Thai-Anti-Terrorism

ทวีวุฒิ จุลวัจนะ อดีตคอลั่มนิส ความมั่นคง กรุงเทพธุรกิจ วิเคราะห์ การก่อการร้าย

บุชส่งคอมแมนโดเข้าอิหร่านจริงหรือ

 

นึกไว้แล้วว่าบุชไม่หยุดอยู่กับอิรักแน่นอนแต่ต้องมองอิหร่านอยู่ ถ้าจริงคนไทย ก็เตรียมรับมือตลาดหุ้นตกและน้ำมันแพงได้อีกครั้ง

 

ก็เป็นข่าวออกมาจนได้ ใน นิวยอร์คเก้อร์ ในบทความของนักเขียนพูลิตเซอร์ ชื่อเฮร์ช ที่บอกว่าบุชมีแผนก่อสงครามกับอิหร่าน โดยในตอนนี้ ได้ส่งคอมแมนโดเข้าไปในอิหร่านแล้ว เพื่อหาเป้าหมายโจมตี เช่น โรงงานนิวเครียร์ เคมี และจรวดของอิหร่าน หลังข่าวออกมา เพนตาก้อนก็ออกมาปฏิเสทเป็นวรรคเป็นเวร แต่ก็ไม่ได้พูดคำปฏิเสทแบบที่สุดของที่สุดในถาษาอังกฤษออกมา คือคำว่า “categorically deny” จนคนมึนกันไปทั่วแล้ว ว่าข่าวของเฮร์ช นี้จริงหรือเท็จกันแน่ ผนวกเข้า เมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง มีข่าวออกมาว่าทั้งซีไอเอและเพนตาก่อน จะเริ่มปล่อยข่าวเท็จออกมาอีกครั้ง ในสงครามจิตวิทยาใหม่ หลังจากเลิกทำอย่างนี้มานานเพราะไปๆมาๆคนเลิกเชื่อทั้งสององค์กรไปเลย แต่ข่าวนี้น่าจะมีมูลความจริงอยู่บ้างเพราะในคำปฏิเสทของเพนตาก่อน ก็แฝงไว้ด้วยคำพูดแบบว่า “โลกควรมองอิหร่านด้วยสายตาที่มุ่งมั่นมากขึ้นเพราะอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและกำลังสร้างอาวุธร้ายแรงอยู่” อีกประเด็นที่น่าจะทำให้ข้อมูลมีน้ำหนักมากขึ้นหรือลดลง ซึ่งก็แล้วแต่มุมมอง คือแหล่งข่าวของเฮร์ช ที่เขาอ้าง ก็คือข่าวกรอง พูดในๆก็ซีไอเอนั่นเอง

 

ก็เป็นที่รู้กันดีแล้ว สำหรับคนติดตาม //thai-anti-terrorism.pantown.com ว่าซีไอเอกับเพนตาก้อนตีกันอยู่ในขณะนี้ และบุชได้รวบอำนาจ ของทั้งซีไอเอและเพนตาก้อน เข้ามาไว้กับตัวเอง อย่างไม่เคยมีมาก่อน การปล่อยข่าวแบบนี้ของซีไอเอ ดูออกจะแปลก แต่เฮร์ชบอกว่าซีไอเอ ไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่านและต้องการยุบแผนนั้นเสียโดยการปล่อยข่าวออกมา ซีไอเอได้ให้อาวุธเฮร์ชไว้มากมายในการ “ลดทอน” อำนาจของบุช ไว้ในข้อมูลที่สนับสนุนเฮอร์ชในบทความ ถ้าจริง เช่นโจมตีบุชว่าใช้คอมแมนโดอย่างลับๆไม่ไห้สภารู้ เป็นต้น ก็ตรงกับเรื่องซีไอเอและเพนตาก้อนตีกันพอดี ประเด็นต่อเนื่องสุดท้ายเรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อดี ก็คือ เป็นข่าวออกมาเรื่อยๆว่าเพนตาก้อน ต้องการมีบทบาทมากขึ้น ในการทำสงครามกับการก่อการร้ายและการแพร่กระจายของอาวุธร้ายแรง ลองดูในหน้า “บทความของเจ้าบ้าน” ที่ //thai-anti-terrorism.pantown.com ก็ได้ ส่วนบุชนั้นยังไม่เลือกระหว่างซีไอเอหรือเพนตาก้อน แต่ตามรายงานของเฮร์ช ถ้ารายงานเขาจริง บุชได้เลือกเพนตาก้อนแล้ว ที่สำคัญเพราะก่อนหน้านี้ เพนตาก้อนได้ขอบุช ว่าต้องการใช้ทหารจัดการกับปัญหาการก่อการร้ายและอาวุธร้ายแรงมากขึ้น ก็ออกมาตรงกับข่าวพอดีว่าบุชส่งคอมแมนโดเข้าไปในอิหร่านแล้ว แทนที่จะใช้ซีไอเอ ทั้งหมดที่เขียนมา เป็นโลกแห่งวงการหนังสือข่าวสาร ต่อไปผมขอพูดถึงโลกของความเป็นจริงบ้าง

 

