึง จุด ที่ ใกล้จะเป็นความจริงคือ การสถาปนา รัฐอิสลามปัตตานี ในปี 2551 โดยอาณาเขตที่ คาดว่า มีความเป้นไปไปได้ จะใช้เป็น ที่บุกยึด เพื่อการประกาศเอกราช ขั้นต้น คือ อำเภอแว้ง และ อำเภอสุคิริน ที่มีพื้นที่ป่าเขา มาก เหมาะสำหรับ การทำการ จะสังเกตได้จาก การก่อการร้ายที่ ผ่านมา จะไม่ค่อยมีเกิดใน 2 อำเภอนี้นัก 2 อำเภอ นี้ อยู่ใน ปัตตานี และ ยะลา เป็นหลัก ได้แต่หวังว่า แผนการที่นำมาเปิดเผยนี้ จะไม่มีวัน เกิดขึ้นได้จริงถึงแม้ ความเป้นไปได้ ที่จะกลายเป็นพื้นที่ เสียอาณาเขต เพียงแค่ 2 อำเภอ คือ แว้ง และสุคิริน แต่ ประเทศชาติของเราก็มิควรสูญเสีย ถึงเวลา แล้ว ที่เราคนไทย จะเลิก ทะเลาะกัน ไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ และ ศาสนา เราคนไทย ต้องสามัคคี กัน รวมพลังก้าวเดินไปสู่ อนาคตที่มั่นคงไม่มีคำว่า แบ่งแยก เชื้อชาติ และ ศาสนา สำหรับ คนไทย ขอให้ทุกคน คิดเสมอ ว่า เป็นความจริงที่ไม่มีวันตาย ว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติอันดับที่ 2 ของคนไทยมาแต่ช้านานและ มีส่วนช่วย ขัดเกลา ให้ คนมุสลิมเป็นคนดี เป็นกำลังสำคัญแก่ประเทศชาติมาช้านาน

 

มว.กลาโหมชี้ 'เกาะลังกาวี' สถานที่วางแผน-ประชุมลับกลุ่ม 'โจรใต้'

"เกาะลังกาวี” ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน อยู่ทางทิศตะวันตกห่างจาก จ.สตูล ประมาณ 25 ไมล์ทะเล ในอดีตเป็นเกาะร้าง มีแต่สวนปาล์ม สวนมะพร้าว แต่หลังจากที่ไทยได้ปราบปรามโจรจีนคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็น (จคม.) “เสี้ยนหนาม” ของรัฐบาลมาเลเซียจนเป็นผลสำเร็จ ทำให้โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ออกมารายงานตัวเป็นผู้พัฒนาชาติไทย ดร.มหาธีร์ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียในสมัยนั้น ได้นำเงินงบประมาณ จำนวนปีละหมื่นล้าน ที่ใช้ในการสู้รบกับพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ไปลงมือพัฒนาเกาะลังกาวี ให้เป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อแข่งขันกับ เกาะภูเก็ต ของไทย สาเหตุที่ ดร.มหาธีร์ ทุ่มเทการพัฒนาเกาะแห่งนี้ นอกจากเป็นไปตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เพื่อแข่งขันกับประเทศไทยแล้ว ยังเป็นเพราะ เกาะลังกาวี คือ บ้านเกิดของเขาด้วย

 

พลันชื่อ “เกาะลังกาวี” ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งหลังจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหมของไทย ออกมาเปิดเผยว่า ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนใช้ “เกาะลังกาวี” เป็นที่วางแผนสร้างสถานการณ์ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการสนับสนุนของอดีตนักการเมืองมาเลเซีย

 

หน่วยข่าวระบุว่าผู้ที่ดำเนินการประชุมเป็นแกนนำของขบวนการแบ่งแยกดินแดน คือนายมะแซ อุเซ็ง อดีตครูโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มีหมายจับในข้อหา ปล้นปืนจากกองพันพัฒนา อ.เจาะไอร้อง และเป็น หัวหน้าอุสตาซ ใน ขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น โคออดิเนต โดยระบุว่า นอกจากนายมะแซ อุเซ็ง แล้ว ยังมีตัวแทน ของขบวนการพูโล บีอาร์เอ็นคองเกรส มูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี และหัวหน้าหน่วยก่อการร้ายจากจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ร่วมวางแผนร้ายครั้งนี้ โดยจะมีการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ ตามแผน “น้ำท่วมเมือง” ในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

