ในการรบแบบต่อเนื่อง และยาวนาน ฝ่ายที่สามารถ ชนะ ตรงนี้ได้ คือสามารถทำสงครามต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายต้อง ยุติ หรือลดกำลังลง ก็ถือว่าแพ้ ทางออกของไทย คือเอาชนะตรงจุดนี้ให้ได้ คือความสามารถในการเข้าทำสงครามอย่างต่อเนื่อง เป็นเดือนหรือปี ทีเดียว ถ้าทำได้ แน่นอนว่า ฝ่ายกองโจร จะเป็นฝ่ายอ่อนกำลังลง เอง แต่ดังที่จะรายงานต่อ การเอาชนะตรงนี้ยากกว่าที่คิด
ผู้ก่อการร้าย ปรับคัวได้สูงกว่าที่คิด
ก็เป็นที่หวือหวามากในแวดวงการต่อต้านการก่อการร้ายไทย เมื่อมีอาจารย์คนหนึ่ง ออกมาบอกว่า ต่อให้จับพวกหัวกระทิผู้นำของฝ่ายก่อการร้ายได้เท่าไหร่ ก็จะไม่มีผล เพราะฝ่ายก่อการร้ายไทย ต่ออายุให้ตัวเองได้เก่ง ก็เป็นเกมการเมืองไป แต่เพราะไทย ดูออกจะวางเงินไว้ที่สองทาง หนึ่ง การตัดหัวขบวนให้ได้ ด้วยความหวังว่าท้ายขบวนจะตายไปเอง ความจริงผมถามเพื่อในข่าวกรองทหารดู ก็ได้รับคำตอบว่า ทำด้านนี้ไม่ผิด เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่องค์กรอะไรก็ตามจะเสียผู้นำไปได้ตลอดได้ โดยไม่พังลงในที่สุด แต่อาจารย์ก็ไม่ผิด เพราะถ้าองค์กรอะไรก็แล้วแต่ รู้ตัวว่าหัวจะไปไม่รอด องค์กรนั้น ส่วนมากก็จะเตรียมพร้อมไว้ แล้วเอาเข้าจริงๆ ก็จับหัวกระทิมาได้ไม่กี่คนเอง ทางที่สองที่ไทยดูจะวางเงินไว้ด้วย คือมาตรการตัดความสามารถระดับใช้กำลังลง คือไทย เล่นจาก บนสุดลงล่าง และก็เล่นจาก ล่างสุดขึ้นบน
สงครามใหญ่กว่าที่คิด
แต่ในขณะฝ่ายไทยก็ทำควบคู่กันไป บนลงล่าง ล่างขึ้นบน ตัวเลขล่าสุดที่ออกมาจากแวดวงข้าราชการไทย คือ โจรใต้มี คนราว 20,000 คน พร้อมเข้าร่วมรบ ถ้าได้รับการฝึกสักระยะหนึ่ง และสอง หมู่บ้านทั่วใต้ราว 1 ใน 3 หรือ ราว 600 แห่ง ถือว่าเป็นหมู่บ้าน ปลดปล่อย คือมีกลไกรัฐ รัฐที่เป็นของโจรใต้ ทับซ้อน โครงสร้างของรัฐไทยอยู่อีกที
เบอร์ซาตู อ้วนตรงกลาง จริงหรือไม่
ปัญหาของไทยคือ ถ้าเราไปดูองค์กรเบอร์ซาตู จะเห็นว่ามันเป็นแนวร่วมอีกที ระหว่างอีกหลายองค์กร เรียกว่า ในเบอร์ซาตู อาจจะเป็นองค์กรที่อ้วนตรงกลาง หรืออีกนัย ก็เหมือนระบบราชการไทย ที่ตรงกลางใหญ่มาก ส่วนหัวและตัวขา ก็จะรีบอยู่แล้ว ในความอ้วนตรงกลาง ฝ่ายก่อการร้ายไทย ก็สามารถบีบหัวกระทิออกมาแทนที่พวกที่ถูกจับ รู้สึกว่าอาจารย์คนนั้นจะบอกว่า ฝ่ายก่อการร้ายไทย ฟื้นตัวเร็ว บีบหัวใหม่ๆออกมาได้ตลอดเวลา จนทำให้ไทยผิดหวังไปเหมือนกัน ส่วนในระดับล่าง มาตรการตอนนี้ ที่ใช้มาสักเดือนสองเดือน คือเราออกรบตลอดเวลา เข้าจับกุมทีเป็นสิบๆ แต่เบอร์ซาตู ก็เหมือนสามารถ ผลิตนักรบใหม่ออกมาได้ตลอดเวลา แต่ในระยะยาว การที่ เบอร์ซาตู ต้องรีบพัฒนาคนระดับล่างออมา เป็นทหารกองโจร และอาจจะต้องคอยส่งคนเข้าสู้ส่วนหัว เพราะถูกจับกุมกันมาก หรือเฝ้าติดตาม หรือถูกนำไปใช้ในกลไกรัฐของกองโจร ใน 600 กว่าหมู่บ้านนั้น สิ่งนี้ ก็อาจจะ ป้อน ให้ เบอร์ซาตู กลับมาอ้วนตรงกลางเหมือนเดิม ถ้าไม่ ผอม ตายไปเสียก่อน
ฝ่ายไทยยอมรับหนักใจ ยิ่งกดดัน ยิ่งสร้างแนวร่วมให้โจร
พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ และอดีต รอง ผบก.ตชด.ภ.4 เปิดเผยว่า การเปิดยุทธการภายใต้แผนพิทักษ์แดนใต้ ขณะนี้เริ่มเกิดปรากฎการณ์ต่างๆ ตามมาเป็นระยะโดยเฉพาะในส่วนของชาวบ้าน แม้มุมของฝ่ายรัฐขณะนี้มั่นใจว่า ปฏิบัติการเชิงรุกทางทหารนั้นถือว่าเดินมาถูกทาง เพราะนับแต่การเปิดแผนพิทักษ์แดนใต้ด้วยการเข้าตรวจค้นกดดัน กวาดล้างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เป้าหมายผลสำเร็จของปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าระดับความรุนแรงเริ่มลดลง จำนวนคดีเกี่ยวเนื่องกับความไม่สงบลดน้อยลงเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังสามารถทำบัญชีบุคคลต่างๆได้เป็นระบบมากขึ้นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว
ขณะที่มุมมองภาคประชาชนในพื้นที่กลับสวนทางเพราะรู้สึกว่ารัฐยังไม่มีมาตรการรองรับผลที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวจากแผนพิทักษ์แดนใต้ เนื่องจากการปฏิบัติงานรูปแบบดังกล่าว เลี่ยงไม่ได้ที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานต้องใช้วิธีการเชิญตัวบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดไปควบคุมตัวเพื่อซักถามก่อนจะปล่อยตัวหากไม่พบพฤติกรรมหรือหลักฐานที่เชื่อมโยงการกระทำผิดใด ๆ
"วันนี้ชาวบ้านเกิดความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการลักษณะเหวี่ยงแหกับชาวบ้านด้วยการเชิญตัวคนในพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดไปยังศูนย์ซักถาม ก่อนจะปล่อยตัวภายหลังหากไม่พบความผิด แต่รัฐกลับไม่ได้คำนึงว่าชาวบ้านกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องจะถูกสังคมมองอย่างไรนั่นคือปัญหาใหม่ที่กำลังรอเวลาปะทุหากไม่เร่งแก้ไข"พล.ต.ต.จำรูญ กล่าว
แต่ฝ่ายไทย ปฏิบัตรการ กดดัน ต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่นราธิวาสสนธิกำลัง 3 ฝ่ายกว่า 500 นายปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ "ยี่งอ" ยึดอาวุธสงครามเพียบ พร้อมปืนเอ็ม 16 ที่ถูกปล้นเมื่อปี 47 ได้อีก 2 กระบอก และรวบแกนนำกลุ่มอาร์เคเค ได้พร้อมสมุนกว่า 40 พบแต่ละรายมีประวัติก่อเหตุโชกโชน "ผบ.ฉก.3" สั่งเตรียมเปิดแผนยุทธการปิดล้อมตรวจค้นอีก 52 หมู่บ้านจัดตั้งในพื้นที่นราธิวาส หลังพบยังคงมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อเนื่อง ขณะที่ตำรวจยะลานำกำลังเข้าตรวจค้น 22 จุดฝั่งตลาดเก่า รวบ 3 วัยรุ่นไปสอบสวน "เพชรดาว"ชี้ ชาวบ้านยังผวา ไฟใต้ทุเลาแค่สถิติ
วานนี้ (29 ก.ค.) ที่ห้องประชุม กอ.รมน.จ.นราธิวาส นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.อ.พีรพล วิริยากุล ผบ.ฉก.3 นราธิวาส นายประดิษฐ์ สุคธสวัสดิ์ ปลัดจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ ฉก.32 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 44 ได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการปฏิบัติการตามแผนยุทธการพิทักษ์ยี่งอ ซึ่งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกว่า 500 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่บ้านกูยิ บ้านสุไหงบาตู และบ้านงาเน็ง ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ ตั้งแต่เวลา 06.00 น.จนถึงช่วงบ่ายวันเดียวกัน
รวบ46แนวร่วมกลุ่มอาร์เคเค
ผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุความไม่สงบได้ทั้งหมด 46 รายโดยแบ่งเป็นระดับหัวหน้าแกนนำกลุ่มอาร์เคเค 1 ราย คือ นายอับดุลรอแม พีรีซี อายุ 44 ปี ระดับฝ่ายปฏิบัติการ 5 ราย คือ 1.นายมะกะตา พีรีซี 2.นายอับดุลดอเลาะ พีรีซี 3.นายลุกมาน พีรีซี 4.นายสะการียา พีรีซี และ 5.นายแวหะมะ ดารานิง ส่วนอีก 40 รายเป็นระดับแนวร่วมก่อเหตุ ซึ่งทั้งหมดจะถูกส่งตัวไปยังศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อขยายผลต่อไป
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม ปืนพกสั้น กระสุนปืน และอุปกรณ์ผลิตระเบิดได้อีกจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีอาวุธ ปลย.เอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก หมายเลข 9550165, 9549911 พร้อมซองกระสุน 2 ซอง และกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าปืนทั้ง 2 กระบอกเป็นปืนที่ปล้นมาจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 4 ม.ค.47