ข่าวนี้จะกระทบสองสามอย่าง อย่างแรง นี่ไม่นับนะว่าข่าวนี้อาจทำให้คนรักสันติภาพในเมการวมตัวกันประท้วงใหญ่อีกหรือเปล่า หรือคนสนับสนุนรวมตัวกันเอาใจช่วยบุช อะไรก็แล้วแต่ ข่าวนี้สงสัญญานให้อิสราเอล ว่าเมกาสนับสนุนอยู่ ถ้าอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเครียร์ โรงงานเคมี หรือโรงงานจรวดของอิหร่าน เรื่องนี้น่ากลัวเพราะอิสราเอลบอกว่าปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธร้ายแรงและโจมตีอิสราเอลไม่ได้ ถ้าอิสราเอลโจมตีอิหร่านจริง สงครามตะวันออกกลางอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่แน่นอนถ้าเมกาให้ท้ายการโจมตี ใครจะกล้าหือกับเมกา ส่วนที่สองคือการทูตระหว่างประเทศที่มีกับอิหร่าน เพื่อให้เขายกเลิกโครงการนิวเครียร์ ก็มาถึงจุดที่อิหร่านบอกว่าพร้อมหยุดถ้าได้รับความสนับสนุนในด้านอื่นบ้าง ปัญหาคือเมกาไม่เล่นด้วยกับเกมนี้ของยุโรปเลย ก็เป็นอันว่าความสำพันธ์ระหว่างสองขั้งของตะวันตก จะแย่ขึ้นอีกครั้งถ้าเมกาโจมตีอิหร่าน สุดท้าย ในผลกระทบทั่วโลก คือภายในอิหร่านเอง ที่ก็มีกันอยู่สองสามขั้ว จนเมกามองว่า ถ้าโจมตีอิหร่านขึ้นมาจริงๆ ขั้วของพวกครั่งศาสนาจะพังลง และขั้วของปัญญาชนจะเข้ามาแทนที่ ก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันที่เมกามองแบบนี้เพราะมันเชิญชวนให้บุกอิหร่านเหลือเกิน

 

ที่แน่นอนที่สุด การปล่อยข่าวนี้ออกมา สะเทือนถึงบุชแน่นอน และการครอบงำซีไอเอและเพนตาก้อนของเขา รวบไปถึงการควบคุมขุมกำลังอำนาจของทหารเมกา ที่เขาอาจจะจงใจใช้ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา ที่แน่ๆ คือหลังจากบทความนี้ได้ถูกเขียนออกมา มือที่อิสระของบุช อาจจะทำอะไรลำบากขึ้น เพราะแน่นอน สภาต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไตร่สวนเรื่องนี้ ก็อาจจะเป็นผลสำเหร็จของซีไอเอ ที่ถูกบุชใช้หมากเหนือเมฆต้อนจนมุมมาตลอดเวลา แต่ที่เราๆสงสัยอยู่ คือเรื่องบุชส่งคอมแมนโดเข้าอิหร่านจริงหรือไม่นั้น และบุชมีเป้าหมายทำสงครามกับอิหร่านหรือเปล่า เราคนไทยก็ได้แต่หวังกันนะครับ ว่าข่าวทั้งหมดมันเป็นเรื่องตีกันระหว่างซีไอเอกับเพนตาก้อน และไม่ใช่เรื่องจริง ท่านผู้อ่านเชิญสรุปกันเอาเองครับ ถ้าให้ผมสรุป ผมคิดว่าถ้ายุโรปไม่สามารถคุยกับบุชรู้เรื่อง ในเรื่องอิหร่าน ผมว่าบุชคงจะโจมตีบางเป้าหมายแน่นอนครับ แต่คงไม่ถึงกับมีสงครามหลอกครับ สาเหตุก็เพราะอิรักยังเอาไม่อยู่เลย งานนี้ต้องจบก่อนครับ เมกาถึงจะไปงานใหม่

เมื่อรัมมี่ไม่ต้องเล่นไพ่กับสภา ประชาธิปไตยเมกาก็ตกขอบ

เมกาเอาจริงกับภัยก่อการร้ายและภัยจากอาวุธร้ายแรงขนาดไหน คำตอบคือถึงขนาดบิดเบือนทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่สภา หรือนัยๆก็คือระบบประชาธิปไตย ของเมกาเอง เพื่อให้ชนะสงครามนี้ให้ได้ ก็เป็นข่าวออกมาแล้วว่าเมกาอาจจะส่งคอมแมนโดเข้าไปสอดแนมอิหร่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเพื่อกดดันอิหร่านหรือเตรียมพร้อมสำหรับสงครามก็แล้วแต่ ข่าวที่ออกมาจากบทความของ นอวยอร์คเก้อร์ ที่เขียนโดยนักข่าวพูลิตเซอร์ ทั่วทั้งโลกตะลึงไปกับข่าวนี้ แต่เอาเข้าจริงๆมีข้อมูลอีกด้าน ที่บทความนี้เสนอ ที่นักประชาธิปไตยทั่วโลก คงต้องหันมาให้ความสนใจ มากกว่าว่าเมกาจะบุกอิหร่านจริงหรือไม่จริง

 

ตามธรรมดาที่เป็นมาในเมกา ซีไอเอ จะเป็นหน่วยข่าวกรองที่นอกจากจะมีสายลับแล้ว ยังมีหน่วยทหารสายลับ ของซีไอเอเอง ที่ออกตระเวนไปทำยุทธวิธีทั่วโลก ซีไอเอนั้น เรียกว่าต้องรายงานมากมายต่อสภาของเมกา ว่าทำอะไรอยู่ เมื่อบุชประกาศสงครามกับการก่อการร้ายและอาวุธร้ายแรง ไม่มีใครรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บุชเอาจริงกับเรื่องนี้มาก จนต้องการเอาอำนาจทั้งหลายทั้งปวง มากระจุกอยู่กับตัวเอง เรียกว่างานนี้บุชเล่นเองหมด มือขวาของบุชก็คือ รัมเฟล ที่คุมกลาโหมของเมกาอยู่ รัมเฟล หรือ รัมมี่ ที่เรียกกัน ก็ทำทุกอย่างเพื่อสนองบุช

 

