หนังสือพิมพ์ดิ อินเตอร์เนชั่นแนล เฮรัลด์ ทรีบูน หนังสือพิมพ์ในเครือนิวยอร์กไทม์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งตีพิมพ์หลายประเทศในยุโรป รายงานเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมนี้ระบุว่า กรณีที่ทางการสวีเดนเตรียมขายเครื่องบินรบอเนกประสงค์ กริฟเฟน ให้กับกองทัพอากาศไทยกำลังกลายเป็นเรื่องอื้อฉาวในสวีเดน เพราะมีหลายฝ่ายออกมาคัดค้านหลังจากที่มีการประกาศความตกลงที่จะซื้อขายดังกล่าวกันในสวีเดนเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เสียงคัดค้านเป็นเพราะเห็นว่ารัฐบาลไทยในเวลานี้เป็นรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
ทั้งนี้ นายโอลา แมตต์สัน เลขาธิการสมาคมสันติและการรอมชอมแห่งสวีเดน (เอสพีเอเอส) ระบุว่า รัฐบาลสวีเดนไม่ควรขายอาวุธให้กับประเทศไทยที่เป็นประเทศเผด็จการทหาร ในขณะที่นายแจน โอเอล แอนเดอร์สสัน ผู้อำนวยการโครงการสถาบันกิจการระหว่างประเทศ ที่เป็นสถาบันทางวิชาการอิสระของสวีเดน ชี้ว่าการที่สวีเดน ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง ยึดถือแนวทางเป็นกลางมายาวนาน กลับมาผลักดันกิจการขายอาวุธระหว่างประเทศ นอกจากจะทำให้การดำรงความเป็นกลางยุ่งยากขึ้นแล้วยังทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศที่ส่งเสริมเสรีภาพ สันติภาพไม่ได้รับการเชื่อถืออีกต่อไป
ผู้สื่อข่าวระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์วิกิพีเดีย ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า กริฟเฟน หรือกริฟฟิน เป็นเครื่องบินรบแบบอเนกประสงค์ สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายภารกิจ ทั้งประจัญบาน, โจมตี (ด้วยจรวดจากอากาศสู่อากาศ) และ เครื่องบินตรวจการณ์ ขณะนี้มีประจำการอยู่ในกองทัพอากาศของ 4 ประเทศ ประกอบด้วย สวีเดน, แอฟริกาใต้, ฮังการี และสาธารณรัฐเชค โดยจนถึงเดือนกันยายนปี 2549 ที่ผ่านมามีการสร้างเสร็จและส่งมอบแล้วรวม 184 ลำ ยังมีคำสั่งซื้อคงค้างอยู่อีก 232
ทั้งนี้ วิกิพีเดียระบุว่าราคาขายต่อลำไว้ว่าอยู่ที่ 25 ล้านดอลลาร์ในปี 2541 และ 45-50 ล้านดอลลาร์ในปี 2549 ซึ่งหากเป็นไปตามนั้น มูลค่าของเครื่องบินดังกล่าวที่ทางการไทยจัดซื้อรวม 12 ลำ จะเท่ากับเพียง 600 ล้านดอลลาร์ หรือราว 20,400 ล้านบาท (ที่อัตราแลกเปลี่ยน 34 บาทต่อดอลลาร์) ไม่สูงถึง 34,500 ล้านบาทอย่างที่มีการแถลงกันก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า เครื่องบินกริฟเฟนมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่น คือ เจเอเอส 39เอ, เจเอเอส 39บี, เจเอเอส39ซี, เจเอเอส 39ดี และเจเอเอส 39อี/เอฟ และวิกิพีเดียไม่ได้ระบุแต่อย่างใดว่าราคาต่อหน่วยดังกล่าวเป็นราคาของรุ่นใด ในขณะที่ทางกองทัพอากาศไทยระบุว่าจะจัดซื้อเครื่องบินกริฟเฟนรุ่น เจเอเอส 39ซี/ดี (เครื่องบินรบในสมรรถนะเดียวกับเครื่องบินรบของนาโต ที่มีที่นั่งเดี่ยวและ 2 ที่นั่ง)
หมายเหตุ: ท่านสามารถอ่านข่าวดังกล่าวจากเว็บไซต์ของ International Herald Tribune ได้ที่ ลิงค์
ตามสูตร น้ำลึกไหลเชี่ยว น้ำเชี่ยวไหลลึก
เอา นักต่อสู้เพื่อ ประชาธิปไตย เพื่อคนจน และเพื่อ ความเสมอภาค นิติรัฐ และเสรีภาพ ของไทย ปรับตัวยังไงกันดี วงในเขาบอกว่าอย่าพึ่งถอนหายใจ ดีใจที่พี่สพรั่งเขาเด้งไปไกล แล้วมองไปว่านี่คือการ ส่งซิกพักรบ สมานฉันท์ หรืออะไร มาให้จาก ป๋า มันอาจจะเป็นไปได้ แต่ฝ่ายวิเคราะห์ เขาบอกว่า ซิก มันยังไม่แรงพอ ยิ่งอัยการเตรียมส่งคนไปอังกฤษ มันก้เหมือน คมช ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล ไปถล่มฐานที่มั่น ของนักประชาธิปไตยไทย ที่ลอนดอนเลย แต่ถึงกระนั้น พวกรักความสงบ ก็ยังไม่ถึงกับต้องปลง ว่าเอาอีกแล้ว ตีกันอีกแล้ว แต่จริงๆแล้ว มันอาจจะเป็น การทำกิจกรรมสำหรับการเลือกตั้ง มากกว่าการโจมตีจริงๆ
แต่ที่ฝ่ายวิเคราะห๋ เขากังวลกัน ก็เพราะสิ่งที่เขากลัว ว่ามันจะเกิดขึ้น อาจจะ กำลังเกิดขึ้นแล้ว แล้วสิ่งนั้นก็คือ ทฤษฏีที่จะกล่าวถึง ต่อจากตรงนี้
ในทฤษฏี ของนักวิเคราะห์ ที่ยอมรับเลยว่าได้ยินและเห็นคนอื่นพูดและเขียนถึงมาบ้างแล้ว ฉะนั้นตรงนี้ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากเอามารวบรวมให้อ่านกันเข้าใจง่ายๆ เพราะผมมันนักเขียนอาชีพ ถนัดเรื่องสื่ออะไรสลับสับสนออกมาให้อ่านง่ายๆ
ทฤษฏี ของนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงบางคน ว่ากันไว้ว่า ฝ่ายความมั่นคง ของ อำนาจนิยม แห่งชนชั้นสูงของเมืองไทย เขาเริ่มขยับ ลงลึกกันแล้ว ขุนพล คุมกำลัง อันใหญ่สุดของเขา อนุพง เป็น เซียนราชการลับ มาในรูปแบบของ ปูตินและบุช ผู้พ่อ สองผู้นำโลกที่คุมราชการลับ ของรัซเซียและเมกา ก่อนมาเป็นผู้นำโลก อนุพงนั้นว่ากันว่า น้ำเชี่ยวไหลลึก อย่างไรอย่างนั้น ไม่มีผิดเพี้ยน คือพร้อมสูบเอาคนไม่ระวังตัว หรือว่ายน้ำไม่แข็ง ให้หายวับไปกับสายตา แต่มองดูผิวเผินนั้น ดูไม่น่าอันตรายอะไรเลย กลับน่าพาลูกหลานลงไปแหวกว่ายเล่น