กดดันจนได้ หัว RKK
นายการัณย์กล่าวว่า การเปิดยุทธการของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ผลสืบเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแสของประชาชนในพื้นที่ จนสามารถนำไปสู่การจับกุมหัวหน้าแกนนำและสมาชิกอาร์เคเค ได้ทั้งหมด 46 คน จากการตรวจสอบพบแต่ละคนล้วนมีประวัติโชกโชนในการก่อเหตุร้าย แถมยังมีหมายจับในคดีอาญา และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะนายอับดุลรอแม พีรีซี อายุ 44 ปี ที่เป็นระดับหัวหน้าแกนนำกลุ่มอาร์เคเค พร้อมพวกที่เป็นระดับผู้สั่งการและควบคุมการปฏิบัติการ ซึ่งล้วนแต่เป็นบุตรและเพื่อนของบุตรชายรวม 5 คนดังกล่าว
"ส่วนที่เหลืออีก 40 คน ล้วนแล้วแต่เป็นสมาชิกแนวร่วมที่แฝงตัวอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 คน ที่เกี่ยวโยงในคดีหลบหนีออกจากโรงเรียนอิสลามบูรพา จังหวัดนราธิวาส และทั้งหมดจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่ามีสารปนเปื้อนวัตถุระเบิดติดตามเสื้อผ้าและร่างกายหลายแห่ง"
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ยังกล่าวอีกว่า จากการเปิดแผนยุทธการกลุ่มผู้ไม่หวังดีในช่วงที่ผ่านมา จำนวน 6 อำเภอใน 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 209 คน พร้อมของกลางทั้งสิ้น 250 รายการ และทั้งหมดได้สำนึกในความผิดและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ไม่หวังดีได้อย่างต่อเนื่องแบบลูกโซ่ และทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ส่งตัวไปเปลี่ยนทัศนคติตามศูนย์ซักถามต่างๆ เพื่อทำการฝึกอาชีพ เมื่อพบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สุด เพื่อจะได้มีอาชีพติดตัวไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป
สั่งปิดล้อม52หมู่บ้านจัดตั้ง
ด้าน พ.อ.พีรพล วิริยากุล ผบ.ฉก.3 นราธิวาส กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ 13 อำเภอของ จ.นราธิวาสนั้น ยอมรับว่า ขณะนี้ยังคงมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีอย่างต่อเนื่องที่ยังคงพยายามหาโอกาสก่อเหตุและสร้างสถานการณ์ความรุนแรง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจที่ 3 นราธิวาส รวมทั้งกองกำลังทหารพรานตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ได้เตรียมเปิดแผนยุทธการโดยขยายไปสู่การปิดล้อมตรวจค้นอีก 52 หมู่บ้านจัดตั้ง ซึ่งแต่ละจุดได้มีการกระจายไปทั้ง 13 อำเภอที่สำคัญคือพื้นที่ซึ่งมีอาณาเขตติดกับเทือกเขาบูโด เพื่อต้องการจำกัดเสรีของฝ่ายตรงข้ามเพื่อนโยบายการสร้างสันติสุขสู่ชายแดน
Analyst ราชการลับ แนะนำทหาร เบอร์ซาตู ฟื้นตัวยาก
พวกเราในฝ่าย Analysis อาจจะแนะนำว่า องค์กรที่อ้วนตรงกลางนั้น มันกำจัดลำบากถ้าเด็ดแต่หัว แต่ที่ดีคือองค์กรแบบนี้มีจุดอ่อนอยู่เหมือนกัน แรกที่สุดคือแบบนี้ แทรกซึมได้ง่าย เพราะไม่ได้ใช้ระบบ เซล ที่มีตัวตัดต่อ มากหลายระดับ ตามมาคือแบบนี้ องค์กรจะมือไม่ถึงระดับยอดเยี่ยม สาเหตุเพราะมีคนเข้าใหม่ตลอดเวลาจนไม่สามารถ ฝึกได้ทัน ตามาอีกคือองค์กรจะมีปัญหาด้านเอกภาพ คือมีหัวหน้าหลายคน ตามมาอีกคือองค์กรจะมีค่าใช้จ่ายสูง เพราะระดับกลางมีมาก สรุปคือ ตันทุนสูงทุกด้าน จึงมีปัญหาด้าน กำลังบำรุง หรือ การ ฟื้นตัว
ก็มีอีกหลายอย่างที่มันเป็นจุดอ่อนอยู่ ถ้าองค์กรมันอ้วนตรงกลางจริงๆ ก็ควรเปลี่ยนกลยุทธ หันมาปราบปราม เช่น จุดฝึกหัดแต่คนที่อยู่ในวงการอะไรมานาน ยิ่งแบบความมั่นคง จะเห็นได้ชัดที่สุด คืออะไรอะไร มันไม่เคยชัดเจนเสียที จริงๆแล้ว ใครจะไปรู้ได้ว่าการจับผู้นำได้สี่ห้าคน การออกหมายจับอีกไม่รู้กี่คน การรอหมายจับอีกไม่รู้กี่คน การสะกดรอยตามติดสนิทอีกไม่รู้จะกี่คน จะไปทำลายพลังในการ ฟื้นฟู มากน้อยได้แค่ไหน เท่าที่เราเห็น สถิติฆ่ารายวัน มันก็เหมือนเดิมๆ ยุทธวิธีมันก็เหมือนๆเดิม ไม่มีอะไรบ่งบอกออกมาเลย ว่าได้หัวใหม่มาเพิ่ม หรือหัวที่เสียไป หรือท้ายขบวนที่ถูกจับไปมากมาย จะมีผลอะไร
แต่ในอีกแง่ อาจจะถูกก็ได้ องค์กรเขาอาจจะอ่อนแอลงมาก แต่ก็รักษาหน้าตัวเองอยู่อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
สติถิสนับสนุนว่า โจร อ่อนกำลังลง
พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา จิตแพทย์ประจำศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 และเลขานุการคณะอนุกรรมการโครงการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (กยต.) เผยว่า จากข้อมูลที่หลายฝ่ายระบุว่าเหตุการณ์ไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มทุเลาลง โดยส่วนตัวมองว่าตัวชี้วัดดังกล่าวเป็นข้อมูลเชิงตัวเลข หรือการเก็บรวบรวมข้อมูลในเชิงสถิติการเกิดเหตุร้ายมากกว่า เพราะจากการสังเกตล่าสุดพบว่าการเกิดเหตุร้ายในพื้นที่เริ่มลดลงจริง แต่จากการสำรวจเชิงสุขภาพจิตแล้วเหตุการณ์ไม่สงบไม่ได้ลดต่ำลง เพราะประชาชนยังหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต เพราะคนกลุ่มนี้ยังไม่มั่นใจว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ หรือจะเกิดขึ้นอีกในช่วงเวลาใด
นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่จับแกนนำและกลุ่มแนวร่วมจังหวัดชายแดนใต้ได้จำนวนมาก ว่าเป็นแนวโน้มที่ดี แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ตามแนวรอยต่อที่ยังมีค่ายฝึก ซ่องสุมและเก็บอาวุธอีก ที่ต้องเข้าไปให้ถึงมากขึ้น ดึงแนวร่วมและคนในพื้นที่มาร่วมมือกับทางภาครัฐ คาดว่าอีก 2-3 ปี สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้น ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องเตรียมรับมือ คือ การโต้กลับของฝ่ายก่อความไม่สงบ เมื่อถูกกดดันในพื้นที่มาก ก็จะเตรียมตัววางแผนออกไปโจมตีในเมืองใหญ่ๆ มากขึ้น เช่น อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา จ.ยะลา หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ
นายปณิธาน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตและปล่อยข่าวลือกันว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่กระทบกระเทือนต่อสิทธิส่วนบุคคล และสิทธิผู้ต้องหาหลายคน ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการสอบสวนสืบสวนกันให้ดี โดยรวมแล้วเชื่อว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่คืบหน้าไปมาก จากการขยายผลการจับกุมเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ได้เบาะแสเกี่ยวกับกลุ่มก่อความไม่สงบดีขึ้น
"ขณะนี้แนวร่วมค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะแกนนำ 200-300 คน ที่ถูกระบุจากการขยายผล ถูกเจ้าหน้าที่วางกำลังและสังเกตการณ์ กดดันอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะขยับตัวในพื้นที่ชนบทหรือห่างไกลไม่ได้มาก แต่พื้นที่ในเมืองมีปัญหาอยู่พอสมควรในหลายพื้นที่ เพราะมีผู้คนหลากหลาย จึงต้องระวังมากขึ้น" อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว
ชาวบ้านสนับสนุนรัฐ ปัจจัยใหม่
สาเหตุที่กองกำลังสามารถเข้าปิดล้อมตรวจค้นได้ตรงจุดเป้าหมายนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความร่วมมืออย่างจริงใจของกลุ่มชาวบ้านที่มีความเข้าอกเข้าใจการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเบาะแสการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามที่พยายามแทรกซึมเข้ามากบดานและซุกซ่อนอาวุธยุทโธปกรณ์ในหมู่บ้านของพวกเขา