 

หลังจาก พล.อ.ธรรมรักษ์ ออกมาเปิดเผยการใช้เกาะลังกาวีเป็นที่วางแผนของขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน กลับได้รับการปฏิเสธจาก ผู้บังคับการตำรวจมาเลเซียบนเกาะลังกาวีในทันทีว่าเป็นเรื่องไม่จริง ให้รัฐบาลไทยตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน ก่อนที่จะออกมากล่าวหาว่าอดีตนักการเมืองของมาเลเซียให้การสนับสนุน เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสียหาย

 

แม้ว่าจะมีการปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่ของเกาะลังกาวี แต่โดยข้อเท็จจริง สำหรับหน่วยข่าว หลายหน่วยของไทย ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ต่างทราบดีว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนมีการหลีกเลี่ยงที่จะประชุมในรัฐกลันตัน เนื่องจากรัฐกลันตันกลายเป็นเป้าหมายที่หน่วยข่าวของไทยติดตามอย่างใกล้ชิด ทำให้แกนนำของขบวนการใช้เกาะลังกาวีเป็นที่ประชุมลับหลายครั้งในปี 2548 เป็นต้นมา

 

ที่ผ่านมาขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดน ได้ลงทุนเปิดร้านอาหาร และบริษัทนำเที่ยว เป็นธุรกิจบังหน้า เพื่อสะดวกในการส่งข่าว การพบปะระหว่างกัน เนื่องจากลังกาวีเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองฟรีปอร์ต มีนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศ เดินทางเข้า-ออก มีท่าเทียบเรือยอชท์หลายแห่ง จึงทำให้ไม่เป็นที่สงสัยและยากในการที่หน่วยข่าวกรองของไทยจะติดตามความเคลื่อนไหวของ แกนนำเหล่านี้

 

ที่สำคัญกลุ่มผู้ค้าอาวุธสงครามที่จะส่งขายให้กลุ่มขบถอาเจะห์ ในประเทศอินโดนีเซีย กลุ่มผู้ค้าสินค้าหนีภาษี กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด แม้แต่โจรสลัดที่ออกปฏิบัติการในน่านน้ำไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ต่างก็ใช้เกาะลังกาวีเป็นศูนย์กลางในการเจรจาพบปะ เพื่อทำธุรกิจผิดกฎหมาย เพราะจากเกาะลังกาวี สามารถเดินทางไปยังเกาะต่าง ๆ ของไทยใน จ.สตูล ได้โดยสะดวก

 

นอกจาก นายมะแซ อุเซ็ง และแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดนคนอื่น ๆ จะใช้เกาะลังกาวี ในการประชุมวางแผนก่อการร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังมีขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติบนเกาะลังกาวีคือ จะมีการขนอาวุธสงครามจากกลุ่มขบถอาเจะห์ หลังการเจรจาหยุดยิงและมอบอาวุธเกิดขึ้น โดยจะมีการลำเลียงอาวุธส่วนหนึ่งส่งให้กับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

การออกมาระบุว่า เกาะลังกาวี เป็นสถานที่ประชุมของขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อวางแผนก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะทำให้แกนนำขบวนการ และนักการเมือง ทั้งไทยและมาเลเซียที่อยู่เบื้องหลัง ตื่นตระหนกว่า ฝ่ายไทยล่วงรู้ถึงความเคลื่อนไหวของขบวนการ ซึ่งแกนนำของขบวนการคงต้องระมัดระวัง และมีการปรับแผนการก่อการร้ายที่วางแผนไว้แล้ว

 