เริ่มเลย โจทย์คือทำอย่างไรจะได้ไม่ต้องผ่านสภา สรุปก็คือใช้ทหารให้มากขึ้น โดยเฉพาะหน่วยปฏิบัตรการพิเศษ เพราะหน่วยพวกนี้ ทำอะไร ไม่ต้องบอกสภามากนัก ไม่เหมือนทำอะไรโดยใช้ซีไอเอ พูดอีกนัย ซีไอเอหมดความสำคัญลงไป ถึงขนาดที่ว่าหน่วยงานทหารของซีไอเอ กำลังถูกส่งไปประจำอยู่กับทหารแล้ว คือซีไอเอถูกปลดอำนาจทางยุทธวิธี แต่ไม่พอ เพราะซีไอเอแม่นมากเรื่องสอดแนมด้วยอุปกรณ์อีเลคโทรนิคต่างๆ โจทย์ต่อไป คือทำอย่างไร กระทรวงกลาโหมถึงจะได้ควบคุมสิ่งเหล่านี้ ก็หนีไม่พ้นการต้องปฏิรูประบบข่าวกรองในเมกาใหม่หมด ซึ่งก็ทำกันอยู่แล้วในเมกา แต่รัมมี่ไปไกลจนถึงขนาด ต่อต้านกฎหมายข่าวกรองใหม่ที่สภาพิจรณาอยู่ แล้วบิดเบือนกฎหมายนี้ ให้ออกมาในรูปที่ว่าอุปกรณ์สอดแนมของซีไอเอ ตกมาอยู่ในมือของกลาโหม ไม่พอ เพราะซีไอเอ ถึงจะถูกจำกัดลงไป ก็ยังมีค่าอยู่ ก็เลยส่งนักการเมืองเพื่อนบุชเข้าไปคุมเสียเลย เรียกว่าต่อจิกซอกันออกมาเป็นรูปใหม่เลยในเมกา ให้รัมมี่คุมหน่วยปฏิบัตรการพิเศษของทหาร เสริมเขี้ยวของซีไอเอเข้าไป โจทย์ต่อไปคือทำอย่างไรให้หน่วยปฏิบัตรการพิเศษเหล่านี้ ไม่ตกไปอยู่ในมือเหล่าทหารต่างๆ ก็ง่ายมาก ให้อำนาจ SOCOM หรือหน่วยบัญชาการกองรบพิเศษต่างๆ ไม่ต้องรายงานกับหน่วยเหนืออีกต่อไป แต่ก็ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้อีก คือทำอย่างไรให้หน่วยพวกนี้ ที่ขึ้นกับรัมมี่ ใช้อำนาจได้อย่าง ไร้ขีดจำกัด

 

โจทย์นี้ก็แก้โดยบุช ซึ่งเซ็นกฎระเบียบออกมามากมาย ที่ให้เขาภายใต้อำนาจที่กฎหมายให้ประธานาธิบดี และภายใต้กฎหมายที่ออกมาต่อต้านการก่อการร้ายโดยเฉพาะ ถ้าให้ลงในรายระเอียด กฎหมายอันหนึ่งคือ Executive Order on the War on Terrorism คืออะไรก็ตามที่ตกไปอยู่ใต้คำสั่งต่อต้านการก่อการร้ายและการแพร่กระจายของอาวุธร้ายแรงแล้ว พูดง่ายๆ ประธานาธิบดีคุมเกมอยู่ คนอื่นไม่ต้องจุ้นมากนัก

 

สิ่งเหล่านี้มันเรียกร้องกับนักประชาธิปไตยเหลือเกิน ว่ามันมากไปไหม ในถานะที่ผมอยู่ฝ่ายความมั่นคง ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่บุชทำดีต่อสงครามเหลือเกิน เพราะภัยก่อการร้ายนั้น อันตรายมากจริง บุชควรมีโอกาสปราบปรามมันอย่างจริงจัง ไม่ต้องพูดนะครับ ถ้าให้ยกตัวอย่าง ว่าถ้าอิหร่านมีระเบิดนิวเครียร์เมื่อไหร่ โลกวุ่นวายตายแน่นอน แต่ในอีกแง่ การมีสภาคุมอีกทีก็อาจจะเป็นสิ่งที่ดีได้ เพราะเริ่มเลย ถ้าดูสิ่งล่าสุดที่พวกรบพิเศษทำกันอยู่ในสงครามกับพวกก่อการร้าย คือการตั้ง “แก้ง” การก่อการร้ายขึ้นมาเองโดยพวกรบพิเศษ ฝึกเขาขึ้นมาในการก่อการร้าย แล้ว ส่งพวกนี้เข้าไปเป็นพวกกับฝ่ายก่อการร้ายจริง แฝงตัวเข้าไป แล้วก้ไปทำลายฝ่ายก่อการร้ายจริงในที่สุด คือคำถามของผมก็ง่ายๆ คือหลังจากภารกิจ เกิดอะไรขึ้นกับ แก้ง พวกนี้ นี่อาจจะเป็นคำถามที่สภาอาจจะถามก็ได้ ซึ่งก็เป็นคำถามที่ดี แล้วอย่าลืมนะครับ ในเมกามีการปล่อยให้พวกรบพิเศษ ทั้งของทหารและซีไอเอ ปฏิบัตรภารกิจอย่างลับสุดขีดกันมาก่อน แล้วลงเอยก็กลายเป็นพนักงานลอบสังหารไปเลย คือฆ่าคนเป็นว่าเล่น ทำอะไรเกินเลยมาก เพราะไม่มีคนคุมที่ดี ในบทความของนิวยอร์เกอร์ เขาใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษหลายอันครับ ที่จะวาดภาพว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรตอนนี้ในเมกา ถ้าเปลเป็นไทยก็คือมัน “หมิ่นแหม่ผิดกฎหมาย” แบบที่ซองพองตัวออกจนจะขาดอยู่แล้ว รัมมี่ก็ไม่เลวนักนะครับ เห็นคนกลัวซีไอเอ ก็เลิกใช้ศัพท์แบบ covert operations แล้วเอาศัพท์ทหารที่คนชอบกันแบบ black recon มาใช้แทน คือเล่นกับความรู้สึกดีๆที่คนเมกามีกับทหาร มาใช้เต็มที่

มาเล เพื่อนรัก บุช ในสงคราม

มาเลเป็นเพื่อนรักกับเมกาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เมกาถึงกล้าถ่ายทอดความรู้ให้มาเลมากมาย