"ขณะที่กองกำลังเปิดแผนเชิงรุกในการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในส่วนของมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยชาวบ้านก็ต้องกระทำควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านหลังจากที่หันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"
รัฐได้จังหวะ เกทับ ภาค9เสริมทีมสอบสวน50นาย
ด้าน พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ ผู้บัญชาการภาค 9 เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคดีเกี่ยวกับความมั่นคงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากจำเป็นจะต้องมีพนักงานสอบสวนที่มีความชำนาญพิเศษด้านการสอบสวนเพื่อร่วมทำสำนวนคดีให้มีความรัดกุมถูกต้องแม่นยำเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมโปร่งใสและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ดังนั้น ทางสำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 ได้ทำการพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจระดับสัญญาบัตร 3 ซึ่งถือว่ามีความชำนาญด้านการสอบสวนเป็นกรณีพิเศษจากโรงพักต่างๆ ในพื้นที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะโรงพักที่มีปัญหาเรื่องคดีความมั่นคงสูงเพื่อช่วยเหลือดูแลพนักงานสอบสวนระดับสัญญาบัตร 1 ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยได้มีการเซ็นคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับสัญญาบัตร 3 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 ไปแล้วกว่า 50 คนซึ่งหลังจากรับทราบคำสั่งพนักงานสอบสวนทุกคนจะต้องลงปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด
รัฐ จับตาปฏิกิริยามวลชน ใกล้ชิด
พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวต่อว่า ในพื้นที่มวลชนถูกแบ่งออกเป็น 3กลุ่มตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 1.กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ 2.กลุ่มชาวบ้านที่วางตัวเป็นกลางหรือวางเฉยไม่เข้ากับฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผุ้ก่อความไม่สงบ และ 3.กลุ่มที่ให้ความร่วมมือกับทางการและเจ้าหน้าที่รัฐ แต่วันนี้กำลังเกิดปรากฎการณ์คือชาวบ้านกลุ่มที่สอง หรือกลุ่มวางเฉยกำลังถูกรัฐผลักให้เขาเข้าเป็นเครือข่ายผู้ก่อความไม่สงบ โดยไม่ตั้งใจและถือเป็นการเพิ่มมวลชนให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งๆที่เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย
"เจ้าหน้าที่ควบคุมชาวบ้านพื้นที่เป้าหมายได้ครั้งหนึ่ง20-30คน แต่เมื่อนำไปตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเพียงแค่ 2-3 คน เท่านั้น ส่วนที่เหลือถูกปล่อยกลับ ซึ่งคนในจำนวนนี้แหละที่เกิดอาการไม่พอใจและละทิ้งความเป็นกลางแนวโน้มหันเหไปทางฝั่งตรงข้ามรัฐมีมากขึ้นเรื่อยๆ"พล.ต.ต.จำรูญ กล่าว
จับได้มากๆ โจรอาจเปลี่ยนกลยุธ จับตัวประกัน
พล.ต.ต.จำรูญ กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงและต้องจับตาอย่างมากคือ สถานการณ์โลกโดยเฉพาะที่อัฟกานิสถาน หลังจากกลุ่มตาลีบัน จับชาวเกาหลีใต้ เป็นตัวประกันเพื่อต่อรองให้ปล่อยสมาชิกกลุ่มตาลีบันที่ถูกควบคุมตัว เมื่อไม่บรรลุบรรลุผลจึงมีการฆ่าตัวประกันในขณะนี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจมีผลต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านใดด้านหนึ่ง รวมไปถึงอาจนำไปสู่การเลี่ยนแบบหรือพฤติกรรมเอาอย่างได้ "ปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้ปัญหาการก่อการร้ายได้วึมซับเข้ามาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีการและหลายช่องทาง แะนั้นโอกาสที่จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบกลุ่มตาลีบันจึงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ในพื้นที่นี้ เช่นอาจมีการจับครูโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่งเป็นตัวประกันเพื่อเเลกเปลี่ยนกับคนที่เขาต้องการฉะนั้นรัฐควรระมัดระวังให้ดี"พล.ต.ต.จำรูญ กล่าว
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ยังกล่าวอีกว่า จากการเปิดแผนยุทธการกลุ่มผู้ไม่หวังดีในช่วงที่ผ่านมา จำนวน 6 อำเภอใน 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 209 คน พร้อมของกลางทั้งสิ้น 250 รายการ และทั้งหมดได้สำนึกในความผิดและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จนขยายผลไปสู่การจับกุมผู้ไม่หวังดีได้อย่างต่อเนื่องแบบลูกโซ่ และทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ส่งตัวไปเปลี่ยนทัศนคติตามศูนย์ซักถามต่างๆ เพื่อทำการฝึกอาชีพ เมื่อพบว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สุด เพื่อจะได้มีอาชีพติดตัวไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป
ศอ บต แกนสำคัญ ดับชนวนมวลชน
นายพระนาย สุวรรณรัตน์ ผอ.ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเปิดมาตรการเชิงรุก ส่งผลให้สถานการณ์ความรุนแรงลดระดับลง ถือเป็นผลดีที่ทำให้ฝ่ายปกคอง และผู้เกี่ยวข้องในการทำงานมวลชน ซึ่งการกำหนดแนวทางการดำเนินงานในบริบททางด้านการเมืองและสังคมจิตวิทยาเพื่อรักษามวลชน พบว่าจากนี้ไป ศอ.บต.จะต้องเร่งดำเนินการใน 3เรื่องหลัง คือ ด้านการเมือง หรือการต่อสู้ทางความคิด ความเชื่อ ด้านการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอำนาจรัฐ และด้านการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
สงครามจิตวิทยาเต็มรูปแบบ
ผอ.ศอ.บต.กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาความคิดความเชื่อ โดยได้วางแนวทางเริ่มตั้งแต่ ค้นหาหลักกการที่ถูกต้อง จากผู้รู้ในพื้นที่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันการศึกษา สภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านวิธีการพบปะพูดคุย เวทีสัมนา รวมทั้งประมวลจากผู้รู้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกได้มาแสดงทัศนะไว้ จัดทำเป็นเอกสารองค์ความรู้ เช่น เอกสารอิสลามกับความจริงที่ต้องรู้ จากนั้นดำเนินกระบวนการเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ เช่นเครือข่ายร้านน้ำชา การอ่านคุตบะห์ในวันละหมาดใหญ่วันศุกร์ ทั้งนี้ตนเองยังใช้วิธีการพบปะกับอิหม่ามด้วยตัวเอง ซึ่งดำเนินการไปแล้ว 14 อำเภอ ไม่น้อยกว่า 1,200คน
นอกจากนี้จะเพิ่มการอำนวยความเป็นธรรม ด้วยการจัดตั้งและพัฒนาประสิทธิภาพการรับเร่องราวร้องทุกข์ของศูนย์ดำรงธรรม จชต.ของ ศอ.บต.ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในระบบและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น จะเห็นได้จากสถิติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ที่เพิ่มมากขึ้น จากปี 2548 มีจำนวน 220 ราย ปี 2549 มีจำนวน 169 ราย และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2550 มีจำนวนถึง 333 ราย ซึ่งยังไม่นับรวมเรื่องที่ประชาชนมาขอคำแนะนำ หรือขอคำปรึกษา หรือมาร้องทุกข์ แต่ได้รับการชี้แจงจนเป็นที่น่าพอใจ มีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 10 ราย
ตามติดด้วยมาตรการความปรอดภัย