เส้นสาย ชนชั้นสูงนั้น ชักจะกว้างและเป็นแห กระจายครอบคลุมพื้นที่ มากขึ้นทุกทีนะพี่ๆน้องๆ ทั้งกฎหมายบางฉบับ ทั้งการสลายขั้ว อำนาจอื่นๆที่ขวางเช่นตำรวจ ทั้งวางตัวข้าราชการปกครอง ทั้งผู้พิพากษา ทั้งนักการเมือง ทั้งทหารที่ยึดมั่นเข้าไปอีก ทั้งองค์กรอิสระ แบบ กกต และ อรหันต์ และ สว ที่จะเลือกกันอีก แล้วอย่าลืมพวกนักสร้างกระแสแบบนักวิชาการ อาจารย์ตามหมาวิทยาลัย และยังมีสื่อในมืออีกกองใหญ่
ที่ทั้งหมด รวมกลุ่ม มากันเป็นส่วนหนึ่ง ของเครือข่ายใหญ่ เรียกว่า เครือนี้ ไม่ใช่พรรคการเมืองตรงๆ แต่ก็เหมือน พรรคการเมืองใหญ่ ไม่มีสส ตรงๆ แต่มีอำนาจ มากมายที่จะ ใช้ จัดการ ประเทศ ทั้งที่ไม่ได้มาจากประชาชน หรือทำเพื่อประชาชนส่วนรวม เป็นน้ำเชี่ยว ที่ไหลลึก เหมือนที่สหรัฐเขาชี้ให้เห็น ว่าผู้ก่อการร้าย ในเครือของ Al Qaida สมัยนี้ ไม่มีหนวดไม่มีเครา มองไม่ออกว่าเป็นชาวอาหรับ แต่ได้กลายพันธ์ มาเป็นใครก็ได้ เช่นเพื่อนบ้าน ธรรมดาที่เห็นทุกวัน หรือคนที่เจอใน โบสถ์
เรียกว่าพวกนี้คือ Super-Conservative Lobbyist Networking Party of Thailand (Sup-Con สั้นๆ) ก็ว่าได้
พวกนี้ มองแล้วไม่เป็นพิษไม่เป็นภัย แต่คนพวกนี้ เขาเชื่อมกันที่อุดมการณ์ ถ้าของ Al Qaida คือทำลายตะวันตก ส่วนพรรค Sup-Con นี้ ของไทย คือของอำนาจนิยม ที่มีจุดมุ่งหมายคือ ปกป้องและค้ำจุน ชนชั้นสูงชน ผู้ดี ผู้มีอันจะกิน ผู้นำ และผู้ที่เข้าร่วมสาบาน การเข้าก็ง่ายๆ ออกโจมตีทักษิณ หรือไม่ก็ออกมาสนับสนุน ปกป้องค้ำจุน พวกเขา ชนชั้นสูง จะตรงๆหรือแอบๆ ก็ได้ สร้างตัวขึ้นมาตรงแถวนี้ แล้วประตูสู่ พรรคการเมืองนี้ก็จะเปิดกว้าง
มันเริ่มจะเห็นเป็นภาพลางๆได้แล้วนะ ว่าสายน้ำเชี่ยว นี้ มันมีสายตรง วิ่งเข้าหา และ ออกจาก ผู้หลักผู้ใหญ่ของแผ่นดิน ไม่กี่คนเอง แล้วอย่างที่ข่าวกรองต่างชาติรายงานไว้แล้ว ภายใต้ รธน ใหม่ ทุกคนทุกฝ่าย มันจะลงลึกกันหมด คือลงไปเล่นใต้ดินกันหมด ข้างบนมันจะได้ไม่กระเพื่อม เพราะข้างบนกฎมันห้ามไว้ และจับตามองอยู่ แต่ใต้ดินนี้สิ มันพะยะคะ ใครนอมินีใครไม่มีใครรู้จริง ใครทำอะไรจริงๆไม่มีใครรู้จริง มันเหมือนระบบ เซล ของ พวกผู้ก่อการร้าย ยอดปิรามิดจริงๆเท่านั้นที่เห็นหมด
จะมีสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แต่จะไม่รู้เลยว่ามาจากไหน ไปยังไง และเพื่ออะไร จะมีก็แค่คำอธิบายตื้นๆง่ายๆ อย่างไม่แยแสอะไรเลย เช่นต่ออายุ 10 ปีให้ผู้พิพากษา ที่ให้มา ก็คือเพราะคนไม่พอ หรือ รธน หมกเม็ด ให้ถือหุ้นได้เกิน ตอนนี้ ที่แบบที่ตอนนี้ให้ทำได้ ทั้งที่กำลังเอาผิดทักษิณ เรื่องเดียว กันอยู่ ที่ไม่ให้คำตอบอะไรเลยอย่างไม่แยแส แต่ลึกๆคือ ต่ออายุให้สิบปี บวกกับคนที่กำลังจะไปจับจอง และจับจองกันไปบ้างแล้ว จริงๆแล้ว มันคือการซื้อตัว วางเส้นสาย เราดีๆนี่เอง
แล้วพอ ทุกคน ลงใต้ดิน ไปเล่นน้ำลึกกัน มันจะเจอใคร นอกจาก สายธารใหญ่ เชี่ยวกราก ที่รออยู่ มันวิ่งออกจาก Council of the Elders, Powerful and Rich ไม่กี่คน เช่น ป๋า และพลพรรค คนใกล้ชิด และเส้นสายพวกนี้ จากนี่ มันมีสายหนึ่ง โยงไปถึง ผู้พิพากษา ที่วางตัวไว้แล้ว ที่คุม สว และ อรหันต์ ตามองค์กรอิสระ อีกที ที่อยู่ในการจัดการและสังกัด ของ ผู้พิพากษา
อีกสาย มันวิ่งเข้าหาพรรคการเมือง แทบทุกพรรค ลึกๆและทางอ้อม แบบ ต่อรองการใช้อำนาจ กอรมน ศาล องค์กรอิสระ สว และ สื่อ ในมือ Sup-Con ให้พรรคการเมือง พอใช้เล่นละครตบตาเสียงสนับสนุนไปได้ และอีกสาย มันก็วิ่งกันตรงๆเลย ในนาม คมช ลงเล่นการเมือง ตรงๆ และ อีกสาย มันก็ภายในพรรคการเมืองต่างๆเอง ที่รีบร้อนหาคนมาเข้ากัน โดยไม่ดูให้ดี ว่า สส ตัวเองนะ เป็น นอมินี ให้ Sup-Con หรือเปล่า อยากรู้ว่า ภัยของประชาธิปไตย ความเสมอภาค และผลประโยชน์ของรากหญ้า มาแบบไหนสมัยนี้ ไม่ต้องดูไกล ดูแบบ สุรเกียตริย์ นะ ไม่ใช่ Sup-Con ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วตอนนี้ไปฝังลึกเป็นแกนกลางของอะไร แล้ว แล้วอีกสารพัดคน แบบ สมคิด อีก คือมองให้ดีๆ ผู้ดีเก่า ชนชั้นสูง อภิสิทธิชน กึ่งราชนิกุล นั่งกันสลอนในแทบจะหมดทุกพรรค
คนพวกนี้เขาเหมือนๆกัน ป๋าพูดด้วย หรือคนที่เขาเคารพ พูดด้วย นิดเดียว ลืมหมดรากหญ้า ประชาธิปไตย ความเสมอภาค เสรีภาพ หรืออะไร คนพวกนี้เขาเหมือน ปลาแซลม่อน คือจะวิ่งขึ้นแม่น้ำให้สูงที่สุด เพื่อไปออกลูก ออกหลาน แล้วตอนนี้แม่น้ำใหญ่ สายธราใหญ่ มันก็คือ น้ำเชี่ยวไหลลึก ของ Sup-Con แน่นอนว่า พปช ก็ได้ตัว Sub-Con มากับเขาเหมือนกัน แต่บังเอิญ สมัครเขาไม่ใช่เส้น ป๋า แต่ไปอีกทางเลย คือเส้นทักษิณ มันก็ย้ำให้เห็นอีกที ถึงการมองการไกลของทักษิณ ว่าถ้าจะต่อกรกับ ผู้ดีหละก็ หาผู้ดีเก่งๆมาเล่นดีกว่า
แบบงานนี้ ถึงน้า ใจ จะเกลียดทักษิณเข้าไส้ ผมว่า พปช และ นปช น่าจะหา ผู้ดี ที่ตกขอบ ป๋า มาเป็นกำลังนะ แล้วเรื่องลงใต้ดิน ก็น่าจะเอาจริงบ้างนะ ถึงแม้ว่าบนดิน ยิ่งแถวสนามหลวง จะเล่นเก่งขนาดไหนก็ตาม
วันอาทิตย์ ที่ 22 เมษายน 2550
แถลงการณ์ทหารประชาธิปไตย
Posted by metal , ผู้อ่าน : 89 , 22:36:49 น.
พิมพ์หน้านี้
ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งในการร่างรัฐธรรม นูญฉบับใหม่ มีแถลงการณ์ทหารประชาธิปไตยฉบับที่ 2 เรื่องการร่าง รัฐธรรมนูญออกมา แถลงการณ์ซึ่งลงนามโดย พล.ท.