แต่ผลที่ตามมาคือความไม่พอใจของรัฐบาลของประเทศมาเลเซีย ที่เริ่มมีการดาหน้าออกมาตอบโต้เรียกร้องให้ พล.อ.ธรรม รักษ์ นำหลักฐานข้อเท็จจริงมาเปิดเผยสถานภาพ ระหว่างไทยมาเลเซีย คงจะต้องเสื่อมทรามลง และส่งผลไปยังปัญหาการขอลี้ภัยของคนไทย 131 คน ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลมาเลเซีย และของยูเอ็นเอชซีอาร์ ที่สุดท้าย มาเลเซียคงแก้ลำด้วยการให้คนไทยมุสลิมทั้งหมด อาศัยอยู่ในมาเลเซียในฐานะผู้ลี้ภัยชั่วคราว

 

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศ ได้ติดต่อขอให้รัฐบาลมาเลเซียส่งตัว นายสะแปอิง บาซอ หัวหน้าขบวนการ บีอาร์เอ็นโคออดิเนต นายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ หัวหน้ากลุ่มมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี นายมะแซ อุเซ็ง หัวหน้ากลุ่มอุสตาซ และแกนนำคนสำคัญของขบวนการอีก 2 คน รวมเป็น 5 คน แต่หลังจากเกิดการเปิดโปงเรื่องการประชุมที่ เกาะลังกาวี ทุกอย่างที่มีการเจรจากันอย่างลับ ๆ อาจจะปิดฉากลงอีกครั้ง

ต้องเริ่มที่การทำลายความมั่นใจของระบบ

 

แกะรอยเงิน ของฝ่ายก่อการร้าย

 เป็นข่าวมาเมื่อไม่กี่วันมานี้ เรื่อองค์กรหนึ่งในมาเล ให้เงินสนับสนุนฝ่ายก่อการร้ายในไทยคือพูโล การหยุดเงินไม่ให้ไปถึงมือฝ่ายก่อการร้าย ก็เป็นอีกมาตรการในการรักษาความปรอดภัยของชาติ ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารเรื่องฝ่ายก่อการร้าย จะรู้นะครับ ว่าข่าวการหยุดเงินเข้าถึงมือผู้ก่อการร้าย เช่นเงินมาเลไปถึงพูโล นานๆที่จะมีสักครั้ง ทั้งเรื่องของไทย หรือเรื่องฝ่ายก่อการร้ายทั่วโลก คงยังเร็วไปถ้าจะสรุปว่า ทำไม่ได้ตามเป้าหมาย แต่หยุดฝ่ายก่อการร้ายตรงนี้ ยากครับ ทั่วโลกมีแหล่งฟอกเงิน แอบเงิน กระจายเงินแบบเงียบๆ อยู่ประมาณ 20 จุด ครับ ส่วนมากจะเป็นประเทศเล็กๆ หรือตามเกาะนะครับ มีรายงานมาว่า ตามแหล่งพวกนี้ จะมีธนาคาร อยู่ก็ราวๆ 2000 แห่งต่อจุดครับ ก็คือมีธนาคารที่ฝ่ายก่อการร้ายใช้ได้ อยู่ประมาณ 40000 ธนาคารเชียวหละครับ แล้วก็มีธนาคารในระบบ ตามประเทศและศูนย์กลางทางการเงินใหญ่ๆ ทีฝ่ายก่อการร้ายใช้ยากขึ้นแต่ก็ทำได้ แบบนี้ก็มีอีกราว 50000 แห่งนะครับ นี่ถ้านับเอาบริษัทที่ตั้งขึ้นมาใน 20 จุดพวกนี้ ที่มีที่มาที่ไปคือแอบเงินฟอกเงินหรือหนีภาษี มีเป็นแสนไม่ก็เป็นล้านบริษัทครับที่ฝ่ายก่อการร้ายแฝงตัวอยู่ได้ บวกเข้าไปกับที่ฝ่ายก่อการร้าย คงระมัดระวังมากขึ้น ทำอะไรเล็กๆลงแต่ทำบ่อยหน่อย ไม่ต้องสงสัยนะครับ ว่าทำไม ติดตามเงินของฝ่ายก่อการร้ายไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่พูดถึง 20 จุด คงมีบัญชีเป็นล้านบัญชี ส่งเงินไปมา เป็นสิบๆล้านหนต่อวัน ที่น่าปวดหัวเข้าไปใหญ่ คือฝ่ายก่อการร้ายแบบ บิน ลาเดน ที่มีเงินอยู่ประมาณ หมื่นสองพันล้านบาท เรียนธุรกิจมา เคยบริหารบริษัทการเงิน และบริหารการค้าขายข้ามชาติมาก่อน และตอนนี้ ก็เป็นฮีโร่ของชาวมุสลิมมากมายทั่วโลก