นายพระนาย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันได้เพิ่มกรอบอัตรากำลังพลสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน ซึ่ง ครม.มีมติเพิ่มจำนวนกำลัง อส.จำนวน 2,016 อัตรา ใน 2 ภารกิจคือ รปภ.ชุมชน หมู่บ้าน โดบแบ่งเป็นหมู่บ้านละ 6 นาย จำนวน 300 หมู่บ้าน ทั้งหมด 1,800 คน และภารกิจ รปภ.ประจำขบวนรถไฟ 2 กองร้อย 216 คน นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกอบรมทบทวนชุด ชรบ.ทั้ง 37 อำเภออีกด้วย
แก้ปัญหา เข้าไม่ถึง ไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็เท่าที่ทำได้
ส่วนปัญหาของเจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึงพื้นที่และประชาชน ศอ.บต.ได้ใช้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับตำบลจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเครื่องมือสำคัญในการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นถึงอำนาจรัฐ โดยในปี 2550 นำร่อง 44 อำเภอๆ ละ 2 ตำบลรวม 88 ตำบล 636 หมู่บ้าน และในปี 2551เพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 88 ตำบลและดำเนินการต่อเนื่องจนครบทุกตำบล หมู่บ้าน ทั้งนี้ต้องการให้ประชาชน ได้รับทราบว่าถ้าให้ความร่วมมือกับทางการด้วยดีแล้ว จะได้รับการดูแลอย่างดีจากทางราชการในการปรับสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตเป็นการตอบแทน
ยังไม่ลืมเศรษฐกิจใต้
ส่วนการแก้ไขปัญหาผลกระทบให้กับประชาชน จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จะเข้าไปดำเนินการในเรื่องเศรษฐกิจ โดยการกำหนดแผนระยะสั้นเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ส่วนระยะกลางจะสร้างความเข้มแข็งแก่ภาคการผลิตเดิมที่มีศักยภาพ และระยะยาวขยายฐานการผลิต โดยเร่งรัดให้มีการดำเนินการพัฒนาเขตโครงการนิคมอุตสาหกรรมและบริการในพื้นที่ปัตตานี
ระเบิดหัวเมือง
เมื่อใครก็ตามถูกกดดันถึงที่สุด ย่อมทำอะไรได้ทั้งสิ้น อาวุธต่อรองใหญ่ ในมือโจร คือ การทำลายความมั่นคงและความสงบ ในหัวเมืองและกรุงเทพ จะอะไรก็แล้วแต่ เกมบ่อนทำลายข้าศึก และเกมต่ออายุตัวเอง ให้พร้อมรบ จะเข้มข้นขึ้นมาก เพราะผู้นำไทยลงไปภาคใต้กันบ่อยมาก เรียกว่าหัวกระทิของฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย กำลังจะพุ่งเป้าเต็มที่ไปที่การ ทำลายฝ่ายก่อการร้าย ติดตามกันให้ดีนะครับ ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฝ่ายก่อการร้ายจะปรับตัวอย่างไร ฝ่ายรัฐบาลที่อ่อนล้ามามากแล้ว จากการทำกิจกรรม หนักๆ มาเป็นเดือน จะฟื้นตัวขึ้นมา ให้ทำได้ต่อเนื่องและตลอดรอดฝั่ง ได้ขนาดไหน
ท้ายที่สุดมันก็จะลงเอยเอาที่ เราเริ่มขาดช่วง หรือเขาที่เริ่มขาดช่วง
เปิดเครือข่าย บีอาร์เอ็น อำนาจรัฐซ้อนในสงครามประชาชน
สถาบันข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
นับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา เหตุการณ์ภาคใต้ที่ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นและขยายเป็นวงกว้างลงสู่ระดับมวลชนที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ไม่ว่ากรณีการชุมนุมเพื่อขับไล่เจ้าหน้าที่รัฐ หรือการแห่ศพของคนในขบวนการที่ออกมาปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐจนเสียชีวิต สิ่งเหล่านี้เกิดเป็นคำถามว่าปัจจุบันเครือข่ายการ จัดตั้ง ของขบวนการ ฝังรากลึกลงสู่มวลชนอย่างไร จึงสามารถสะท้อนออกมาในรูปของการต่อต้านอำนาจรัฐอย่างแข็งแกร่ง จนเจ้าหน้าที่รัฐจับไม่ได้ไล่ไม่ทันขบวนการผู้ก่อความไม่สงบที่ออกมาปฏิบัติการ เย้ย อำนาจรัฐอยู่แทบทุกวัน
คำว่า เขตงาน ของผู้ก่อการ ซึ่งถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังเหตุการณ์ในพื้นที่อำเภอบันนังสตาทวีความเข้มข้นขึ้น สัญลักษณ์ของเขตงานในพื้นที่ดังกล่าวสัมผัสได้อย่างชัดเจน นอกจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว การลุกฮือของมวลชนเพื่อกดดันอำนาจรัฐก็น่าจะเป็นสิ่งยืนยันได้ชัดเจนที่สุด กระทั่งคนไทยพุทธในพื้นที่อดรนทนไม่ไหวต้องหอบเสื้อผ้าออกจากบ้านมาอาศัยวัดเป็นที่พักพิงในเขตเมือง หากต้องการทราบว่าระดับความกดดันของพื้นที่มีขนาดไหน คนไทยพุทธเหล่านี้น่าจะตอบคำถามได้ดีที่สุด
ไม่มีใครทราบตัวเลขที่แท้จริงว่า ปัจจุบัน เขตงาน ดังกล่าวมีมากน้อยแค่ไหน จากประมาณ 1,900 กว่าหมู่บ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าอย่างน้อยที่สุด เขตงาน หรือ เขตจัดตั้งพิเศษ ที่กลุ่มขบวนการเข้าไปแทรกซึมสร้างเครือข่ายไว้มีไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมด
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่จำนวนน้อยๆ และเป็นงานหนักอึ้งไม่ใช่เล่นของฝ่ายความมั่นคง ลำพังหมู่บ้านที่ปรากฏเป็นข่าวโด่งดังเรื่องการเคลื่อนไหวของมวลชนในปัจจุบันก็มีมากมายหลายหมู่บ้าน และหมู่บ้านที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว แต่สามารถดำเนินงานของตนเองอย่างลับๆ ให้ใช้เป็นที่พักพิงของกลุ่มขบวนการหลังออกมาก่อเหตุก็มีอีกเป็นจำนวนมาก
ข้อสงสัยเรื่องเครือข่ายการจัดตั้งดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายหนึ่ง ซึ่งทำงานเกาะติดอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดเพื่อเรียนรู้เครือข่ายของขบวนการโดยเฉพาะว่า มีการพัฒนาไปมากและมีความเป็นปัจจุบันค่อนข้างสูง โดยกลุ่มคนเหล่านี้ก็เรียนรู้รูปแบบการทำงานที่นำข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียน อาทิ การใช้มวลชนเป็นฐานและใช้ความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง เพื่อกันการสืบสวนสอบสวนสาวไปถึงแกนกลางของขบวนการ
สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในระดับปฏิบัติการในพื้นที่ ฟันธงไปแล้วว่าขบวนการที่ก่อเหตุอยู่ในปัจจุบันนี้คือ ขบวนการ BRN-Coordinate เป็นองค์กรหลัก มีเจตนารมณ์เพื่อการปฏิวัติจัดตั้ง รัฐปัตตานีดารุสลาม โดยยึดโยงอยู่กับอุดมการณ์ 3 หลัก ได้แก่ มลายู ปัตตานี อิสลาม ซึ่งนำมาเป็นพื้นฐานในการจัดตั้งมวลชนผ่านการเชื่อมโยงความเป็นมลายูเข้ากับความเป็นมุสลิมเพื่อสร้างอัตลักษณ์ มลายูมุสลิม และเชื่อมต่อกับประวัติศาสตร์ปัตตานีในฐานะที่เคยเป็นรัฐอิสลาม เพื่อสร้างความชอบธรรมในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยรัฐปัตตานีที่หลอมรวมกับการต่อสู้เพื่ออิสลาม ที่สำคัญยังเป็นเป็นการขับเน้นให้เห็นศัตรูที่ชัดเจนคือ รัฐไทย นั่นเอง
ยุทธศาสตร์หลักคือ จะต้องเอาชนะรัฐไทยด้วยพลังการปฏิวัติ 4 ด้าน อันประกอบด้วย พลังมวลชน พลังอำนาจทางการเมือง พลังอำนาจทางเศรษฐกิจ และพลังอำนาจทางทหาร โดยเน้นพลังชี้วัดอยู่ที่พลังมวลชนเป็นหลัก ส่วนอำนาจทางการทหารเป็นเพียงอำนาจเสริมเท่านั้น
ส่วนด้านยุทธวิธี BRN-Coordinate จะมุ่งปฏิบัติการทางทหารด้วยยุทธวิธีก่อการร้าย ตั้งแต่ระดับการซุ่มโจมตีถึงการก่อวินาศกรรม โดยมีเป้าหมายเป็นสัญลักษณ์ของกลไกอำนาจของรัฐไทย รวมทั้งกลุ่มมุสลิมผู้ไม่เห็นด้วยตามแนวทางเขาขบวนการ สร้างความหวาดกลัวและเน้นหนักการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดตั้งมวลชน อันเป็นพลังชี้วัดสำคัญในสงครามครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรายหนึ่ง ยังได้เปิดเผยข้อมูลโครงสร้างการจัดตั้งองค์กรมวลชน ที่ระบุว่าเป็นของขบวนการ BRN-Coordinate ที่จัดตั้งขึ้นในลักษณะของลักษณะการทับซ้อนการจัดตั้งการปกครองของรัฐไทย
การจัดตั้งในลักษณะที่คล้ายคลึงกับที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งพื้นที่การปกครองของประเทศไทย ฝ่ายขบวนการจึงใช้ลักษณะโครงสร้างดังกล่าว มาใช้จัดตั้งเครือข่ายของตนเอง แต่มีชื่อเรียกเป็นภาษามลายู เขากล่าว