ความขัดแย้งในการร่างรัฐธรรมนูญนี้จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน มีแต่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงของคนในชาติในที่สุด อย่างไรก็ตามในสภาพที่บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ปฏิวัติ การร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งของคนในชาติ ย่อมเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร็ว ทั้งนี้ต้องตระหนักว่าปัญหาสำคัญอันดับแรกของชาติในปัจจุบันคือ ปัญหาประชาธิปไตย ไม่ใช่ปัญหารัฐธรรมนูญ เพราะปัญหารัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับปัญหาประชาธิปไตย ฉะนั้นการมุ่งมั่นแต่จะแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ แทนที่จะแก้ปัญหาประชาธิปไตย จึงเป็นการแก้ปัญหาผิดจุดและแก้ไม่ตก
เหตุที่แก้ปัญหาผิดจุด ก็เพราะเอาทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างระบอบกับรัฐธรรมนูญมากลับหัวกลับหางกัน กล่าวคือ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายหลักของระบอบ จึงย่อมสะท้อนระบอบและคุ้มครองระบอบ แต่เรากลับไปเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญเป็นเครื่องสร้างระบอบ เหตุนี้เราจึงเอารัฐธรรมนูญไปสร้างประชาธิปไตย โดยพยายามร่างรัฐ ธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อระบอบจะได้เป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ความจริงนั้นถ้าเราต้องการระบอบประชาธิปไตย เราต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมา แล้วรัฐธรรมนูญจึงจะเป็นประชาธิปไตยตามระบอบนั้นได้ และทำหน้าที่คุ้มครองระบอบประชาธิปไตยให้มั่นคงได้
จึงเห็นได้ว่า การที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชา ธิปไตยนั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแก้ไขเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่การแก้ไขมรรควิธีของการร่างรัฐธรรมนูญคือ ให้สอดคล้องกับทฤษฎีที่ ถูกต้องของความสัมพันธ์ระหว่างระบอบกับรัฐธรรมนูญ โดยร่างระบอบประชาธิปไตยขึ้นมาก่อนแล้วให้ระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะได้รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยตามที่ต้องการ.
แถลงการณ์ทหารประชาธิปไตย (2)
การให้ระบอบเผด็จการเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ นั้น ย่อมจะได้รัฐธรรมนูญเผด็จการเสมอไป ไม่ว่าจะพยายามประดิษฐ์เนื้อหาของรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยสักเพียงใดก็ตาม เพราะลักษณะของระบอบเป็นเครื่องกำหนดลักษณะของรัฐธรรมนูญ มิใช่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องกำหนดลักษณะของรัฐธรรมนูญ การสร้างประชาธิปไตยนั้น ทหารกับประชาชนจะต้องร่วมมือกันสร้าง จึงจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าในประเทศไทยหรือในนานาประเทศก็เหมือนกันทั้งสิ้น
แถลงการณ์ทหารประชาธิปไตยกล่าวอีกว่า ในประเทศไทยทหารเคยเป็นหลักในการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยสำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2475 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ทหารบางส่วนก็ได้ทำลายเกียรติคุณของตนเอง โดยนำการปกครองไปสู่ระบอบเผด็จการ ในรูปเผด็จการทหารบ้าง เผด็จการรัฐสภาบ้าง ต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน ประเทศไทยจึงแก้ปัญหาประชาธิปไตยไม่ตก เป็นเหตุให้แก้ ปัญหารัฐธรรมนูญไม่ตกตลอดมา ทหารมีหน้าที่โดยตรงในการรักษา ความมั่นคงของชาติ แต่ภายใต้สภาวการณ์ปัจจุบัน การรักษาความ มั่นคงของชาติให้สำเร็จตามหน้าที่ ขึ้นอยู่กับการที่จะต้องสร้างระบอบประชาธิปไตยให้สำเร็จและสถาพร
กองทัพแห่งชาติได้ทำการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 เพราะการปกครองเป็นระบอบเผด็จการภายใต้การนำของ พ.ต.ท.
สถานการณ์เช่นนี้นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ จำเป็นที่ คมช. จะต้องรีบแก้ปัญหาโดยเร็วโดย ดำเนินการดังนี้ ข้อแรก เรียกร้องความสามัคคีแห่งชาติ ด้วยการเปลี่ยน ระบอบเผด็จการเป็นระบอบประชาธิปไตย ข้อสอง ให้รัฐบาลนำนโยบาย 66/2523 ซึ่งเป็นนโยบายแห่งชาติ มาปรับปรุงเพิ่มเติมให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นนโยบายการสร้างประชาธิปไตย ข้อสาม ขอ พระราชทานพระราชกฤษฎีการักษาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหา ของชาติในภาวะไม่ปกติ ด้วยมาตรการทางการบริหาร
ทหารประชาธิปไตยมีความปรารถนาอย่างแรง กล้า ที่จะได้เห็น คมช. และรัฐบาลร่วมมือกันแก้ปัญหาประชาธิปไตย ให้ลุล่วงโดยเร็ว เพื่อความมั่นคงของชาติ เพื่อความสถาพรของพระศาสนาและพระมหากษัตริย์ เพื่อความไพบูลย์ของสังคม และเพื่อความสันติสุขของประชาชน
ประมาณเวลา 19.00 ผู้ปราศรัยท่านหนึ่งได้เปิดเผยว่า ทางแกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศว่า ได้รับแจ้งจากทหารประชาธิปไตยที่เข้ามาเป็นแนวร่วม ว่ามีกองกำลังทหารนอกเครื่องแบบ ที่ได้รับคำสั่งให้มานั่งในกลุ่มผู้ชุมนุม ทางแนวร่วมได้กำชับว่าพวกเขาเหล่าเป็น ลูกหลาน ของพี่น้องประชาชนเช่นเรา เพราะหน้าที่พวกเขาเหล่านั้นถึงต้องมา และทหารเหล่านี้ได้กระจัดกระจายนั่งปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยให้ผู้ชุมนุมต้อนรับเขาเหล่านั้นเป็นอย่างดี และช่วยกันสอดส่องพฤติกรรม ที่อาจเป็นต้นเหตุความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้น
ภารกิจทหารไทย ในสามจังหวัดใต้
แน่นอนว่าปัญหาหลักคือ ขนทหารและตำรวจ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ให้ปลอดภัย เป็นปัญหาหลักของการปราบปรามโจรก่อการร้าย และการรักษาป้องกัน เหตุร้าย ทหารไทย มุ่งไปที่การหารถเกราะ ล้อยาง เพราะ เร็วดี และ มีเกราะ แต่ในการซื้อก็ได้ของแถมมา คืออาวุธร้ายแรงติดมาด้วย อาวุธนี้ รับรอง ไม่มีความจำเป็นในภาคใต้ แต่มีมาด้วยก็ดี กลายเป็นการ ถ่วงอำนาจมาเลเซีย ในภาคใต้ไปเลย มาเลจะโต้ตอบอย่างไร ก็ต้องคอยดูกัน แต่การที่มีรถเกราะอานุภาพสูง เกือบร้อยคันในสามจังหวัดใต้ ความสมดุลทางทหารเปลี่ยนทันที
ถ้าจะให้วิเคราะห์ระหว่างรถยายเกราะจาก ประเทศ ยูเครน และ ยานเกราะจากประเทศอื่น ประเด็นที่สื่อเสนอกันมาก คือมีการโกงกิน ปัญหานี้วิเคราะห์ไม่ได้ เพราะเป็นเพียงข้อสงสัย แต่ก็วิเคราะห์ได้ ว่าระหว่างของ ยูเครน กับ ประเทศอื่น ที่เสนอ ควรจะซื้ออะไร นักข่าวส่วนมาก บอกว่าของ ยูเครน ไม่ดีเท่าประเทศอื่น
แต่ปัญหาจริงๆคือ ภารกิจคืออะไร จำเป็นต้องมีของที่ดีที่สุดหรือไม่ เพราะดีที่สุดก็คือแพงขึ้น หรือว่าของที่ไม่ดีที่สุดแต่ซื้อได้มากขึ้น สำคัญกว่า ถ้ามองในมุมนี้ ถ้าไม่คิดถึง การโกงและผิดระเบียบต่างๆ ของยูเครนก็น่าสนใจทีเดียว
แต่ก็มีคำถามต่อมา ว่า จำเป็นหรือไม่ที่จะใช้ยานเกราะ ขนทหารโดยปรอดภัย หรือว่ามีวธีอื่นหรือไม่ที่ปรอดภัยพอๆกัน และ ราคายิ่งถูกลงไปอีก
คำตอบ ก็คือมี ในรถบันทุกทหารยุคใหม่ ที่กองทัพสหรัฐเอาไปใช้แล้วในอิรัก โดยได้ผลมาก เพราะปรอดภัย ทั้งที่ก็ทราบกันดี ว่าการโจมตีทหารแบบ กองโจร ต่อทหารสหรัฐ ในระหว่างไปจากจุดไปจุด นั้น รุนแรง กว่าภาคใต้มาก
รถบันทุกยุคใหม่ แทนที่รถหุ้มเกราะ ใน อิรัก
That's how
สามารถทนการโจมตีในอิรัก
Unlike the
Narrow, V-shaped hulls help direct blasts out and away from the vehicles. The
สถิติคือ พาทหารรอดอันตรายเต็มร้อย
The company claims the
John Pike, director of GlobalSecurity.org, which focuses on worldwide military news, said the
"You have to keep in mind there are 10,000 vehicles in
ทหารยอมรับเต็มๆ
But Force Protection claims its "blast design technology" is winning over troops.