 เรื่องตามเงินผู้ก่อการร้าย เท่าที่เขียนมา จะเห็นว่ายาก แต่เอาเข้าจริงๆ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ครับ ธนาคารในระบบ และธนาคารกึ่งอยู่ในระบบ ที่ผมเขียนมาข้างต้น ถูกเสริมเข้าไปโดยธนาคารใต้ดินครับ ธนาคารพวกนี้ก็ไม่ใช่อะไร คนไทยคงคุ้นเคยกันดี เพราะฝ่านสมัยควบคุมเงินตรามา ก็แบบใครสักคนเอาเงินไปให้ใครสักคนในประเทศหนึ่ง แล้วลบบัญชีกันออกไป โดยให้ใครอีกคนหนึ่งในอีกประเทศหนึ่งเอาเงินไปให้ใครอีกคนหนึ่งในประเทศนั้น แบบนี้เงินไม่ผ่านอะไรเลยครับ แต่มันไม่หยุดตรงนี้สิครับ ในด้านการค้าขายระหว่างประเทศ ก็เป็นอีกจุดที่อุดยากมาก เช่นการเพิ่มราคาสินค้า ให้เกินเลยจริง มีอาจารย์คนหนึ่ง ที่ตรวจการค้าขายระหว่างประเทศมานาน ไปๆมามาพบว่าน้ำฝึ้งของบริษัทหนึ่ง มีราคาสูงผิดปรกติมาก ก็แจ้งทางการไป เลยก็เจอว่าเป็นวิธีส่งเงินข้ามประเทศแบบลับๆทางหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงนะครับ ว่าแบบนี้ตรวจจับได้ยากแค่ไหน อาจารย์คนนั้นบอกว่าเท่าที่เขาเห็น การแอบส่งเงินทางนี้ เพิ่มสูงขึ้นมากครับ นอกจากนี้บางทีฝ่ายก่อการร้ายก็น่ารักมากครับ ทำกันตรงๆ แบบใส่กระเป๋าหรือพกติดตัวมาเลย ใครจะไปตรวจได้ทุกคนหละครับ สุดท้ายก็มีธนาคารไฮเทคบนอินเตอร์เนตอีก หรือที่เรียกว่า Virtual Banking แล้วก็มี Wire Transfer อีก แล้วยังมีแอบเงินทางค้าขาย Commodity อีก แบบเพชร

 ราชการลับก็ทราบครับว่าอะไรเป็นอะไร มีการทำให้ 20 จุดนั้นทำอะไรยากขึ้น ด้วยช่องทางกฎหมายระหว่างประเทศ มีการตั้งศูนย์อะไรต่อศูนย์อะไรออกมามากมายทั้งของอเมริกาเอง ของประเทศอื่น หรือองค์กรระหว่าประเทศ แทบทุกอันจะมีหน่วยปราบธุรกรรมทางการเงินของฝ่ายก่อการร่าย ติดอยู่ด้วยทั้งสิ้น เพื่อหยุดธุระกรรมทางการเงินของฝ่ายก่อการร้าย ตรงไหนเอาซอฟแวร์เข้าไปเสริมและตรวจได้ ก็เอาเข้าไปกัน ข้อมูลมันมากจนงงแกะไม่ออก ก็เอาซอฟแวร์รวบรวมและวิจัยข้อมูลอัดเข้าไปอีก แต่ก็ยังหยุดเขายากครับ แต่ก็ยังพอทำได้ครับ ถึงจะหยุดไม่ได้หมด