มาเลต่อสู้กับภัยก่อการร้ายภายในประเทศมานาน ก็เป็นที่รู้กัน กลุ่มที่เป็นเป้าหมายหลักก็คือพวกที่เป็นศัตรูกับรัฐบาลมาเล แต่มาเลก็ด่านโยบายต่อต้านการก่อการร้ายของเมกา และเมกาโดยรวม มามากและตลอดเวลา เรียกว่ามาเลไม่ใช่เพื่อนที่ดีนักของเมกาก็ว่าได้ และพอมาถึงเรื่องกลุ่มก่อการร้ายไทย ที่ถ้าไปดูประวัติ (ในเวบนี้ก็ได้) จะเห็นชัดว่า ผู้ก่อการร้ายไทย พึ่งพามาเลมาเสมอ เรียกว่ามาเลเป็นบ้านที่สองเลยก็ได้ รัฐบาลมาเลจะไม่รู้สิ่งนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ ความสำพันธ์ระหว่างไทยและมาเลเป็นเรื่องหนึ่ง นโยบายของประเทศมาเลเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ในแง่ของผลประโยชน์ของมาเล ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องราชการลับของมาเล ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง การที่คนมาเลให้ความช่วยเหลือกลุ่มการก่อการร้ายไทย เท่าที่เห็น แทนที่มาเลจะเข้าไปสกัดอย่างจริงจัง มาเลกลับไม่เอาจริงเอาจัง อาจจะยังเร็วไปถ้าจะสรุปว่ามาเลสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไทย แต่ในทางอ้อมแล้ว มาเลเย็นกับเรื่องร้อนนี้ของไทยเหลือเกิน ก็ต้องถามว่า ทำไมเมกา ถึงกล้าถ่ายทอดวิชาชั้นสูง ในด้านการต่อต้านการก่อการร้ายให้มาเล จนถึงกับสนับสนุนศูนย์กลางต่อต้านการก่อการร้าย ASEAN ขึ้นมาในมาเล ถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้ ว่ามาเลอยู่เบื้อหลังฝ่ายก่อการร้าย แบบในไทยหรือเปล่า

เรื่องความรู้กับการก่อการร้ายนี่เป็นดาบสองคม วิชาแรกๆเลยที่เมกาสอน ที่ศูนย์นี้ในมาเล คือเรื่องการสกัดเงินสนับสนุนการก่อการร้าย ถ้าให้ผมให้คะแนน มาเลสอบตกไปแล้ว เพราะหลังจากได้วิชาไป หลังจากไทยส่งสัญญาณให้มาเลมาไม่รู้กี่รอบแล้ว ว่าคนมาเลสนับสนุนฝ่ายก่อการร้ายไทย แทบทุกทางและทางการเงินด้วย มาเลกลับเงียบ จนด้านความมั่นคงไทยทนไม่ไหว จนถึงขนาดฝ่ายความมั่นคงไทย เรียกนักหนังสือพิมพ์ไทยเข้าไปคุยให้ข่าว แล้วฝ่ายความมั่นคงไทย ก็ด่ามาเลออกมาทางอ้อมแบบตรงๆเลย จนความสำพันธ์ระหว่างประเทศไทยและมาเลแย่ลงไป แต่มาเลก็เฉย ขู่จะฟ้องหนังสือพิมพ์ไทย ปฏิเสททุกอย่าง จนในที่สุด มีนักการเมืองมาเลเอง ที่มาจากสายไหนไม่รู้ ออกมาพูดเลยว่า มีองค์กรศาสนามุสลิมมาเล ส่งเงินให้พูโลอยู่ และฝ่ายค้านในมาเล มีความสำพันธ์ลึกซึ้ง กับฝ่ายก่อการร้ายไทย ก็ต้องวกกลับมาถามเมกาอีกที ว่าแน่ใจแล้วหรือ ว่าวิชาที่ไปสอนมาเล มันจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด คือถ้า มาเลรู้วิธีสกัดเงิน มาเลก็รู้ถึงวิธี ที่จะใช้หนีการสกัดเงินนั้น คือการสอนถึงวิชาต่อต้านการก่อการร้าย ในมุมกลับ มันก็คือการสอน การก่อการร้ายนั่นเอง

คงไม่ต้องบอกนะว่าฝ่ายความมั่นคงไทย สงสัยในบทบาทของมาเลมากขนาดไหน นักข่าวในแวดวงความมั่นคงไทย ส่วนมากจะเชื่อว่ารัฐบาลมาเล ไม่สนับสนุนโจรใต้ของไทยแน่นอน ในทางตรงๆ แต่ก็เชื่อกันว่า มาเล มีข้อจำกัด เรื่องการเมืองภายในประเทศเอง ถึงช่วยไทยมากนักก็ไม่ได้ แต่ฝ่ายความมั่นคงไทย จะพูดเสมอ ว่า “ข้อจำกัดและความเป็นจริง” ของรัฐบาลและเรื่องภายในมาเลเอง ทำให้มันมองออกยากเหลือเกิน ว่าใครเป็นใคร ใครยืนอยู่กับใคร ช่วยไทยก็จะถูกคนมาเล แถบชายแดนไทยมาเลที่สนับสนุนโจรใต้ไทยกันสุดๆ ด่าเอาได้ง่ายๆ เดี๋ยวจะพลอยไปจุดชนวน ฝ่ายก่อการร้ายมาเลขึ้นมาอีก มาเลถึงเงียบเหลือเกินเวลามาถึงเรื่องไทย แต่โดยสรุป คือองค์กรด้านความมั่นคงของมาเล มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าไว้วางใจเหลือเกิน ก็ต้องกลับมาถามเมกาอีก ว่าทำไมถึงโถมตัวลงไปในมาเลแบบหลับหูหลับตาแบบนี้ แบบเอาวิชาต่อต้านการก่อการร้าย “ชั้นสูง” ไปสอนให้เลย พูดง่ายๆ ฝ่ายความมั่นคงไทยต้อง “ปวดหัว” มากขึ้น กับการเกะรอยฝ่ายความมั่นคงของมาเล เพราะมาเลเก่งขึ้นมากตลอดเวลา