"The response from the field has been overwhelmingly positive," said Jeff Child, a spokesman for the company. He said the vehicles uncovered roughly 200 IEDs in and around central
Lt. Cameron Chen, part of an ordnance-disposal unit near
"Two of my men in Ramadi survived an IED attack while in the Cougar," Chen wrote. "So I am a believer. All agree that it's the safest vehicle."
สุดไฮเทคด้วนคอมพิวเตอร์และเครื่อง รบกวน สัญญานวิทยุ
The Cougar, the smaller of the two vehicles, weighs about 16 tons, and is more versatile. It can be configured into a basic, 14-man troop transport (with air conditioning), or an advanced command-and-control center with wireless computers and radio-frequency jammers to disable IED detonators.
มี มือหุ่นยน ไว้ตรวจสอบระเบิด โดยไม่ต้องลงจากรถ
The 24-ton
The inspiration for the armored trucks brings up some controversy. Vehicles closely resembling the
Les Switzer, a journalism professor at the
"The mere presence of a Saracen struck fear in the people," said Switzer, who wrote and edited seven books on apartheid, including South Africa's Alternative Press: Voices of Protest and Resistance, 1880s-1960s.
สร้างจากโรงงานใหม่สุดในสหรัฐ
Following the end of apartheid in the early 1990s, Switzer said some of
Some found their way to
Child said Force Protection has indeed adopted some fundamental design concepts from vehicles manufactured by the South African military, but has added many improvements.
And the company bristled at the South African connection. In a letter, the company said attempting to connect the technology to the apartheid regime of
สนธิเคย ตอกย้ำ สนับสนุน BTR3E จากยูเครน
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก กล่าววันนี้ (5 ส.ค.) ก่อนเดินทางไปร่วมงานวันครบรอบพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ถึงการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง ของกองพลทหาราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) ว่า ในการจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์ดังกล่าวมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ตรงขีดความสามารถและภารกิจของหน่วย ยืนยันว่าทุกขบวนการเป็นไปด้วยความโปร่งใส เนื่องจากมีการตั้งคณะกรรมการในการพิจารณา ทั้งในส่วนของ พล.ร.2 รอ.และกรมสรรพาวุธทหารบก โดยมีการเดินทางไปศึกษาดูงานยังโรงงานผลิตที่ประเทศยูเครน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องพิจารณามายังตนก่อนส่งเรื่องไปยัง พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวต่อถึงกรณีมีการระบุว่าบริษัทค้าอาวุธจ่ายค่าคอมมิสชันให้คณะกรรมการพิจารณาจัดซื้อดังกล่าว ว่า ต้องถามบริษัทค้าอาวุธดังกล่าวดูเองว่าจ่ายให้ใครหรือไม่ ตนไม่ทราบเรื่อง งบประมาณในการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยาง จำนวน 4,000 ล้านบาท เมื่อพิจารณาถึงความจำเป็นและขีดความสามารถแล้ว สามารถจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางได้ทั้งหมด 96 คัน
อย่าเร่งซื้ออาวุธ
16 กรกฎาคม 2550 22:49 น. ความพยายามเร่งผลักดันการจัดซื้อปืนเล็กสั้นจากอิสราเอลเอาไปรบกับโจรมุสลิมในภาคใต้ แบบวิธีพิเศษหรือยัดเยียดให้มีการประมูลแบบตัดสินล่วงหน้า เร่งปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ กำลังถูกจับตาเฝ้ามองว่าใครต้องการเงินเร่งด่วน สมคบกับพ่อค้าเพื่อหาเงินเป็นทุนเล่นการเมือง หรือเก็บไว้ใช้หลังเกษียณอายุ
นับเป็นความแปลกประหลาดโดยแท้ ที่คิดเอาปืนยิวไปยิงกับโจรมุสลิม ตอกย้ำความรู้สึกการเป็นปฏิปักษ์ และเป็นการซื้อแบบอาศัยช่วงเวลาซื้อปืนจากสหรัฐโดยตรงไม่ได้ พ่อค้าจึงวิ่งเต้นเปลี่ยนเงื่อนไข
ประเด็นเช่นนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาให้รอบคอบ ดูความโปร่งใส มองการณ์ไกลกับความสัมพันธ์กับองค์กรมุสลิม ซึ่งกำลังจะจัดการประชุมในประเทศไทยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และเลขาธิการองค์กรมุสลิมโลกก็จะมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ขณะที่สถานการณ์ในภาคใต้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในสภาพตีตื้น ได้เปรียบ สามารถจับกุมหัวโจกตัวการได้เป็นจำนวนมาก
เช่นกันกับความพยายามซื้อรถรบหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน ซึ่งเป็นรถตกรุ่นยุคสงครามเย็น ซึ่งผู้ถือสิทธิบัตรและเจ้าของดั้งเดิม คือรัสเซีย ได้ปรับปรุงสมรรถนะอย่างมากมายหลังจากเผชิญสงครามในอัฟกานิสถานและเชชเนีย ทำให้คุณภาพเหนือกว่าของยูเครนอย่างเทียบกันไม่ติด
ทั้งนี้ เป็นเพราะการวิ่งเต้นยัดเยียดรถยูเครนหลังจากการรับซองปิดประมูลแล้วนั่นเอง หากกองทัพบกต้องลงทุนซื้อเป็นเงิน 4 พันล้านบาท นอกจากจะได้รถรบล้าสมัย ไม่รับรองการส่งอะไหล่ ปรับปรุงความทันสมัยแล้ว คงจะเป็นการนำทหารไทยไปเสี่ยงชีวิตกับรถรบด้อยสมรรถนะ เป็นการสูญเสียระยะยาวทั้งด้านชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล
นอกจากปัญหาคุณภาพ การจัดซื้อไม่โปร่งใสแล้ว ยังมีข้อครหาว่ามีการพยายามหาเงินทุนประมาณ 10-15 เปอร์เซ็นต์ไปเป็นทุนการเมืองหรือการเกษียณอายุอีกเช่นกัน นับเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องดีสำหรับผู้นำกองทัพและคณะรัฐมนตรีแน่นอน ทั้งความสัมพันธ์โดยรวมกับรัสเซียต้องคำนึงถึงในระยะยาว ถ้าหากว่าคุณภาพรถรบของรัสเซียเหนือกว่าของยูเครนอย่างเทียบกันไม่ได้ หากมีการทดสอบความสามารถอย่างโปร่งใส
ยุคนี้ต้องมีความโปร่งใส ไร้การวิ่งเต้น หรือการจัดซื้ออาวุธคุณภาพต่ำให้กองทัพ เพราะผู้มีอำนาจซื้อย่อมเกษียณอายุอีกไม่นาน ปล่อยให้พี่น้องทหารต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง เป็นเพราะความอยากได้เงิน และความโลภขาดความรักชาติของพ่อค้าอาวุธเห็นแก่ได้เท่านั้น
นายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี ย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไร เพราะหัวหน้ารัฐบาลก็เป็นอดีตนายทหาร เชี่ยวชาญการรบ การปล่อยให้ซื้อหาอาวุธด้วยมีเงื่อนงำ แล้วได้สินค้าคุณภาพต่ำย่อมเป็นการสร้างเวรกรรมให้กลุ่มผู้ต้องสูญเสียญาติมิตรเพราะอาวุธไร้คุณภาพ
เงื่อนงำ BRT3E เต็มไปหมด
แผนการซื้อรถรบบุโรทั่ง หรือ APC Armoured Personnel Carriers ล้อยางจากยูเครนโดยกองทัพบก หลังจากการประมูลอย่างมีเงื่อนงำ ถึงพริกถึงขิง และการวิ่งเต้นจนตีนขวิดนั้น ได้สร้างความขบขันปนความสมเพชเวทนาสำหรับผู้รู้เบื้องหน้าและเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร
อนาคตของประเทศไทย หรือกองทัพไทยจะน่าอนาถเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับรถรบแปดล้อของยูเครนเท่านั้น เพราะเห็นอ้างว่าจะเอาไปประกอบภารกิจด่วนในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ น่าจะเอาไปเป็นเป้าซ้อมยิงจะเหมาะกว่า
แน่ใจเรอะว่ารถรบของยูเครน ที่สุดแสนบุโรทั่ง จอดทิ้งไว้ตั้งนานกว่า 20 ปี จะมีสมรรถนะดี แม้จะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ดูดี ย้อมแมวให้เนียนสำหรับคนซื้อจากประเทศไทย
รู้ประวัติความเป็นมาของรถรบเอพีซีของยูเครนหรือยัง ? โรงงานนี้อยู่ที่
ใครได้ดูหนังเรื่อง ลอร์ด ออฟ วอร์ นำแสดงโดย นิโคลัส เคจ นักค้าอาวุธข้ามชาตินั่นแหละ สะท้อนให้เห็นถึงสภาพอาวุธของยูเครน อาวุธของยูเครนต้องอาศัยทุกอย่างจากรัสเซีย เริ่มจากการออกแบบ เทคโนโลยี อะไหล่ อาวุธประจำรถ อุปกรณ์ต่างๆ และด้านโลจิสติกส์ และที่สำคัญคือสิทธิบัตรในการผลิต และความสามารถในการปรับปรุงสมรรถนะ รถรบเอพีซีจะดีกว่าของรัสเซีย ซึ่งเป็นต้นตำรับได้อย่างไร
"บิ๊กบัง" และคณะ ก็เคยไปเยี่ยมโรงงานบุโรทั่งของรถยูเครนตอนต้นปีที่ผ่านมาแล้วไม่ใช่เรอะ แล้วมีอะไรประทับใจ เมื่อเทียบกับต้นตำรับคือ รัสเซีย คณะอื่นๆ ก็ตามหลัง "บิ๊กบัง" แล้วส่ายหัวดิกๆ ไม่ใช่เรอะ ?