 มันขึ้นอยู่กับมุมมองนะครับ พอดีผมอ่านใน CNN เมื่อหลายปีก่อน ว่าวิธีสกัดเงินฝ่ายก่อการร้าย ที่ฝ่ายความมั่นคงใช้อยู่ มันก็เหมือนๆกับวิธีการสกัดเงินของพวกค้ายาแสพติดนะครับ ผมก็นึกไปถึงจุดที่สงครามยาเสพติดในอเมริกา มันหันจากการที่รัฐแพ้เป็นชะนะครับ จุดนั้นคือการจับ คนผลิตรถ Deloren นะครับ ที่ทางการใช้สิ่งที่เขาเรียกว่า Sting Operation คืออยู่ๆก็เดินเข้าไปหาคนคนหนึ่ง ที่สงสัยว่าต้องการเงิน แล้วทำตัวเป็นผู้ค้ายาเสพติด แล้วเสนอค้าขายยาเสพติดกับเขา พอเขาเอาด้วย ก็จับเขาเลย ศาลในอเมริกาโยนเรื่องออกนอกศาลไปเลยนะครับ บอกว่ารัฐทำมากไป แต่กว่าศาลจะโยนคดีทิ้ง ก็หลายปีนะครับ ก็ตลกดีนะครับที่ระหว่างนั้น คนกลัวการค้าขายยาเสพติดกันแบบหัวหดเลยหละครับ ผมก็ไม่อยากจะติวงการราชการลับ และความมั่นคงหลอกครับ ไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือของอเมริกา เมื่อวันก่อนติทักษิณทางกรุงเทพธุรกิจยังไม่สบายใจเลยครับ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ พวกนี้จะทำแบบนั้นอีก

 คนเราใช้ระบบอะไร ก็เพราะมั่นใจในระบบนั้นนะครับ ยิ่งธุรกรรมการเงินด้วยแล้ว มันต้องยิ่งมั่นใจในระบบนั้นมากขึ้นเข้าไปอีก ถ้าฝ่ายความมั่นคง หันกลับมาใช้ Sting Op

 ทำลายความมั่นใจในระบบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายได้ มันก็ลดปัญหาไปได้ครึ่งแล้วครับ การตรวจสอบเข้มถึงธุรกรรมทางการเงินการค้า ที่มันมีเป็นร้อยล้านธุรกรรมต่อวัน ถึงจะใช้คอมพิวเตอร์ช่วย จะดีอย่างไร ก็ Passive นะครับ จะต่อสู้กับฝ่ายก่อการร้าย ต้อง Active ครับ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับ ที่ฝ่ายความมั่นคง จะตั้งธนาคารแบบกึ่งอยู่ในระบบ ธนาคารในระบบ หรือเครือข่ายธนาคารนอกระบบ หรืออย่างอื่น แบบบริษัทค้าขายข้ามชาติ หรือบริษัท Commodityหรือ Wire Transfer ขึ้นมาก็ได้ แล้วลองไป Operate แข่งกับของเอกชนดู แล้วลองดูสิว่าอะไรน่าสงสัย ผ่านมาบ้าง พอจับได้ว่าเป็นเงินของฝ่ายก่อการร้าย ก็ไม่ต้องรีบวิ่งออกไปจับ แต่เฝ้าดูนานๆ เอาสิ่งที่เรียนรู้มา ไปตรวจสอบกับธนาคารอื่นที่อื่นอีกที ขยายวงตรวจสอบไปเรื่อยๆทั่วไป พอสะสมได้จนถึงจุดหนึ่ง ก็ออกมากวาดล้างใหญ่ รับรองความมั่นใจใน ระบบธุรกรรม การเงินที่ผิดกฎหมาย หมดไปแน่นอน คือฝ่ายก่อการร้าย จะไม่รู้ว่าอันไหนมันของใครกันแน่ นี่ผมพูดด้านส่งเงินไปมาและเก็บเงินด้านเดียวนะครับ ฝ่ายก่อการร้ายเขามีแผนกระดมทุน ระบบลงทุน ระบบกระจายเงิน และอีกหลายด้านหลายมิติ ก็เอา Sting Operation มาใช้ได้ ทุกมิติหละครับ ทางออกของฝ่ายก่อการร้ายหรือครับ คงมีนะครับ บิน ลาเดน เขาเก่งมากนะครับ แต่อย่างน้อย เราก็ทำให้เขาลำบากมากขึ้นได้ครับ