รูปแบบการจัดการปกครองแบบรัฐซ้อนมีตั้งแต่ในระดับกัสหรือมณฑล วีลายะห์หรือจังหวัด แดอาเราะห์หรืออำเภอ ลีการันหรือตำบล และอาเยาะห์หรือหมู่บ้าน โดยซ้อนอยู่ในเขตการปกครองตามอำนาจรัฐไทย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงคนดังกล่าว แจกแจงว่า การจัดตั้งในระดับหมู่บ้านหรือระดับชุมชน ที่เรียกว่า อาเยาะห์ จะมีการจัดหา ผู้นำอาเยาะห์ ขึ้นมาคนหนึ่งและจัดตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอันประกอบด้วย 1.ฝ่ายเปอมูดอ (เปอนือรางัน) ทำหน้าที่ควบคุมพลังของกลุ่มเด็กและเยาวชนในหมู่บ้าน/ชุมชน บางหมู่บ้านมีการจัดกิจกรรมกีฬา ตั้งทีมฟุตบอล นอกจากได้รวบรวมสมัครพรรคพวก เกาะแน่นเป็นกลุ่มกันแล้ว ยังเป็นการฝึกเรื่องพละกำลังด้วย ส่วนการฝึกการติดอาวุธนั้นได้กระทำกันก่อนแล้ว 2.ฝ่ายอูลามะ (เปออิสตีฮารัน) หรือผู้รู้ ความจริงตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่เป็นโครงสร้างปกติของการรวมกลุ่มในศาสนาอิสลาม ที่จะให้เกียรติผู้รู้มหาคัมภีร์อัลกุรอาน และกลุ่มขบวนการได้นำมาใช้เป็นตำแหน่งรวบรวมจิตวิญญาณของมวลชน ตัดสินชี้ขาด หรือบิดเบือนหลักคำสอนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของขบวนการ และทำพิธีซูเปาะ (สาบาน)ให้กับเหล่ากองกำลัง
3.ฝ่ายลอจิสติค(แซแปนัน) หรือฝ่ายส่งกำลังสนับสนุน ทำหน้าที่ดูแลและสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจให้เครือข่าย อาทิ การเก็บเงินจากมวลชนคนละ 1 บาทต่อวัน สร้างสหกรณ์ชุมชน รณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกผัก ทั้งนำมาบริโภคกันภายในและส่งขายเพื่อนำรายได้เข้ามาสู่อาเยาะห์ รวมทั้งการสนับสนุนให้มวลชนประกอบธุรกิจส่วนตัวและปันผลส่วนหนึ่งเข้าสู่กระบวนการ
ที่ถูกจับตามองจากเจ้าหน้าที่เป็นพิเศษ คือ ร้านซ่อมมอเตอร์ไชค์ในหมู่บ้านต่างๆ ที่เปิดร้านเพื่อบังหน้าและนำรายได้เข้าสู่อาเยาะห์แล้ว ส่วนหนึ่งของร้านซ่อมมอเตอร์ไชค์เหล่านี้ ด้านหลังได้ประกอบวัตถุระเบิดเพื่อมอบให้กลุ่ม RKK นำไปใช้ปฏิบัติการด้วย
ทั้งหมดเพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองของ BRN-Coordinate นั่นเอง
และ 4. ฝ่ายเหรัญญิก (กืออาวารัน) ที่ทำหน้าที่ควบคุมค่าใช้จ่ายของเครือข่าย
นี่คือภาพรวมของเครือข่ายในระดับอาเยาะห์หรือระดับหมู่บ้าน ที่นอกเหนือจะยึดกุมอำนาจทางการเมืองแล้ว แต่ละอาเยาะห์จะมีกองกำลัง RKK ประจำอยู่ประมาณ 6 คนซึ่งทำหน้าที่กดดัน คุกคาม ข่มขู่และลอบสังหารกำนัน ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจรัฐไทย ให้ยอมจำนนตกอยู่ภายใต้แนวร่วมในภาวะจำยอมในที่สุด ไม่สามารถแสดงบทบาทของอำนาจรัฐลงสู่ประชาชนระดับรากหญ้าได้
กรณีชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงและเด็กออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่อำนาจรัฐ นี่คือผลงานการขับเคลื่อนของอาเยาะห์นั่นเอง
ส่วนการจัดตั้งในระดับตำบลหรือกลุ่มอาเยาะห์ที่เรียกว่า ลีการัน มีหัวหน้าผู้ควบคุมที่ได้รับการแต่งตั้งเรียกว่า กูมิต ซึ่งมีฝ่ายต่างๆ ที่ถูกแต่งตั้งคล้ายกับระดับอาเยาะห์ อีกทั้งยังทำหน้าที่ควบคุมองค์กรในระดับอาเยาะห์อีกทอดหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ในระดับลีการันยังมีผู้บัญชาการทหารระดับตำบล ซึ่งมีหน่วยทหารคอมมานโดหรือทหารหลักจำนวน 6 คน อยู่ภายใต้การบังคับบัญชา รวมทั้งยังเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงต่อกองกำลัง RKK ในแต่ละอาเยาะห์
ในลำดับที่สูงกว่านั้น BRN-Coordinate ได้มีการจัดตั้งเขตอำนาจในระดับอำเภอหรือกลุ่มลีการันที่เรียกว่า แดอาเราะห์ มีหัวหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งที่เทียบเท่ากับนายอำเภอคือตำแหน่ง สะกอม และมี ผู้บัญชาการทหารในระดับนี้ด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับ จากการที่กองกำลังศรีสุนทรสามารถดึงบุคคลในระดับสะกอมนี้ออกมาได้แล้วถึง 4-5 คน
การจัดตั้งในระดับจังหวัดหรือกลุ่มแดอาเราะห์รวมกันเรียกว่า วีลายะห์ มีตำแหน่งบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเรียกว่า สะกอมเวล ประหนึ่งว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะที่ด้านการทหารก็มี ผู้บัญชาการทหารในระดับนี้อีกตำแหน่งหนึ่งในระดับนี้มีข้อมูลว่า ยังเป็นการจัดตั้งกันแบบหลวมๆ ยังไม่จริงจังมากนัก
สุดท้าย คือการจัดตั้งในระดับมณฑลหรือกลุ่มวีลายะห์ เรียกว่า กัส ซึ่งถือเป็นเขตอำนาจที่ใหญ่ที่สุดใน รัฐปัตตานีดารุสลาม มีตำแหน่งหน้าที่ผู้ควบคุมที่เรียกว่า กัส เช่นเดียวกัน และมีผู้บัญชาการทหารประจำมณฑลที่เทียบเท่าตำแหน่งแม่ทัพภาคด้วย
นอกจากนี้ BRN-Coordinate ยังจัดโครงสร้างเพื่อหลอมรวมงานมวลชนและงานด้านการทหารไว้ที่ตำแหน่ง ตุรงแง หรือ ทหารบ้าน ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ทุกรูปแบบ ส่วนใหญ่บุคลากรในกลุ่มนี้เป็นเด็กหนุ่มที่ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถผ่านขั้นตอนไปเป็นนักรบหลักอย่างคอมมานโดหรือกองกำลังติดอาวุธประจำหมู่บ้านอย่าง RKK ได้ แต่ได้ทำพิธีซูเปาะ (สาบานตน) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ในงานโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของขบวนการ จัดทำใบปลิว และนำพาตนเองไปอยู่ในร้านน้ำชาประจำหมู่บ้าน เพื่อพูดชักจูงใจและสร้างภาพอันเหี้ยมโหดอำมหิตของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ชาวบ้านเกิดอาการหวาดกลัวและเกลียดชังในที่สุด นำไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการ
มากกว่านั้น บางส่วนของตุรงแงที่เข้ามาให้ความร่วมมือช่วยเหลือการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่รัฐ จนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ จึงสวมโอกาสดังกล่าวชี้นำ บิดเบือน และเบี่ยงเบนข้อมูลที่เป็นจริงเพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐเกิดความไขว้เขวหรือเข้าใจผิดใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มบุคคลหรือสถาบันทางสังคม เช่น ปอเนาะ มัสยิด หรือกลุ่มประชาชนที่เป็นกลาง เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้กำลังปิดล้อมหรือตรวจค้นกลับจะเป็นการผลักกลุ่มบุคคลหรือสถาบันทางสังคมเหล่านี้ไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการและต่อต้านต่อสู้กับอำนาจรัฐในที่สุด โดยตุรงแงยังมีหน้าที่หลักอีก 3 ประการมีดังนี้
1.สืบข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ และสมาชิกในอาเยาะห์ทุกคนที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งพฤติกรรมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำศาสนาในหมู่บ้านจัดตั้ง (อาเยาะห์)
2.ช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติการทางการทหารแก่กลุ่มนักรบด้วยการจัดหาอาวุธจากแหล่งซุกซ่อนในอาเยาะ หรือจัดเก็บอาวุธที่ใช้ปฏิบัติการและอาวุธที่ยึดได้จากเจ้าหน้าที่ไปเก็บซุกซ่อนไว้ ณ แหล่งซุกซ่อนอาวุธในพื้นที่อาเยาะห์
3.ปฏิบัติการขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การปฏิบัติการของกลุ่มนักรบประสบความสำเร็จ เช่น การตัดต้นไม้ขวางถนน โปรยตะปูเรือใบขัดขวางการไล่ติดตามหรือส่งกำลังมาสนับสนุนของเจ้าหน้าที่รัฐ
นี่คือบทบาทหน้าที่อันสำคัญของ ตุรงแง ที่สร้างปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด!