การซื้อรถรบเอพีซีคราวนี้มีผู้ประมูล 10 ราย แต่รายยูเครนใช้กำลังภายในดันเข้าไปหลังจากเขาปิดรับข้อเสนอแล้ว ใครเป็นเอเย่นต์ ไม่น่าสงสัย ได้ข่าวว่าแต่ละรายของนักค้าอาวุธเป็นนักเข้าประตูหลังบ้านกันเก่งๆ ทั้งนั้น
ถามจริงๆ เหอะว่า "บิ๊กบัง" และกองทัพบกไม่รู้หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับโรงงานผลิตรถรบเอพีซีของยูเครนแห่งนี้ เพราะเขาเลิกผลิตไปแล้ว ทุกวันนี้เป็นเป้าหมายของการแย่งกันซื้อเพื่อเอาไปผลิตสินค้าอื่นๆ
ปี 1996 ปากีสถานเคยซื้อรถถังผลิตจากโรงงานนี้ เป็นรุ่น T80 กะว่าจะซื้อไป 300 ตัว พอส่งไปได้ 12 ตัว ก็มีปัญหา หลังจากทำท่าว่าจะดี ปัญหาก็คือ พอยิงไปแล้วปลอกกระสุนบวมละลาย ลูกปืนแตกกระจาย แทนที่จะเข้าเป้า ก็โดนพวกเดียวกันในรถถังตายเละ อะไรจะแหลกนั้น ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา นากจากข้าศึกไม่เป็นอะไร พวกเดียวกันตายเป็นเบือ ทุกวันนี้ปากีสถานชีช้ำมาก กำลังขอเงินคืนจากยูเครนอยู่ แต่ว่าการเอาอ้อยออกจากปากช้างนั้นดูจะง่ายกว่าเยอะ หรือสมัยนี้ต้องบอกว่าขอให้มหาเศรษฐีบางตระกูลยอมจ่ายภาษีเป็นหมื่นๆ ล้านบาท น่าจะง่ายกว่า
ผลสุดท้ายเป็นอย่างไร ปากีสถานต้องเปลี่ยนชิ้นส่วน เครื่องยนต์ และขอซื้อจากรัสเซีย เห็นว่าเป็นรุ่นเดียวกัน แต่รัสเซียบอกว่า "เสียใจ" ไม่เกี่ยวกัน แม้ว่าจะผลิตจากต้นแบบเดียวกัน แต่เดี๋ยวนี้แยกประเทศกันอยู่แล้ว เงินก็ไม่ได้คืน อะไหล่ก็หาไม่ได้ รถถังที่ซื้อมา ทำประโยชน์สู้ถังน้ำเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งยังไม่ได้ เอาไว้ปลูกสะระแหน่ยังพอไหว
สี่บริษัทเข้าแข่งขัน
มาจากแคนาดา รัสเซีย ยูเครน ฟินแลนด์ ! แต่เดิมเอเย่นต์ฟินแลนด์อยากวิ่งเต้นเปลี่ยนสเปคจากแปดล้อเป็นหกล้อ แต่สายเกินไป ก็เลยไปวิ่งหาจากแหล่งอื่นๆ ผลสุดท้ายก็ได้จากยูเครนนี่แหละ จะซื้อรถรบจากยูเครนต้องคิดหน้าคิดหลัง เพราะของรัสเซียนั้นเขาพัฒนาไปหลายชั้นแล้ว ตัวถังรถนั้นเขามีเหล็กหนาหลายชั้น ป้องกันการเจาะทะลวงของจรวดอาร์พีจี เขาเรียกว่า Multiple Armoured Layers หรือผิวหุ้มตัวถังหลายชั้นนั่นเอง
พอเจาะเข้าชั้นแรก เจอชั้นต่อไป ลูกจรวดหรือลูกปืนก็แฉลบ ทหารอยู่ข้างในก็ปลอดภัย ไม่โดนทะลวงแล้วระเบิดข้างในเหมือนรถบุโรทั่งรุ่นก่อน ตอนตรวจสอบคุณภาพ มีข่าวว่ารถจากแคนาดามาเป็นอันดับ 1 แต่ทำไมไปเลือกรถยูเครน คงเป็นเพราะราคาถูกและมีอะไรจูงใจจนห้ามซื้อไม่ไหว ถ้าซื้อจากยูเครน ทำไมไม่ซื้อจากรัสเซีย เพราะเขารับประกันเต็มที่ อะไหล่พร้อม บริการหลังการขายทุกอย่าง และรถบุโรทั่งจากยูเครนก็เป็นพวกตกรุ่น โรงงานก็เก๋ากึ้ก จะเอาไปผลิตสินค้าอย่างอื่นแล้ว ใครชนะประมูลก็ได้ไป
ถ้าซื้อมา เราจะหาอะไหล่ไม่ได้ ซ่อมไม่ได้ การช่วยเหลือด้านเทคนิคก็ไม่มี อย่าหวังว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากรัสเซียเพราะมันคนละชั้นแล้ว ไหนๆ ก็จะซื้อรถรบโจรมุสลิมในภาคใต้ ขอให้มีอาวุธดีๆ ให้ทหารไทยอุ่นใจว่าไม่ตายง่ายๆ เถอะ เอาสินค้าดี ป้องกันชีวิตทหารไทยจะได้บุญนิ ! อิอิอิ !!!
บริษัทประสานงาน บรรยายสรุป BTR3E
ตามที่ ทบ. ได้อนุมัติให้บริษัท ดาต้าเกท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประสานงานในประเทศไทย ให้กับ บริษัท UKRSPETSEXPORT แห่งประเทศยูเครน บรรยายสรุป เกี่ยวกับ ยานเกราะล้อยาง (๘x๘) แบบ BTR-3E1 เมื่อ ๑๓ ธ.ค.๔๙ ณ สโมสร ทบ. (ส่วนกลาง) เทเวศร์
รายละเอียด ยานเกราะล้อยาง (๘x๘) แบบ BTR-3E1
ตามที่ ทบ. ได้อนุมัติให้บริษัท ดาต้าเกท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประสานงานในประเทศไทย ให้กับ บริษัท UKRSPETSEXPORT แห่งประเทศยูเครน บรรยายสรุป เกี่ยวกับ ยานเกราะล้อยาง (๘x๘) แบบ BTR-3E1 เมื่อ ๑๓ ธ.ค.๔๙ ณ สโมสร ทบ. (ส่วนกลาง) เทเวศร์
ยานเกราะล้อยาง (๘x๘) แบบ BTR-3E1 เป็นยานเกราะล้อยางประเภทสะเทินน้ำสะเทินบก ผลิตจากประเทศยูเครน ตัวถังรถ ผลิตด้วยเหล็กกล้าชนิดแข็งมากผสมใยสังเคราะห์ KEVLAR จากด้านในของตัวรถ (VERY HARD STEEL & REINFORCE WITH THE KEVLAR INSIDE) ป้องกันกระสุน ขนาด ๗.๖๒ มม. โดยสามารถปรับปรุงให้ป้องกันกระสุน ขนาด ๑๒.๗ มม. (.๕๐ นิ้ว) ได้ด้วยการเสริมแผ่นเซรามิค บรรทุกกำลังพลรวม ๙ นาย ประกอบด้วย ผบ.รถ, พลขับ, พลยิง และพลประจำรถ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
๑.๑ ระบบอาวุธ
๑.๑.๑ ป.อัตโนมัติ ขนาด ๓๐ มม. แบบ ZTM-1 จำนวน ๑ กระบอก ติดตั้งที่ป้อมปืนด้านบนตัวรถ พร้อมกระสุนจำนวน ๔๐๐ นัด ซึ่งมีอัตราการยิง ๓๓๐ นัด/นาที โดยมีระยะยิงหวังผลทางภาคพื้น ที่ระยะ ๔,๐๐๐ ม. และทางอากาศ ที่ระยะ ๒,๐๐๐ ม.