ผู้อ่านต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่าผมมองมาเลในแง่ร้าย จนอาจจะทำให้บทความนี้ “ผิด” เอาง่ายๆ แต่ผมลองถามตัวเองว่าเมกาทำอย่างนั้นทำไม ก็หาคำตอบยากเหลือเกิน ตั้งในไทยไม่ได้แน่ เพราะหนังสือพิมพ์แบบ ผู้จัดการ ไม่เล่นด้วยแบบสุดๆ แต่ทำไมไปตั้งในเมืองผินไม่ได้ หรือสิงคโปร์ก็ได้ ฉนั้นมันต้องเป็นนโยบายที่เฉพาะเจาะจงลงมาเลยว่าจะตั้งในมาเล เมกาอาจต้องการเจาะมาเล สร้างความสำพันธ์ที่ดีกับมาเล โน้มเอียงมาเล เห็นมาเลเป็นจุดสำคัญในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย หรืออะไรก็แล้วแต่ เหตุผลมันมากมายเหลือเกิน อาจจะมากจนทำให้เมกา ลืมคิดไปว่า มันไม่แน่นอนจริงๆนะกับมาเล ว่าวิชาที่สอนเขาไป มันจะวิ่งไปที่ไหน สำหรับฝ่ายความมั่นคงไทย ผมคิดว่า วิชา ต้องแข็งและดีขึ้นตลอดเวลา แล้วเวลาไปเรียนอะไรในมาเล ก็อย่ามองว่าเขาเป็นเพื่อนที่ดีนะครับ

มองสงครามของบุช

วิจัยสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ของบุช

ความเห็นของเรา เรื่องสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ของเมกา ณ จุดนี้

เซียงเส้าหลง นักเขียนมือหนึ่งของผู้จัดการ พูดเสมอว่านักข่าวควรมองทั้งป่า ไม่ใช่มองแต่ว่าใครล้มต้นไม้อะไรอยู่ ก็เป็นสิ่งที่นักข่าวหรือคนทั่วไปทำกันได้ยากเหลือเกิน แต่ในการนำเสนอ “ความเห็นของเรา” เราจะพยายามเต็มที่ ที่จะมองทั้งป่า ของสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ของเมกา ณ จุดนี้ ถ้าพูดกันถึงทฤษฏี ที่ว่าการก่อการร้ายเกิดจากอะไร จริงๆแล้วมีอยู่สามสี่มุมมองเท่านั้น มุมมองแรกคือนี่เป็นเรื่องการกดขี่ทางการเมือง มุมมองสองคือนี่เป็นเรื่องของการกดขี่ทางเศรษฐกิจ มุมมองที่สามคือนี่เป็นเรื่องการกดขี่ทางวัฒนธรรม มุมมองที่สี่คือเพราะการก่อการร้าย “ได้ผล” ก่อนจะเสนอความเห็นของเรา ที่จะโยงมาถึงสาเหตุของการก่อการร้าย เราขอพูดก่อนถึงสงครามอันนี้ของบุช เพราะสิ่งนี้จะช่วยระบุออกมา ว่าบุชตรงเป้าตรงไหน และ พลาดเป้าตรงไหน

ที่เราบอกว่าการก่อการร้ายได้ผล ผู้อ่านบางท่านอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ในวงการความมั่นคงแล้ว การก่อการร้ายได้ผลจริงๆ ไม่ต้องบอกกันมากนะครับ ว่าในโลกมุสลิม โอซามา บิน ลาเดน ได้กลายเป็นฮีโร่ไปแล้ว ที่สามารถโจมตีเมกาได้อย่างรุนแรง และเข้าถึงหัวใจคนเมกาเลย สิ่งที่ทำให้การก่อการร้ายได้ผล เพราะเป็นเรื่องของ Surprise Attack หรือการโจมตี โดยคนถูกโจมตี ไม่รู้มาก่อน ถ้าเราแยกออกจากกัน เราจะเห็นได้ว่า การก่อการร้ายมีอยู่สองส่วนสำคัญ คือ Surprise และ Attack ถ้าเรากลับไปมองการทำสงครามของบุช เราก็จะเห็นชัดเลยว่า มุ่งอยู่กับสองจุดนี้ คือทำยังไงก็ได้ ที่จะไม่ให้มี Surprise และ Attack อันแรกก็เป็นเกมของข่าวกรอง อันที่สองก็เป็นเกมของทหาร เราเห็นกันนะครับ ที่บุชบุกอัฟกันและอิรัก ซึ่งเป็นเกมของทหาร เพื่อหยุดยั้ง Attack และเราก็เห็นกันนะครับ ว่ามีมาตรการออกมามากมาย ในเกมของข่าวกรอง ที่จะหยุดยั้ง Surprise