การเน้นหนักที่งานมวลชนและงานการเมืองของ BRN-Coordinate ทำให้ความก้าวหน้าในการจัดตั้งอำนาจรัฐซ้อนมีความก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากทางการไทยไม่ได้ให้การยอมรับอย่างเป็นทางการถึงบทบาทและสถานะของ BRN-Coordinate จึงทำให้การต่อสู้ถูกจำกัดอยู่เพียงภาพของยุทธการทางทหาร
คำถามที่สำคัญคือ ทำไมจึงเป็น BRN-Coordinate?
เพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ปัจจุบันการเคลื่อนไหวในลักษณะของกองกำลังจรยุทธ์ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ คือฝีมือของขบวนการ BRN-Coordinate นายทหารระดับผู้บัญชาการกองกำลังรายหนึ่งให้คำตอบ
รูปแบบนี้ เป็นรูปแบบที่เขาคิดว่ามีโอกาสชนะได้มากที่สุด เป็นบทเรียนจากข้อผิดพลาดที่ขบวนการก่อนหน้านี้เคยทำมาแล้ว นายทหารคนดังกล่าวสรุปความ
พล.อ.
นายกฯ กล่าวต่อว่า เชื่อว่า ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสามารถแก้ไขได้หากรัฐบาลเร่งสร้างความเข้าใจ ซึ่งจะส่งผลให้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนคงจะใช้แนวทางสันติวิธีในการแก้ไขปัญหาด้วย
สำหรับกรณีที่เหตุการณ์ความไม่สงบขณะนี้ มักเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ปัตตานี พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวว่า เนื่องจาก จ.ปัตตานีมีพื้นที่กว้างขวาง การสื่อสารการคมนาคมสะดวก ง่ายต่อการก่อเหตุและหลบหนีของผู้ก่อเหตุมากกว่าพื้นที่ จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ส่วนคำพูดที่ว่า ด้ามขวานของไทยอาจจะไม่มีในอนาคตนั้น เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น หากรัฐบาลเร่งสร้างความเข้าใจ ปัญหาต่างๆ ก็จะลดลง
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับปัญหาขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) มีลักษณะปัญหาแตกต่างและคล้ายคลึงกัน สำหรับปัญหาที่คล้ายคลึงกัน คือ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ แต่ที่สำคัญ คือ การไม่ได้รับความเป็นธรรมของประชาชน เงื่อนไขประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เชื้อชาติและความเชื่อ ดังนั้น การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
(ปูเนาะออกันซีแย ปูเนาะไทยแลนด์)
กลยุทธ อัลกอฮ์ ฮู ฮัค บั๊ค ลาอีลลา ฮะ อีลลัลลอย์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใด มีอัลเลาะฮ์องค์เดียว)
การฆ่าคนเพื่ออิสลามไม่ผิดเราทำเพื่ออัลลอย์ดังต่อไปนี้
1. การทำ มีเด๊าะ มาอ๊ะ (การขอโทษ) ของพวกมันไม่ต้องไปสนใจ เพราะมันทำเหมือน พวก มากันซูซู (เด็กกินนม)
ดูแล้วโจ๊ก สรุปความเห็นของมุสลิมเราคือ เดาะเซาะ มีเด๊าะมาอ๊ะ (ไม่ต้องมา ขอโทษ) ยิ่งทำอย่างนี้มากเท่าไร
พวกเราต้อง บูวะ วีซียะ (เก็บมันให้เรียบ) .......พื้นที่ใด ที่มันไม่ยอมให้ ดาวะจากจังหวัดอาเจะ ประเทศอินโดนีเซียเข้าไปปกป้องอยู่ด้วย
ก็เตรียมจัดการเมื่อมันออกมาจากพื้นที่ เหมือนเก็บพวกอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เก็บมันทั้งรถตู้เลย ง่ายดี แต่ต้องส่งสัญญาณให้มุสลิมเรารู้ตัว
ถ้าเป็นมุสลิมนอกกรอบก็เก็บไปพร้อมกันเลย
2. การเสนอให้ปลดย้ายซะคาดู(ตำรวจ) และพวกกาเฟรซียัม(ข้าราชการ) ทหาร ให้มันย้ายที่ทำงานใหม่
มันจะไม่ชำนาญพื้นที่ จะทำให้เราฆ่ามันได้เพิ่มขึ้น
อีกประการหนึ่ง เป็นธรรมชาติของไทยพุทธ มันไม่รักกัน ชอบแย่งชิงอำนาจ อิจฉาริษยากันเองอยู่แล้ว
ถ้าเรารีบแต่งตั้งทหาร ตำรวจ ข้าราชการอื่นขึ้นมาใหม่ จะได้หลอกใช้พวกมัน เพราะมันได้ตำแหน่งใหม่ ๆ จะเหิมเกริม
เราก็หลอกว่าจะให้ตำแหน่งมัน เพราะพวกมันบ้าอำนาจเห็นกันอยู่แล้ว ส่วนคนที่ถูกปลดไปก็จะน้อยใจ ก็จะเกิดการต่อต้าน
จะทำให้มันไม่มีสติ จะทะเลาะกัน แตกแยกกันเอง
3. บอกคนของเราและคนไทยพุทธที่เราซื้อไว้แล้วให้ช่วยกันเสนอคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็น ส.ส. โดยให้กำหนดคุณสมบัติให้ต่ำกว่าปริญญาตรี
พยายามต่อรองให้ใช้วุฒิ ม.3 หรือ ม.6 ก็ได้ เพราะวุฒินี้สามารถซื้อได้จากกระทรวงศึกษาธิการ เพียงหัวละ 5 พันบาท
การณ์นี้คิดเผื่อไว้ให้คนมุสลิมในพื้นที่ และมุสลิมที่มาจากนอกประเทศมาอยู่ในไทย 4 ปี 5 ปี พอพูดภาษาไทยได้ เมื่อซื้อวุฒิแล้ว
ก็ลงเลือกตั้งได้และต้องได้แน่นอนเพราะมีเงินซื้อเสียงมากพอ ฉะนั้นที่นั่งในสภาจะตกเป็นของมุสลิมเรามากที่สุดโดยขั้นแรก
เราต้องพูดกรอกหูไทยพุทธว่า เพื่อช่วยคนจนต่างจังหวัดให้ได้ลงเลือกตั้ง ให้ดูว่าทำเพื่อคนไทยไม่ใช่ทำเพื่อมุสลิมเรา
4. เรื่องปิดกั้น โค่นล้มศาสนาพุทธ ต้องทำต่อเนื่อง ให้จ้างคนพุทธและอาจารย์มหาวิทยาลัยและซื้อตัวผู้มีอำนาจทางการเมือง
ให้ช่วยเชียร์อิสลาม ปิดกั้นพุทธศาสนา ไม่ให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ อย่าลืม ขณะนี้อำนาจอยู่ในมือมุสลิมเรา
ต้องรีบทำโดยจ่ายเงินซื้อคนพุทธ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักหนังสือพิมพ์ เลือกผู้มีฝีปากดี ๆ ให้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