๑.๑.๒ ระบบอาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง แบบ BARRIER (BARRIER ANTI- TANK MISSILE SYSTEM: BARRIER ATMS) นำวิถีด้วยแสงเลเซอร์ (LASER BEAM) พร้อมลูกจรวด จำนวน ๔ ลูก ซึ่งใช้ยิงหวังผล ที่ระยะ ๕,๕๐๐ ม.
๑.๑.๓ ค.อัตโนมัติ ขนาด ๓๐ ม. แบบ AG-17 หรือ AGS-17 (30 mm AUTOMATIC GRENADE LAUNCHER) พร้อมลูกระเบิดยิง จำนวน ๘๗ นัด ซึ่งใช้หวังผล ที่ระยะ ๑,๗๐๐ ม.
๑.๑.๔ ปก.ขนาด ๗.๖๒ มม. (7.62 mm MACHINE GUN) แบบ KT-7.62 (PKT) พร้อมกระสุน จำนวน ๒,๐๐๐ นัด ซึ่งใช้ยิงหวังผล ที่ระยะ ๒,๐๐๐ ม.
๑.๑.๕ เครื่องยิงลูกระเบิดควัน ขนาด ๘๑ มม. (81 mm SMOKE GRENADE LAUNCHER) พร้อมลูกระเบิดควัน จำนวน ๖ นัด
๑.๒ เครื่องยนต์ดีเซล แบบ UTD-20 ขนาด ๓๐๐ แรงม้า
๑.๓ เครื่องเปลี่ยนความเร็วแบบ ทางกล (MACHANICAL)
๑.๔ ระบบพยุงตัวรถ แบบอิสระ (INDEPENDENT)
๑.๕ ยางล้อแบบ RUN FLAT สามารถควบคุมการเติมลมได้ในขณะขับเคลื่อน
๑.๖ น้ำหนักรถ ๑๖ ตัน
๑.๗ กำลังขับเคลื่อน ๑๘.๘ แรงม้า/ตัน
๑.๘ ความเร็วสูงสุด บนถนน ๘๕ กม./ชม.
ในน้ำ ๘- ๑๐ กม./ชม.
๑.๙ ความเร็วต่ำสุด ๕ กม./ชม.
๑.๑๐ ระบบปฏิบัติการ บนถนน ๗๕๐ กม./ชม.
ในภูมิประเทศ ๓๕๐ กม./ชม.
๑.๑๑ อุณหภูมิการใช้งาน ตั้งแต่ 40C ถึง +55 C
๑.๑๒ ข้ามเครื่องกีดขวาง ขนาดความสูง ๐.๕ ม.
๑.๑๓ ข้ามคูดักรถถัง ขนาดความกว้าง ๒ ม.
๑.๑๔ ไต่ลาดชัน ๓๐0
๑.๑๕ การไต่ลาดเอียง ๒๕0
๑.๑๖ ระบบเครื่องควบคุมการยิง ประกอบด้วย
๑.๑๖.๑ ระบบรักษาการทรงตัวของปืน (STABILIZER)
๑.๑๖.๒ ระบบติดตามเป้าหมาย (TRACK SIGHTING SYSTEM) แบบกล้องทีวีกลางวัน/กลางคืน พร้อมกล้องวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ (TV DAY & NIGHT WITH INTEGRATED LASER RANGE FINDER)
๑.๑๖.๓ ระบบกล้องตรวจการณ์ แบบมองรอบทิศทาง (PANORAMIC OBSERVATION SYSTEM)
๑.๑๗ อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ดังนี้
๑.๑๗.๑ กว้าน ขนาดแรงดึง ๖ ตัน
๑.๑๗.๒ เครื่องดับเพลิงอัตโนมัติ
๑.๑๗.๓ ระบบกรองอากาศ แบบ FULL FLOW FILTER
๑.๑๗.๔ ระบบทำความเย็น (AIRCONDITION) ขนาด ๑๐ กิโลวัตต์
๑.๑๗.๕ ระบบให้ความร้อน (HEATER) ขนาด ๑๘ กิโลวัตต์
ต้องจัดหากระสุนใหม่
เรื่องระบบอาวุธที่ติดตั้งมากับ BTR-3E1 นั้นแน่นอนว่าเป็นระบบอาวุธรัสเซียครับ อย่างเช่นปืนกลร่วมแกน KT-7.62(หรือ ปก.PKT ขนาด 7.62*54มม.) นี้ ทบ.ก็มีรถที่ใช้ปืนกลกระสุนขนาดนี้ใช้งานอยู่ครับเช่น ถ.Type 69-II เป็นต้น.ซึ่งปก.ร่วมแกนก็ใช้กระสุนขนาดเดียวกัน แต่ระบบอาวุธหลายๆระบบนั้นเป็นระบบที่เราไม่เคยใช้มาก่อนครับ เช่น ปืนใหญ่หลักอัตโนมัติZTM-1 30มม., เครื่องลูกระเบิดอัตโนมัติ 30มม. AG-17 30มม. และ Barrier ATGM ซึ่งเราต้องมีการจัดหากระสุนมาใหม่ครับ
แต่โดยร่วมๆแล้ว BRT3E มีอำนาจการยิงสูงมาก
ดูตามสเป็กแล้ว ไม่ค่อยคับรถเกราะยูเครนตัวนี้ แถมอัพเกราะให้กันกระสุนขนาด 12.7 ได้ อย่างนี้ทำให้รถอึดขึ้นในการวิ่งสวนลูกปืน เหมาะกับการรบแบบใครดีใครอยู่แถวบ้านเรา ปืนกล 30 มม. ถ้าใส่กระสุนเจาะเกราะหัวทังเสตนเข้าไป รถถังเจอเข้ายังร้องจ๊ากล่ะคับ เป็นปืนขนาดเดียวกันกะ ปญอ.ที่คาง เอ.10 ของสหรัฐ แต่อ้ายนั่นเป็นปืนกลลำกล้องรวบคับ แถมยังมีมิซาล์ยต่อสู้รถถังด้วย นับว่ารถเกราะยูเครนตัวนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ล่ะคับ
ยานรบค่ายคอมเชื่อถือได้ในความแข็งแรงของโครงสร้าง และความเหนียวของเกราะ ถ้าได้ปืนตามรายการทั้งหมด โดยไม่มีการเปลี่ยนสเป็กทีหลังแล้ว มันจะเป็นยานเกราะที่ใช้รบได้อย่างสมบรณ์ที่สุดทุกสมรภูมิ
รัสเซีย ไประท้วง ปิดซองไปแล้ว
ที่ปรึกษาบริษัทค้าอาวุธรัสเซียร้อง สตง.ให้สอบการประมูลยานเกราะล้อยางเอื้อประโยชน์ให้บริษัทค้าอาวุธจากยูเครนคู่แข่งขัน เผยคณะกรรมการฯ ยอมให้ยื่นซองทั้งที่ปิดรับไปแล้ว แถมนำยานเกราะเก่ายุคสงครามเย็นนำมาย้อมแมวเป็นของใหม่ ขายให้กองทัพบกผิดเงื่อนไขข้อกำหนด เผย ผบ.ทบ.เห็นชอบผลประมูลแล้ว รอ ผบ.สูงสุด เสนอรมว.กลาโหม เซ็นอนุมัติ เตือนระวังซ้ำรอยทีวีวงจรปิดคุณภาพแย่
นายมงคล สติพลัน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายบริษัท โรสโอโบรอนเอกซ์ปอร์ต จำกัด เข้าร้องเรียน ภายหลังเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อให้เข้าตรวจสอบการประมูลจัดซื้อจัดจ้างยานเกราะล้อยางของกองทัพบกเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายมงคล ระบุว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอแบบจากประเทศยูเครนทั้งที่ไม่ได้ผ่านขั้นตอนตามระเบียบการประมูลที่ถูกต้อง และทำผิดเงื่อนไขข้อกำหนดทีโออาร์
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวดำเนินการเพื่อจัดหายานเกราะล้อยางประจำการในกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ สำหรับใช้ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 48 คัน มูลค่า 4,000 ล้านบาท
กรรมการคัดเลือกแบบอนุเคราะห์ BRT3E
ในหนังสือเรียกร้องดังกล่าวระบุว่า ตามหนังสือประกาศเชิญชวนบริษัทต่างๆ นำเสนอเอกสารและราคาเบื้องต้นด้วยตนเองในวันที่ 16 พ.ค.2550 ภายในเวลา 16.30 น. หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะปิดรับข้อมูล ซึ่งในวันดังกล่าวมีผู้นำเสนอรวมทั้งสิ้น 10 ราย และมีกำหนดให้มาฟังคำชี้แจงรายละเอียดและตอบคำถามในวันที่ 17 พ.ค.2550 ณ สโมสรกองทัพบก แต่ปรากฏว่าได้มีตัวแทนของบริษัทจากประเทศยูเครน ซึ่งไม่ได้มีการยื่นซองคัดเลือกตามกำหนดเวลาเข้ายื่นซองภายหลังโดยการอนุเคราะห์ของกรรมการคัดเลือกแบบยานเกราะบางท่าน จึงทำให้ผู้เสนอแบบรายอื่นไม่ได้รับความเป็นธรรมในขั้นตอนการคัดเลือกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