แต่ถ้าเราเอาสองอย่างมารวมกันอีกที คือให้เป็น Surprise Attack เราก็จะเห็นชัดขึ้นนะครับ ว่านี่คือเรื่องของ “การแข่งขันทางเวลา” ระหว่างฝ่ายก่อการร้าย และ ฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย ตัวอย่างคือเราจะเห็นเลยนะครับ ว่าบิน ลาเดน วางแผน 9/11 มาเป็นปีเลย ในระหว่างนี้ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย ที่จะมี ในการหยุด บิน ลาเดนให้ได้ ทั้งสองฝ่ายแข่งกับเวลาอยู่ ผมพูดเรื่องเวลาเพราะบุชดูจะเข้าใจจุดนี้ดีมาก ผู้อ่าน //thai-anti-terrorism.pantown.com มานาน คงเห็นเรื่องวุ่นๆในซีไอเอและเพนตาก้อนนะครับ แต่สรุปคือเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นเพราะบุชต้องการ “ร่นเวลา” ที่จะให้ฝ่ายก่อการร้าย ได้บรรลุถึงเป้าหมาย Surprise Attack เข้ามา พูดง่ายๆไม่ให้เขามีเวลาวางแผนและนำแผนมาใช้ ณ วันนี้บุชมีกองกำลังรบพิเศษ ที่เพียบพร้อมไปด้วยข้อมูลที่เคยเป็นของซีไอเอและปัจจัยรบอื่น ที่ขึ้นตรงกับเขา ไม่ต้องไปผ่านสภา ที่จะส่งไปที่ไหนก็ได้ในโลก และทำอะไรก็ได้ และภายในพริบตาเดียว ในด้านซีไอเอ ที่รับผิดชอบเกมของข่าวกรอง หรือ Surprise ถึงซีไอเอจะบอบช้ำมากตอนนี้ ก็เหลืออยู่แต่ ไดเรกเตอร์ของอินเทลลิเจ้น เท่านั้น ที่พอจะมีเขี้ยวเล็บเหลืออยู่ ก็แน่นอนว่าซีไอเอ ต้องโพกัสไปตรงนี้ เพราะไม่เหลืออะไรอีกแล้วในองค์กร ก็เป็นการบังคับหรือปฏิรูปซีไอเออย่างยิ่งใหญ่ ให้หันมาหาข่าวกรองอย่างเดียว โดยเฉพาะข่าวกรองที่หยุดฝ่ายก่อการร้ายได้ ถ้าผู้อ่านตามเรื่องก่อการร้าย จะเห็นนะครับ ว่าเดี๋ยวนี้ พูดกันถึงเรื่อง “เวลา” ตลอด เช่นอีกกี่เดือนอิหร่านถึงจะมีระเบิดนิวเครียร์ได้ หรือบิน ลาเดน ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะเล่นสงครามชีวภาพได้ ด้วยอุปกรณ์ที่ขายอยู่บนตลาด ไปไกลกันถึงว่าถ้าเราเอาอุปกรณ์นี้ออกจากตลาด บิน ลาเดน จะเสียเวลาไปกี่เดือนกี่วัน หรือจะมีอุปกรณ์ใหม่ออกมาไหม ที่เราต้องไม่ให้ขายกันบนตลาด

คนที่ติดตามการก่อการร้ายในภาคใต้ของเราเองมา จะสังเกตเห็นนะครับ ว่าครูสอนศาสนาที่ไม่ดี พวกหัวกระทิแบบ บิน ลาเดน และพวกหลงผิดง่ายๆแบบคนอายุน้อย รวมกันเป็นระเบิดที่ทักษิณ ต้องการปลดชนวนให้ได้ ก็ด้วยการสาดน้ำลงไป ผมไม่ขอลงในรายละเอียด แต่จะเห็นได้ว่า ทักษิณต้องการกำจัด ชนวนทางวัฒนธรรม ชนวนทางการเมือง และชนวนทางเศรษฐกิจ ภาคใต้ไทยนั้นเล็กมาก และทักษิณอาจจะทำได้ แต่ถ้าเรามาดูสมรภูมิรบของเมกาแล้ว ของเมกาใหญ่โตมาก ใหญ่จนเมการาดน้ำลงไปไม่ได้ เศรษฐกิจของอิรักและอัฟกันเป็นตัวอย่าง เมกาไม่มีทางทำให้รุ่งขึ้นมาได้แน่นอน แต่จากตัวอย่าง เราก็พอเห็นนะครับ ว่าฝ่ายก่อการร้าย ก็มีหัว มีตรงกลางหรือตัว และก็มีแขนขาหรือส่วนล่าง

ในสมรภูมิใหญ่ของเมกา ก็มีสมรภูมิเล็กลงไปอีก ที่เมกาจะเลือกเล่นได้ เช่นการบุกอัฟกัน อาจจะเรียกได้ว่าเจาะไปที่ตรงกลาง ของฝ่ายก่อการร้าย เพราะเป็นที่ฝึกสำคัญ ว่ากันว่า บิน ลาเดน ฝึกนักรบก่อการร้ายไปประมาณ 70000 คนทีเดียวในอัฟกัน ในสมรภูมิย่อยอีกอัน บุชก็ได้พยายามนำสันติภาพมาสู่ปาเลสไตน์และอิสราเอล ถึงขนาดพร้อมเปิดทำเนียบขาวให้ผู้นำปาเลสไตน์คนใหม่ นอกจากนี้เมกายังพูดย้ำเสมอว่าประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่เมกาอยากเห็นในตะวันออกกลาง บุชก็พยายามนำสิ่งนี้มาให้อิรักและอัฟกันอยู่ ส่วนเรื่องบุกอิรัก หลายคนมองว่าเป็นเรื่องคุมน้ำมัน แต่จริงๆก็เป็นเรื่อง “วางตัว” เพื่อคุมยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลางของเมกาเหมือนกัน ก็พอเห็นนะครับ ว่าบุชก็เข้าใจถึงต้นตอของปัญหาก่อการร้ายเหมือนกัน แต่สมรภูมิของบุชใหญ่มาก อาจจะใหญ่จนบุชทำอะไรไม่ได้มากนัก ก็ไม่ต้องสงสัยมากนักนะครับ ว่าทำไมเมกาถึงมุ่งมั่นกำจัดหัว แบบ บิน ลาเดน อย่างเดียว แล้วก็เน้นบริหหาร Surprise Attack ก็เพราะอย่างอื่นทำไมได้มากเท่านั้นเอง หลายท่านอาจกำลังสงสัย ว่าจริงๆแล้ว การบุกอิรัก ไม่ใช่การใส่ไฟ ให้ฝ่ายก่อการร้ายหรือ และจริงๆบุชพลาดมากในเรื่องนี้ ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ ที่แน่นอนคือว่าอิรักได้กลายเป็นกึ่งเมืองขึ้นของเมกาไปแล้ว ก็มีผลประโยชน์ได้เหมือนกันนะครับ ในสงครามกับการก่อการร้าย โดยเฉพาะถ้าเรามองข้ามช๊อตไป ไปที่ว่าชาวมุสลิม ก็ไม่ชอบเมกาอยู่แล้ว แล้วเมกาก็เปลี่ยนความคิดนี้ไม่ได้ พูดอีกนัย คือเมกาไม่เสียอะไรเลย ว่ากันว่าการยึดอิรัก ทำให้ซีเรียเปลี่ยนบทบาทตัวเองเลย เลิกสนับสนุนฝ่ายก่อการร้ายแบบข้ามคืนเลย อิหร่าน ซึ่งแผลงกำลังอยู่ในขณะนี้ อย่างน้อยๆก็ต้องคิดมาดขึ้นหละครับ