ไม่เอาศาสนาพุทธ ไม่ต้องบัญญัติในรัฐธรรมนูญ เพราะจะสร้างความแตกแยก เราต้องใช้ความขี้เกรงใจของคนพุทธให้เป็นประโยชน์กับเรา
5. กรอกหูคนมุสลิมทุกคนที่นับถือศาสนาอิสลามและพูดภาษายาวีว่า เวลาพูดภาษาไทยต้องพูดให้เป็นเสียงเดียวกันว่า
รัฐบาลไทยมาถูกทางแล้ว ให้สมานฉันท์กันต่อไป อดทนต่อไป ทั้งนี้ เพื่อดึงเวลาให้เราฆ่าคนพุทธและมุสลิมนอกกรอบ
ให้สิ้นเสี้ยน
ขณะเดียวกันเราก็ไปแทรกซึมทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอใน 6 จังหวัดภาคใต้ของไทย และจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทุกจังหวัด
เพื่อมุสลิมเราจะได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจอีกด้วย
6. ให้แกนนำบอกกันเหล่านักรบมุสลิม เราแต่งกายเลียนแบบทหาร ตำรวจ แล้วไปก่อการโจมตีกับพวกไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่บ้าน
เพื่อสร้างความเข้าใจผิด เราก็โยนความผิดให้ทหาร ตำรวจ จากนั้นให้แกนนำมุสลิมลงไปในหมู่บ้าน จัดกลุ่มสตรี เด็ก
ออกประท้วง ด่าตำรวจ ทหาร..........ในการประท้วงทุกครั้ง ต้องเขียนข้อความลงในแผ่นกระดาษแข็ง
หรือเขียนลงบนผ้าขาว แล้วถ่ายลง CD หรือโทรศัพท์มือถือและส่งไปทั่วโลกว่า มุสลิมโดนรังแก
7. ทุกครั้งที่คนมุสลิมโดนจับ ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะผิดหรือไม่ ให้ร่วมกันออกมาประท้วง
โดยให้ผู้หญิงและเด็กออกมาประท้วงให้ปล่อยตัวผู้ถูกจับ ถ้าไม่ปล่อยก็ให้ก่อวินาศกรรม เผาสถานที่ราชการให้เสียหาย
8. การส่งคนอาหรับมาช่วยเราทำพาสปอร์ตปลอม เพื่อให้กลุ่มตาลีบันได้เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย
เลือกดูจังหวัดที่สงบ เช่น สตูล เชียงราย อยุธยา สระบุรี นครสวรรค์นั่นแหละ เพราะพวกคนไทยมันโง่
มันไม่รู้หรอกว่าเป็นมุสลิมในพื้นที่หรือมุสลิมที่มาจากอัฟกานิสถาน อาหรับฯลฯ พวกคนไทยมันฟังภาษายาวียังไม่ได้เลย
นับประสาอะไรจะไปฟังภาษาอื่น พวกมุสลิมที่มาจากนอก จะช่วยวางแผนด้านการก่อวินาศกรรมและโค่นประเทศไทยด้วย
9. เร่งประสานไปยังแกนนำควนโดนที่จังหวัดสตูล ให้หาคนกลุ่มหนึ่งไปประสานเรื่องโครงการแลกเปลี่ยนด้านความร่วมมือ
ระหว่างอาหรับกับสถาบันราชภัฏทั่วประเทศ เราจะต้องอาศัยสถาบันราชภัฏเป็นที่ฝึกครูของพวกเรา
ในทางกลับกัน เราก็ล้างสมองพวกอาจารย์ราชภัฏให้เห็นฝ่ายเดียวกับมุสลิมเรา ให้ซื้อตัวอธิการบดี แล้วเราจะได้ทุกอย่าง
คิดดูว่าถ้าทุกราชภัฏในประเทศไทยมีคนมุสลิมได้เข้าเรียนมากและดำเนินตามแผนที่วางไว้
ประเทศไทยก็จะตกอยู่ในมือเราง่ายดาย
มหาเดย์ สั่งว่า ให้เลือกไปติดต่อสถาบันราชภัฏในวันหยุดราชการ เพื่อพบอธิการบดีคนเดียว
มุสลิมเราได้ ลงพื้นที่วางคนไว้ด้วย ตอนนี้ที่ราชภัฏ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรีได้ผลดี
อธิการบดีตกหลุมเราแล้วในโครงการธุรกิจการศึกษากับสถาบันในรัฐซาบา ประเทศมาเลเซีย
10. มหาเดย์ (มหาเดย์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย) ชมเชยกลุ่มนักรบฟาตอนีว่าทำงานได้ผลดีมาก
จะได้เป็นใหญ่ทุกคน ให้เลือกแกนนำที่เข้มแข็งไปฝึกอาวุธ ให้คนมุสลิมเขมรช่วยเข้ามาจัดการกับคนพุทธที่จันทบุรีและตราด
เราต้องการพื้นที่ 2 จังหวัดนี้เอาไว้ก่อการในเขมร เมื่อเรายึดไทยได้แล้ว เราจะยึดเขมร เราทำให้เหมือนทาง 3 จังหวัดใต้ของไทย
คือเอาพวกมุสลิมจากอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซียและมุสลิมมาเลเซียมาก่อการร้ายในไทย เอามุสลิมเขมร,พม่าเข้ามาช่วยก่อการร้ายในไทย
เมื่อได้ประเทศไทยแล้ว เราก็เอามุสลิมไทยที่เราฝึกไว้ไปรวมกับมุสลิมจากอาเจะห์, มุสลิมเขมร เข้าไปก่อการร้ายในพม่า เราก็ได้พม่า
11. มหาเดย์ ให้เลือกจังหวัดราชบุรีเป็นที่บัญชาการของเหล่านักรบ เพราะขณะนี้ทาง 3 จังหวัดใต้ อยู่ในมือเราแล้ว
แย่งให้พวกแกนนำฟาตอนีลงมาแทรกซึมและแต่งงานกับคนไทยราชบุรี เพื่อดึงคนมาเป็นพวกมุสลิมในจังหวัดราชบุรี
เราจะไม่ให้มีเหตุการณ์ร้าย แต่เราจะไปก่อการในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งในกรุงเทพฯ
ขอสำทับว่าอย่าก่อการร้ายในจังหวัดราชบุรีเด็ดขาด เพราะใช้เป็นที่ซ่องสุมขุมกำลังและจะเอาเยาวชนมุสลิมมาลงที่ราชภัฏจอมบึง
เหมือนกับที่เราไม่ก่อการร้ายในจังหวัดสตูล เพราะเราจะได้มีที่พบปะวางแผนกันในอำเภอควนโดนจังหวัดสตูล
มหาเดย์จะมาพบพวกเราที่ จ.สตูล และพบกับเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เรียนดี จะให้รางวัลด้วยมือมหาเดย์เอง
ไม่มีใครรู้หรอกว่า ชายแดนประเทศมาเลเซียที่ติดกับจังหวัดสตูลนั้น เราขนวัสดุและอาวุธกันมานาน
ตั้งแต่ท่านอารีย์เป็นผู้ว่าฯ
12. ให้แกนนำที่มีสมองโต ไปบอกพวกมุสลิมกรุงเทพฯทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ให้ไปตีสนิทกับพวกหัวคะแนน
ทั้งที่เป็น สก. สข. ถ้ามีโอกาสก็แต่งงานเอามาเป็นพวกเสียเลย เพื่อการเลือกตั้งในครั้งต่อไปมุสลิมกรุงเทพฯ จะได้รับเลือก
ส่วนในต่างจังหวัดเลือกเอาจังหวัดที่มีเศรษฐกิจดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวก่อน ให้มุสลิมแต่งงานกับพวก อบต.