ทั้งนี้ ตามคำสั่งของกองทัพบกที่ 2/2550 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานเลือกแบบยานเกราะล้อยาง ได้ระบุกรอบอำนาจและหน้าที่ของคณะทำงานไว้ว่า ให้มีการพิจารณาเลือกแบบที่เหมาะสมอย่างน้อย 3 แบบ และรายงานผลต่อคณะกรรมการมาตรฐานยุทธโธปกรณ์ของกองทัพบกภายในเดือนพ.ค. 2550 ซึ่งภายหลังจากวันที่กำหนดให้มีการแสดงข้อมูลต่อคณะทำงานฯ ในวันที่ 21 22 พ.ค.ได้มีการคัดเลือกแบบจำนวน 4 แบบ ได้แก่ ประเทศแคนาดา (บริษัท ฮอคอายส์ จำกัด) ประเทศรัสเซีย (บริษัท โรสโอโบรอนเอกซ์ปอร์ต จำกัด) ประเทศฟินแลนด์ และประเทศยูเครน (บริษัท UKRSPETS Export จำกัด)
สามปมใหญ่
ผู้ร้องเรียน ระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมการพิจารณาผลการประมูล ได้ตัดสินในเบื้องต้นให้บริษัทจากประเทศยูเครน เป็นผู้ชนะการประมูลเนื่องจากเสนอราคาถูกที่สุด และ ผบ.ทบ. เห็นชอบในผลการประมูลแล้ว รอเสนอเรื่องให้ ผบ.สูงสุด เซ็นอนุมัติ ก่อนเสนอเรื่องไปยัง รมว.กลาโหม ทั้งที่มีข้อสังเกตว่า
1 ) บริษัทดังกล่าวทำผิดขั้นตอนไม่มายื่นซองตามกำหนด
2) บริษัทดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขการประมูลที่ คณะทำงานพิจารณาเลือกแบบยานเกราะล้อยางของกองทัพบก ชี้แจงแก่ผู้แทนบริษัท เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2550 ณ แหล่งสมาคมนายทหาร กรมสรรพาวุธทหารบก โดยระบุไว้ในข้อ 3.2.1 ว่า ต้องเป็นยุทโธปกรณ์ใหม่ ไม่เก่าเก็บหรือเคยใช้งานมาก่อน ดังนั้น รถหุ้มเกราะที่นำมาเสนอต้องเป็นรถใหม่จากสายการผลิตใหม่ แต่ปรากฏว่า คณะกรรมการได้คัดเลือกแบบโดยไม่ทราบมาก่อนว่ายูเครนไม่ได้มีสายการผลิตรถใหม่ แต่มีรถเก่าจำนวนมากที่พร้อมนำมาดัดแปลงเสนอขายให้กองทัพไทย
ทั้งนี้ รถยานเกราะที่ยูเครนนำมาพัฒนาเป็นรุ่นปรับปรุง ชื่อรุ่น BTR 3 E 1 ที่นำมาเสนอขายให้กองทัพบก เป็นรถยานเกราะที่ดัดแปลงมาจากยานเกราะรุ่น BTR 70 ของสหภาพโซเวียต ซึ่งยุติการขายไปแล้วหลายปี แต่มีประจำการอยู่ในยูเครนมาตั้งแต่ช่วงสงครามเย็นจำนวน 1,105 คัน
3) มีข้อสังเกตว่าล้อยางของยานเกราะรุ่น BTR 3E1 ไม่สามารถทนทานต่อตะปูเรือใบ กระสุนปืนเอ็ม 16 หรือกระสุนปืนขนาด 7.62 มม.ได้ เนื่องจากประเทศยูเครนไม่มีเทคโนโลยีสำหรับยางป้องกันกระสุนขนาดดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์การใช้งานในกองทัพบกได้
ทหารไทยไป ดูโกดังไม่ใช่สายการผลิต
ผู้ร้องเรียน ยังชี้ว่า การเดินทางไปดูงานของคณะกรรมการ ระหว่างวันที่ 19 24 มิ.ย. 2550 ทางประเทศยูเครนได้พาคณะไปดูโรงงานเก็บยุทโธปกรณ์ต่างๆ ทั้งรถถัง รถหุ้มเกราะซึ่งเป็นของเก่าสมัยที่ยูเครนอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต และสหภาพโซเวียต ใช้ยูเครนเป็นฐานการผลิตและคลังเก็บยุทโธปกรณ์ในยุคสงครามเย็น หรือเมื่อประมาณ 20 ปีมาแล้วก่อนที่สหภาพโซเวียตจะล่มสลาย และยูเครนแยกตัวออกมาตั้งเป็นประเทศ นั้น มีคำถามว่า การเดินทางไปดูรถหุ้มเกราะล้อยางและโรงงานสต็อกอะไหล่ของคณะกรรมการ ได้ตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ว่าเป็นชิ้นสำหรับอะไหล่รถหุ้มเกราะที่ผลิตใหม่หรือเป็นอะไหล่เก่าที่สำรองไว้ตามมาตรฐานของโรงงานผู้ผลิตรถหุ้มเกราะล้อยาง การไปดูงานของคณะกรรมการฯ อาจได้ข้อมูลไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่ได้ดูรายการผลิตรถใหม่
ทูตร่อนหนังสือประท้วงถึงสนธิ
ในการประมูลจัดซื้อรถยานเกราะล้อยางครั้งนี้ นายวลาดิเมียร์ กราฟอฟ ผู้ช่วยทูตพาณิชย์รัสเซียประจำประเทศไทย ผู้ได้รับมอบอำนาจอย่างเป็นทางการในการเสนอขายยานเกราะล้อยางในรูปแบบรัฐต่อรัฐ ได้ทำหนังสือไปถึง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2550 สอบถามถึงความชัดเจนโปร่งใสในการคัดเลือก จัดหายานเกราะล้อยางของกองทัพบกในครั้งนี้ เนื่องจากในบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประมูลทั้งสิ้น 10 แบบ 10 บริษัท จาก 10 ประเทศ ไม่ปรากฏการเข้าร่วมของรถจากประเทศยูเครนเลย
ทางด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้วและคาดว่าจะมีการเสนอผู้ว่าการ สตง. เพื่อพิจารณาตรวจสอบภายในสัปดาห์นี้
อนึ่ง การจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อป้องกันเหตุร้าย เช่น การติดตั้งระบบทีวีวงจรปิด ที่ผ่านมามีปัญหาใช้งานไม่ได้หรือใช้ได้ไม่เต็มที่ เช่น เหตุการณ์ระเบิดกลางหาดใหญ่ ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทีวีวงจรปิดได้เพราะคุณภาพไม่ดี ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของผู้ต้องสงสัยได้ชัดเจน
คนสนับสนุน BRT3E ยังมี
รถเกราะล้อยางนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องติดอาวุธขนาดหนักครับ เพราะภารกิจหลักของมันคือ ขนส่งทหารราบ ซึ่งรถเกราะทั้ง Stryker ของสหรัฐ LAV-III ของแคนนาดา หรือตระกูล BTR ของรัสเซียและยูเครน ก็จะติดตั้งปืนกลเป็นอาวุธหลักทั้งสิ้นครับ ซึ่งถ้าต้องการภารกิจที่แตกต่างออกไป จะมี variant ให้เลือกว่าจะติดตั้งป้อมปืนรถถัง จรวดต่อสู้รถถัง หรือจรวดแซมครับ
ตั้งแต่ 2 ปีโน้นทบ.เลือก LAV-25 ของแคนนาดาเอาไว้ โดยแลกกับข้าว แต่โครงการล้มไป มาคราวนี้จะเอา BTR-3 รุ่นเดียวกับที่พม่าสั่ง ซึ่งผมไม่เชื่อว่าระบบของมันจะเข้ากับกองทัพเราได้ดี อีกทั้งยังน่าจะมีปัญหาการซ่อมบำรุงอาวุธใหม่ ๆ จากค่ายโซเวียตเดิมที่เราไม่เคยมีอะไหล่ตามมาอีกด้วยครับ ส่วนตัวสนับสนุนให้เลือกของแคนนาดาหรือของสหรัฐมากกว่าครับ (LAV-III,Stryker) ไม่อยากให้ซื้อมา วิ่งได้แค่ 5 ปี แล้วก็จอดสนิท