แต่มีอีกป่าใหญ่ก่อนผมสรุปนะครับที่ต้องพูดถึง คือผู้อ่านบางท่านคงมองว่าการก่อการร้ายไม่ได้ผลแน่นอนในระยะยาว ถ้าคนที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี “ไม่ยอมแพ้” เมกาและบุชนั้นไม่ยอมแพ้แน่นอน เหมือนทักษิณบอกว่าไทยไม่ยอมเสียดินแดนแน่นอน ไม่ว่าอะไรก็ตาม ก็วกเข้าประเด็นหลักอีกที คือการก่อการร้ายได้ผล ยังอาจเร็วไปนะครับที่จะสรุปว่าได้ผลหรือไม่ บิน ลาเดน อาจจะโจมตีเมกาสำเหร็จอีกหน จนคนเมกาเปลี่ยนนโยบายในตะวันออกกลางไปเลย แต่ที่เราเห็น เช่นในสงครามระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอล จะเห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่าย ที่ก็ใช้การก่อการร้ายต่ออีกฝ่ายมาตลอด จนแยกไม่ออกแล้วว่าใครเริ่มกันแน่ มาตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายก็ทบทวนกันอยู่ ว่าการก่อการร้ายนั้น “ได้ผล” จริงหรือเปล่า การที่เมกายึดอิรักและอัฟกัน ก้แน่นอน ว่าต้องมีคนถามเหมือนกัน ว่าการก่อการร้ายนั้น ได้ผลจริงหรือ เมื่อเมกากลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเข้ามาทุกที

ผมก็ไม่มีข้อสรุปมากนักนะครับกับบทความนี้ ถ้าจะให้ผมมองป่าใหญ่ ผมมองว่าเมกาใกล้ยึดทั้งตะวันออกกลางได้แล้ว มากขึ้นทุกที ยึดตะวันออกกลางจะเป็นเป้าหมายจริงของยุทธศาสตร์เมกาหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ที่แน่นอน “มันมากับและในนาม” ของสงครามต่อต้านการก่อการร้ายนะครับ และใครก็ตามที่ศึกษาวัฒนธรรมของเมกา จะเห็นนะครับ ว่าเมกา “ชอบ” เรื่อง “ต่อสู้กับภัยจากข้างนอก” อย่างนี้จริงๆ

บุชมองอิหร่าน

บุชส่งคอมแมนโดเข้าอิหร่านจริงหรือ

นึกไว้แล้วว่าบุชไม่หยุดอยู่กับอิรักแน่นอนแต่ต้องมองอิหร่านอยู่ ถ้าจริงคนไทย ก็เตรียมรับมือตลาดหุ้นตกและน้ำมันแพงได้อีกครั้ง

ก็เป็นข่าวออกมาจนได้ ใน นิวยอร์คเก้อร์ ในบทความของนักเขียนพูลิตเซอร์ ชื่อเฮร์ช ที่บอกว่าบุชมีแผนก่อสงครามกับอิหร่าน โดยในตอนนี้ ได้ส่งคอมแมนโดเข้าไปในอิหร่านแล้ว เพื่อหาเป้าหมายโจมตี เช่น โรงงานนิวเครียร์ เคมี และจรวดของอิหร่าน หลังข่าวออกมา เพนตาก้อนก็ออกมาปฏิเสทเป็นวรรคเป็นเวร แต่ก็ไม่ได้พูดคำปฏิเสทแบบที่สุดของที่สุดในถาษาอังกฤษออกมา คือคำว่า “categorically deny” จนคนมึนกันไปทั่วแล้ว ว่าข่าวของเฮร์ช นี้จริงหรือเท็จกันแน่ ผนวกเข้า เมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง มีข่าวออกมาว่าทั้งซีไอเอและเพนตาก่อน จะเริ่มปล่อยข่าวเท็จออกมาอีกครั้ง ในสงครามจิตวิทยาใหม่ หลังจากเลิกทำอย่างนี้มานานเพราะไปๆมาๆคนเลิกเชื่อทั้งสององค์กรไปเลย แต่ข่าวนี้น่าจะมีมูลความจริงอยู่บ้างเพราะในคำปฏิเสทของเพนตาก่อน ก็แฝงไว้ด้วยคำพูดแบบว่า “โลกควรมองอิหร่านด้วยสายตาที่มุ่งมั่นมากขึ้นเพราะอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและกำลังสร้างอาวุธร้ายแรงอยู่” อีกประเด็นที่น่าจะทำให้ข้อมูลมีน้ำหนักมากขึ้นหรือลดลง ซึ่งก็แล้วแต่มุมมอง คือแหล่งข่าวของเฮร์ช ที่เขาอ้าง ก็คือข่าวกรอง พูดในๆก็ซีไอเอนั่นเอง