หรืออดีตผู้เคยเป็น ส.ส. ให้เลือกดูหนุ่ม ๆ อนาคตดีเหมือนที่เราได้อภิรักษ์มาเป็นพวก
13. การวางกำลังมุสลิมไว้ชายแดนไทย โดยกองบัญชาการในเขตภาคกลางของเราจะอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เ
ราจะวางคนมุสลิมเราไว้ 16 จุด เพราะราชบุรีเป็นจังหวัดเล็ก แต่เราจะเอาคนมุสลิมเราไปวางไว้ที่แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมด 40 จุด
เช่น อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแพร่เข้าไปในพม่าด้วย โชคดีที่พระอุตมะที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของกระเหรี่ยงพุทธ มอญพุทธ เสียชีวิตแล้ว
เอาคนของเราเข้าแต่งงานกับพวกนี้ แล้วย้ายกระจายไปที่อื่นด้วย กลืนมาเป็นมุสลิมให้หมด บริเวณไทรโยคให้เอาไปวาง 3 ครอบครัว
อ.ทองผาภูมิ 3 ครอบครัว อ.ศรีสวัสดิ์ 5 ครอบครัว อ.สวนผึ้ง 5 ครอบครัว อ.บ้านคา 3 ครอบครัว อ.หนองปรือ 5 ครอบครัว
อ.บ่อพลอย 5 ครอบครัว อ.พนมทวน 5 ครอบครัว อ.ท่าม่วง 3 ครอบครัว อ.ท่ามะกา 3 ครอบครัว จังหวัดสมุทรสาคร
และสมุทรสงคราม วางไว้ 42 จุด ตามชายฝั่งทะเล
รายละเอียดดูตามแผนที่ประกอบ จังหวัดชลบุรี เน้นแหล่งท่องเที่ยวด้วย โดยเฉพาะศรีราชา หาดจอมเทียน บางละมุง
แม้แต่ที่เกาะสีชัง เกาะยายเท้า เกาะค้างคาว เกาะขามเล็ก เกาะขามใหญ่ ฯลฯ คนมุสลิมที่จะเอาไปวางไว้ชายฝั่งทะเล
ให้เลือกผู้ที่ชำนาญการประมงจาก อ.ปานาเระ อ.มายอ จ.ปัตตานี อ.เมือง จ.นราธิวาส และพวกเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
เพื่อเขาเหล่านี้จะได้ออกทะเล หาปลาด้วย คุมพื้นที่ด้วย จังหวัดจันทบุรี ให้วางไว้ 34 จุด และจังหวัดตราด 31 จุด
จุดใหญ่ที่จะประสานคือ ที่ อ.แก่งหางแมว เป็นที่รู้กัน มุสลิมเราซื้อที่ดินไว้นานแล้ว
นอกนั้นวางมุสลิมให้อยู่รอยต่อตะเข็บชายแดนเพื่อฝึกอาวุธในเขตเขมร
แกนนำมุสลิมในอยุธยา สระบุรี ลพบุรี ให้ช่วยจัดมุสลิมไปวางไว้ที่ จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี ให้วางไว้ 25 จุดพอ
เพราะไม่ใช่ตะเข็บชายแดน แต่ให้ทำธุรกิจท่องเที่ยวด้วย จ.สระแก้ว ให้วางไว้ อ.โรงเกลือ เพื่อทำการค้าและแพร่ไปในเขมรได้ง่าย
ทั่วจังหวัดสระแก้ว วางไว้ 28 จุด อ.กบินทร์บุรี วางไว้ 25 จุด ส่งคนทำงานในโรงงาน ๆ ละ 2-3 คน อย่าให้มาก
คนพุทธจะไหวตัว เขตนครราชสีมาวางไว้ 32 จุด
ในภาคอีสานทั้งหมด เน้นจังหวัดท่องเที่ยวและรอยต่อตะเข็บชายแดน เพื่อซื้อคนเขมร มาฝึกและคนเขมรให้ลงใต้
ช่วยก่อการร้ายใน 4 จังหวัดภาคใต้ของไทย
ภาคเหนือ แหล่งใหญ่อยู่ที่เชียงราย 7 พันกว่าคน ให้ถอนผู้ที่สมรสใหม่ ไม่มีบุตร เอาไปวางไว้อำเภอดอยปุย จ.เชียงใหม่ 5 จุด
ทำร้านขายโรตี 1 ร้าน ร้านขายกาแฟ 1 ร้าน ขายเสื้อผ้า 2 ร้าน ขายของที่ระลึก 1 ร้าน เป็นที่น่ายินดีที่ร้านนี้ได้แต่งกับผู้หญิงชาวม้งพื้นที่
และหญิงม้งผู้นี้กำลังตั้งครรภ์แล้ว นอกจากนี้ได้ติดต่อผู้หญิงม้งอื่น ๆ ให้กับมุสลิมเราด้วย เป็นการเพิ่มมุสลิมดีจัง
ให้มุสลิมเราไปก่อเหตุฆ่าม้งพื้นที่ ให้ออกไปหาเรื่องครอบครองร้านค้าของคนม้งให้หมด
คนไทยพุทธมันไม่รู้หรอกว่าดอยปุยใกล้พระตำหนักภูพิงค์ฯ ไม่ถึง 3 กิโลเมตร หรือเพราะพวกมันไม่คิดว่าเราจะล้วงคอ งูจงอาง
ฐานกำลังฐานเสียงของเราส่วนใหญ่อยู่ใกล้พระราชฐานทั้งนั้น รอเวลาอีกนิด
เมื่อเลือกตั้งอีก 2 ครั้ง มุสลิมเราจะได้ที่นั่งมากกว่าไทยพุทธที่เคยได้แน่นอน
14. เรื่องเงินสำหรับคนมุสลิมที่ย้ายไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในจังหวัดต่าง ๆ มหาเดย์บอกว่า ท่านมอบเงินให้ท่านวันนอร์มาแล้ว
ให้จ่ายให้รายละ 3 แสน รวม 76 จังหวัด ถัวเฉลี่ยจังหวัด 30 ครอบครัว รวมเป็น 2,280 ครอบครัว รวม 684 ล้าน
แต่ท่านวันนอร์ได้รับ 700 ล้าน ไม่เป็นไรส่วนที่เหลือเก็บไว้ก่อน เพราะเราจะเอามุสลิมไปวางไว้เพื่อทำการค้าที่เชียงแสนเพิ่มอีก
เพราะมีร้านป้าเด๊ะร้านเดียว คนมาท่องเที่ยวมากมาย ต้องทำรายได้ทั้งหมดอยู่ในมือมุสลิมเราเท่านั้น
15. ในการประชุมที่เกาะลังกาวี ดร.วันกาเดร์ เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ท่านพูดว่าคนไทย มันโง่จัง
เราพูดอะไรมันเชื่อหมด ให้มัน compromise (สมานฉันท์) มันก็ทำลูกเดียว ไม่กล้าแม้แต่จะแตะโจรมุสลิม ถูกจับตัวได้
ให้ดูว่าไทยมันโง่ขนาดไหน ดูมันปล่อยพวกที่จับได้เหมือนปล่อยเสือเข้าป่าไม่มีผิด นี่ถ้าเป็นประเทศมาเลเซียเราคงฆ่าทิ้งทั้งหมด
อย่างดีก็จำคุกตลอดชีวิตฐานปรานี ท่านยังบอกเลยว่า ท่านวันนอร์ประสานงานในประเทศไทยดีมากตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 เป็นต้นมา
ประสานดึงนักศึกษามุสลิมทั้งประเทศมาประชุมกันที่จังหวัดสตูล ให้มารับเอาความรู้และโดนล้างสมองให้เกลียดประเทศไทย
ต่อไปให้นักศึกษาไปประสานพ่อแม่ ญาติพี่น้องให้เดินทางมารู้จักแกนนำ จากสตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และแกนนำประเทศมาเลเซีย
ดูแล้วคนไทยมันโง่มาก ท่าน ดร.วันกาเดร์และมหาเดย์ (ดูสถิติ 2529-2530
จากรายชื่อนักศึกษามุสลิมในประเทศไทยที่ท่านวันนอร์หลอกลวงมาล้างสมองเพิ่มมากขึ้น
ระหว่างที่นายอารีย์ วงศ์อารยะ คุมกระทรวงมหาดไทย) ท่านชมว่าเก่งมาก
ที่ท่าน วันนอร์ขอทุนจากรัฐบาลไทยได้ส่งเด็กมุสลิมเราจบด๊อกเตอร์จากอเมริกาหลายคน
ตอนนี้อยู่ในมหาวิทยาลัยดัง ๆ ของไทย เป็นกำลังสำคัญช่วยเราวางแผนแบ่งแยกดินแดน
เช่น อาจารย์ใน มหาวิทยาลัยศิลปากรใน ม.บางมด และม.อื่น ๆ
ที่มากที่สุดที่ ม.สงขลานครินทร์โชคเข้าข้างมุสลิมดีจัง
16. ดร.วันกาเดร์และมหาเดย์ ขอให้แกนนำสมองโตไปเร่งให้ท่านสุรินทร์พิศสุวรรณ เร่งซื้อที่ดินชายทะเลเพิ่มมากขึ้น
ที่ดินที่ซื้อไว้ที่ อ.ท่าศาลา ท่าแซะและอื่น ๆ รวมทั้งที่จะแนะ ให้รีบกั้นรั้วไว้ก่อน เพราะเมื่อลงมือทำโรงงานอาหาร และอาหารฮาราลจะได้รวดเร็ว
ท่าน ดร.วันกาเดร์บอกว่า ให้ ดร.สุรินทร์ นำเงินส่วนที่เหลือจากซื้อที่ดินไปสร้างธนาคารอิสลาม (สาขา)
เพิ่ม และเงินอีก 500 ล้าน ท่านให้แจกแกนนำมุสลิมในกรุงเทพฯ พวกเขายังไม่ได้รับ
เพราะกลุ่มพิราบขาวไปสืบถามมุสลิมทุ่มครุ หนองจอก มีนบุรี คลองตัน อิสรภาพ
รวมทั้งกลุ่มมุสลิมที่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ และมุสลิมเชียงราย 7,200 คน ยังไม่ได้รับเงินเพื่อสร้างสุเหร่า
ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ เดินทางไปเชียงรายจริง มุสลิมเชียงรายบอกว่า
ท่านเดินทางไปก่อนที่มกุฎราชกุมารประเทศไทยจะขับเครื่องบินไปเชียงราย 2 วัน ท่านไปสั่งการแบบเร็ว ๆ คร่าว ๆ
และงานก็ทำไม่สำเร็จ ขอให้รู้ว่า มหาเดย์รู้ทุกอย่าง ก่อนท่านสุรินทร์ฯ จะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ
ยังแวะไปเที่ยวที่อูบคำใช่ไหม อูบคำเป็นที่แสดงวัตถุโบราณของคนไทยพุทธภาคเหนือ ท่านไปจริงไหม
มหาเดย์ยังบอกว่า งกันเพียงอาทิตย์เดียว ท่านวันมูฮัมหมัด นอร์มะทา ได้ไปพบกับมุสลิมที่ อ.หางดง จังหวัดเชียงใหม่