แต่ทั้งนี้ขอยืนยันว่า รถเกราะของยูเครนสามารถกันกระสุนได้แน่นอน และยูเครนก็มีเทคโนโลยีที่ว่านี้แน่นอน อีกทั้งรถในตระกูลนี้ยังไม่ปิดสายการผลิตแต่อย่างใด ทั้งนี้ ถ้าตัดเรื่องมีนอกมีในออกไป ถ้าสำนักข่าวในบ้านเราศึกษาตลาดอาวุธมากกว่านี้สักนิด จะพบว่าการส่งหนังสือในลักษณะนี้คือแท๊กติกในการขายอาวุธของแต่ละฝ่าย ที่จะดิสเครดิตซึ่งกันและกันเท่านั้น และส่วนใหญ่ข้อมูลที่กล่าวมาในหนังสือก็จะเป็นข้อมูลประเภทศรีธนนท์ชัย หรือจริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่เอามารวมๆ กันให้ดูเหมือนจริงครับ ซึ่งไม่ว่าฝ่ายไหนก็ทำกันอย่างนี้ ฉะนั้น การนำเสนอข่าวของสำนักข่าวในบ้านเราควรตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดด้วยครับ
ถ้าจะตรวจสอบ ไปตรวจสอบประเด็นที่ว่า ทำไมรถเกราะยูเครนถึงแหกด่านมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ดีกว่าหรือครับ แทนที่จะเอาข้อมูลมั่ว ๆ ของบริษัทที่เขาดิสเครดิตกันมาเป็นประเด็นทางการเมือง แล้วสุดท้าย ถ้าโครงการล้ม ทหารภาคใต้ไม่ได้รถเกราะ ยังต้องนั่งรถกระบะ นอกจากโทษคนทุจริตแล้ว
"อนุพงษ์" ยันจัดซื้อ "ยานเกราะล้อยาง" จากยูเครน โปร่งใส-รอบคอบ แต่ยังไม่มีการประมูล แต่วงในกระซิบได้ข้อยุติแล้ว ติงเป็นของเก่า-ไม่คุ้มค่า เตือนปัญหา "เก่าเก็บ" แถมข่าวสะพัดค่าคอมฯ 20%
อนุพงค์ ตอบข้อข้องใจ
ข้อครหาว่าเป็นรถเก่า...เป็น "รถมือสอง" ซ้ำยังอาจมีปัญหาเรื่องการ "ส่งกำลังบำรุง" ในระยะยาว และการออกแบบที่ค่อนข้างล้าสมัย เพราะต้องขึ้น-ลงด้านข้างของตัวรถ ในขณะที่รถของคู่แข่งอย่างแคนาดาและรัสเซีย จะขึ้น-ลงด้านท้ายรถ ซึ่งน่าจะเหมาะสมมากกว่า !!
ส่วนที่มาของโครงการจัดซื้อ ซึ่งกำลังกลายเป็นหัวข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในกองทัพ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2537 เรื่อยมาจนสมัยที่ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เป็น ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) โดยครั้งนั้นกองทัพมีความเห็นชอบว่าจะจัดซื้อรถยานเกราะจากบริษัทในประเทศแคนาดา
แต่เนื่องจากสมัยนั้นกองทัพไม่มีงบประมาณในการจัดซื้อ เพราะเดิมตั้งวงเงินงบประมาณไว้ที่ 5,000 กว่าล้านบาท โดยจะสามารถจัดหาเข้าประจำการได้ 196 คัน แต่พอประสบ "วิกฤติค่าเงินบาท" ตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ส่งผลให้ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท
ต่อมารัฐบาลได้ตัดงบประมาณของกองทัพลง จึงสามารถจัดหาเข้าประจำการได้เพียง 96 คัน วงเงิน 8,000 ล้านบาท กระทั่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงลดจำนวนเหลือเพียง 48 คัน วงเงิน 4,000 ล้านบาท แต่ก็ยังจัดซื้อไม่สำเร็จเรื่อยมา กระทั่งจะมีการซื้อรถถังจากประเทศยูเครนในปัจจุบัน โดยก่อนหน้านั้น คณะกรรมการมาตรฐานยุทโธปกรณ์ (กมย.) ของกองทัพบก (ทบ.) ได้พิจารณาคัดเลือกแบบของรถยานเกราะล้อยาง 4 แบบ
1.บริษัท ฮอคอายส์ จำกัด ประเทศแคนาดา 2.บริษัท โรสโอโบรอน เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด ประเทศรัสเซีย 3.บริษัทของทางการประเทศฟินแลนด์ 4.บริษัท UKRSPETS Export จำกัด ประเทศยูเครน
เมื่อกองทัพแสดงท่าทีว่าจะจัดซื้อรถยานเกราะจากประเทศยูเครน จึงมีเสียงแสดงความไม่เห็นด้วยตามมา เพราะเมื่อพิจารณาจากคู่แข่งอีก 3 ราย ล้วนไม่เห็นว่ารถยานเกราะของยูเครนจะเหนือกว่าตรงไหน นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนถึงความ "ไม่โปร่งใส" ในการจัดซื้อครั้งนี้อีกด้วย !!
ทั้งนี้ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม และ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม เคยแสดงความเห็นตรงกันว่า รถจากยูเครนเป็นรถเก่า มือสอง และอาจมีปัญหาเรื่องการส่งกำลังบำรุง ที่สำคัญมีแบบที่ค่อนล้างล้าสมัย อีกทั้งการขึ้น-ลงยังต้องใช้ด้านข้างของตัวรถ ในขณะที่รถถังของแคนาดาและรัสเซีย จะเป็นการขึ้น-ลงด้านท้ายของรถ จึงน่าจะมีการปรับให้เหมาะสมกับภาวะปัจจุบัน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ชี้แจงว่า การจัดซื้อครั้งนี้เป็นโครงการงบประมาณผูกพัน 3 ปี ซึ่งเป็นงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว เมื่อถามว่า เหตุใดจึงจัดซื้อรถถังจากประเทศยูเครน ทั้งที่หลายฝ่ายมองว่า สมรรถนะและความคุ้มค่าของรถถังจากอีก 3 ประเทศ มีศักยภาพเหนือกว่า
"รถที่ดีกว่านี้ หรือแพงกว่านี้ก็มีอยู่แล้ว แต่คำว่าดีคืออย่างไร อาจจะมีเนี้ยบ หรือสวยกว่า แต่ถ้ารบกันจะเลือกรถที่ดีที่สุด และใช้ประโยชน์ดีที่สุด" ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ชี้ถึงเหตุผลที่เลือกรถรุ่นนี้
อนุพงษ์ย้ำ กองทัพไม่ซื้อเศษเหล็ก
ส่วนที่มีการกังขา ทำไมต้องเป็นของประเทศยูเครน เพราะโรงงานผลิตรถยานเกราะล้อยางได้เลิกทำไปแล้ว และระยะยาวอาจมีปัญหาเรื่องการส่งกำลังบำรุงนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า "ใครจะพูดอย่างไรให้ไปฟ้องร้องกันเอง แต่เราคงไม่ไปซื้อเศษรถมาใช้ในกองทัพบกก็แล้วกัน และปกติจะมีการค้ำประกันว่า ส่งได้ขั้นต่ำ 10 กว่าปี แต่บริษัทที่ผลิตมาส่วนใหญ่จะสามารถรองรับอะไหล่ถึง 20 กว่าปี ซึ่งประเทศไทยก็ใช้ยานพาหนะประมาณนั้น อย่างรถบรรทุกที่ใช้กันอยู่ประมาณ 20 กว่าปี รถยีเอ็มซีก็จัดซื้อประมาณปี 2521-2522 ก็ประมาณเกือบ 30 ปีแล้ว"