ก็เป็นที่รู้กันดีแล้ว สำหรับคนติดตาม //thai-anti-terrorism.pantown.com ว่าซีไอเอกับเพนตาก้อนตีกันอยู่ในขณะนี้ และบุชได้รวบอำนาจ ของทั้งซีไอเอและเพนตาก้อน เข้ามาไว้กับตัวเอง อย่างไม่เคยมีมาก่อน การปล่อยข่าวแบบนี้ของซีไอเอ ดูออกจะแปลก แต่เฮร์ชบอกว่าซีไอเอ ไม่เห็นด้วยกับสงครามในอิหร่านและต้องการยุบแผนนั้นเสียโดยการปล่อยข่าวออกมา ซีไอเอได้ให้อาวุธเฮร์ชไว้มากมายในการ “ลดทอน” อำนาจของบุช ไว้ในข้อมูลที่สนับสนุนเฮอร์ชในบทความ ถ้าจริง เช่นโจมตีบุชว่าใช้คอมแมนโดอย่างลับๆไม่ไห้สภารู้ เป็นต้น ก็ตรงกับเรื่องซีไอเอและเพนตาก้อนตีกันพอดี ประเด็นต่อเนื่องสุดท้ายเรื่องเชื่อหรือไม่เชื่อดี ก็คือ เป็นข่าวออกมาเรื่อยๆว่าเพนตาก้อน ต้องการมีบทบาทมากขึ้น ในการทำสงครามกับการก่อการร้ายและการแพร่กระจายของอาวุธร้ายแรง ลองดูในหน้า “บทความของเจ้าบ้าน” ที่ //thai-anti-terrorism.pantown.com ก็ได้ ส่วนบุชนั้นยังไม่เลือกระหว่างซีไอเอหรือเพนตาก้อน แต่ตามรายงานของเฮร์ช ถ้ารายงานเขาจริง บุชได้เลือกเพนตาก้อนแล้ว ที่สำคัญเพราะก่อนหน้านี้ เพนตาก้อนได้ขอบุช ว่าต้องการใช้ทหารจัดการกับปัญหาการก่อการร้ายและอาวุธร้ายแรงมากขึ้น ก็ออกมาตรงกับข่าวพอดีว่าบุชส่งคอมแมนโดเข้าไปในอิหร่านแล้ว แทนที่จะใช้ซีไอเอ ทั้งหมดที่เขียนมา เป็นโลกแห่งวงการหนังสือข่าวสาร ต่อไปผมขอพูดถึงโลกของความเป็นจริงบ้าง

ข่าวนี้จะกระทบสองสามอย่าง อย่างแรง นี่ไม่นับนะว่าข่าวนี้อาจทำให้คนรักสันติภาพในเมการวมตัวกันประท้วงใหญ่อีกหรือเปล่า หรือคนสนับสนุนรวมตัวกันเอาใจช่วยบุช อะไรก็แล้วแต่ ข่าวนี้สงสัญญานให้อิสราเอล ว่าเมกาสนับสนุนอยู่ ถ้าอิสราเอลโจมตีโรงงานนิวเครียร์ โรงงานเคมี หรือโรงงานจรวดของอิหร่าน เรื่องนี้น่ากลัวเพราะอิสราเอลบอกว่าปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธร้ายแรงและโจมตีอิสราเอลไม่ได้ ถ้าอิสราเอลโจมตีอิหร่านจริง สงครามตะวันออกกลางอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่แน่นอนถ้าเมกาให้ท้ายการโจมตี ใครจะกล้าหือกับเมกา ส่วนที่สองคือการทูตระหว่างประเทศที่มีกับอิหร่าน เพื่อให้เขายกเลิกโครงการนิวเครียร์ ก็มาถึงจุดที่อิหร่านบอกว่าพร้อมหยุดถ้าได้รับความสนับสนุนในด้านอื่นบ้าง ปัญหาคือเมกาไม่เล่นด้วยกับเกมนี้ของยุโรปเลย ก็เป็นอันว่าความสำพันธ์ระหว่างสองขั้งของตะวันตก จะแย่ขึ้นอีกครั้งถ้าเมกาโจมตีอิหร่าน สุดท้าย ในผลกระทบทั่วโลก คือภายในอิหร่านเอง ที่ก็มีกันอยู่สองสามขั้ว จนเมกามองว่า ถ้าโจมตีอิหร่านขึ้นมาจริงๆ ขั้วของพวกครั่งศาสนาจะพังลง และขั้วของปัญญาชนจะเข้ามาแทนที่ ก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันที่เมกามองแบบนี้เพราะมันเชิญชวนให้บุกอิหร่านเหลือเกิน

ที่แน่นอนที่สุด การปล่อยข่าวนี้ออกมา สะเทือนถึงบุชแน่นอน และการครอบงำซีไอเอและเพนตาก้อนของเขา รวบไปถึงการควบคุมขุมกำลังอำนาจของทหารเมกา ที่เขาอาจจะจงใจใช้ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา ที่แน่ๆ คือหลังจากบทความนี้ได้ถูกเขียนออกมา มือที่อิสระของบุช อาจจะทำอะไรลำบากขึ้น เพราะแน่นอน สภาต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไตร่สวนเรื่องนี้ ก็อาจจะเป็นผลสำเหร็จของซีไอเอ ที่ถูกบุชใช้หมากเหนือเมฆต้อนจนมุมมาตลอดเวลา แต่ที่เราๆสงสัยอยู่ คือเรื่องบุชส่งคอมแมนโดเข้าอิหร่านจริงหรือไม่นั้น และบุชมีเป้าหมายทำสงครามกับอิหร่านหรือเปล่า เราคนไทยก็ได้แต่หวังกันนะครับ ว่าข่าวทั้งหมดมันเป็นเรื่องตีกันระหว่างซีไอเอกับเพนตาก้อน และไม่ใช่เรื่องจริง ท่านผู้อ่านเชิญสรุปกันเอาเองครับ ถ้าให้ผมสรุป ผมคิดว่าถ้ายุโรปไม่สามารถคุยกับบุชรู้เรื่อง ในเรื่องอิหร่าน ผมว่าบุชคงจะโจมตีบางเป้าหมายแน่นอนครับ แต่คงไม่ถึงกับมีสงครามหลอกครับ สาเหตุก็เพราะอิรักยังเอาไม่อยู่เลย งานนี้ต้องจบก่อนครับ เมกาถึงจะไปงานใหม่