Democratic Database

ข้อมูล และ บทความ สำหรับ นักประชาธิปไตย

  "หาสาระอ่าน หาทวีวุฒิอ่าน" 

เรื่องของผมมัน ไม่ยาว...................จาก การเริ่มต้น ก้าวน้อยๆ หลังจบ MBA มาจากสหรัฐ ที่ทำข่าวไม่เป็น แต่ใจรัก มาเป็น นักข่าวอาวุโส Bangkok Post มาเป็น นักข่าวสายธนาคารชาติ Asia Times ในเครือ ผู้จัดการ มาเป็น หัวหน้า กอง บก Business Day มาเป็น คอลลั่มน์นิส สายความมั่นคง กรุงเทพธุรกิจ และสุดท้าย เป็น หัวหน้า กอง บก นิติยสาร Chief Information Officer Forum จากวันพวกนั้น ล่าสุด ก็ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ โดย นายกทักษิณ ของไทย ใน หนังสือขายดี ที่แปลเป็น 6 ภาษาแล้ว คือ Thaksin: 24 Hours After the Coup ว่าเป็น "คนแรก" ที่เตือนเขา ว่าจะมีปฏิวัติ ยึดอำนาจเขา ที่เขาเห็น ผ่านการเขียน ของผม............ก็มีอยู่แค่นี้ นอกจากว่า ที่ "ข่าวสด" เขียนด่าผม ว่าเพราะ สิ่งที่ผมเขียน ไปปรากฏอยู่ทั่วไปหมด ตามกระดานกระทู้ คงเป็นเพราะผม "ตกงานจนเวลาว่างมาก" ก็ด่าได้แสบจริงๆ แต่จริงๆแล้ว คนอื่นเขาชอบเลยเอาไปลงกันครับ ส่วนเวลาทำเว็บพวกนี้ น้องทันคนทันข่าวเขาทำหมด ครับ 

 
สำหรับนักประชาธิปไตย "เสริมความรู้"
 


รายงานสุดกระชับ ในหน้า Site Map

  • ทักษิณพูดเรื่อง การเรียนรู้ทั้งชีวิต
  • คนดี คนเลว คนเก่ง และ ประชาธิปไตย
  • คุณธรรมในประชาธิปไตย
  • ความสามัคคีและการทำลายล้าง
  • ชาวบ้านโง่ หรือชาวบ้านฉลาด
  • หลักการประชาธิปไตย
Prachathai Out of Money!....Help Them Now!
Stop Manager-On-Lie Now!
Support Chakrapop Penkae Fight for Freedom of Expression!
PTV....Yeh....Yeh....Yeh...Yeh...
No to Ultra-Nationalism!.....Ultra Royalist!.....Ultra Activist Courts!

 

มุมหัวกระทิ

 

  • อาจารย์ ชูรัศ วิพากษ์ ทุ่มแสนล้านสร้างระบบป้องกัน นักการเมือง ปล้นกระดาษ รีมเดียว
  • อาจารย์ พงย์เลิศ วิพากษ์ ปชช ภายใต้ปีก พันธมิตร
  • อาจารย์ประสิทธิ วิพากษ์ ศาลรัชธรรมนูญ สุดตีความ แถลงการณ์ร่วมไทยกำพูชา
  • ฟ้าเมืองไทย วิพากษ์ ขวาไทยทำลายประชาธิปไตย
  • ม เที่ยงคืนวิพากษ์ ชาตินิยมเพื่อการเมือง
  • ประชาทรรศ วิพากษ์ ป๋าเล่นผิดบท

 ลิงก์ Think Blog

 

 

ต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญ 2550

วสันต์ ลิมป์เฉลิม

 

หลักนิติธรรมและหลักการประชาธิปไตย

 

เหตุผลสำคัญที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 237 เพราะมาตรานี้บัญญัติโดยขัดกับหลักนิติธรรมและหลักการประชาธิปไตย ตามหลักนิติธรรมซึ่งหมายถึงการปกครองโดยมีเนื้อหาของกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดี (good law) และการมีกลไกบังคับใช้กฎหมายที่ดีด้วยนั้น กฎหมายที่ดีจะไปลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิดไม่ได้ และการบัญญัติโทษต้องต้องได้สัดส่วนกับความผิดนั้น

 

สำหรับ หลักการประชาธิปไตยนั้นถือว่า พรรคการเมืองเป็นสถาบันหลักทางการเมืองทีเดียว พรรคการเมืองเป็นกลไกพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย พรรคมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำหน้าที่รวบรวมผลความคิดเห็น ผลประโยชน์ และความต้องการต่างๆ ของประชาชนไปจัดทำเป็นนโยบาย เสนอแก่ประชาชนในการแข่งขันเลือกตั้ง และเมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะต้องดำเนินการผลักดันนโยบายนั้นๆ ให้บรรลุผล พรรคการเมืองจึงเป็นองค์กรตัวแทนเจตจำนงของประชาชนอันหลากหลายซึ่งนำไปสู่ วิถีการเมืองแบบสันติในรัฐสภา ด้วยเหตุนี้ ในประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย ไม่มีกฎหมายที่จะให้มีการยุบพรรคกระทำได้ง่ายดาย อาจพูดเป็นสำนวนว่า ยุบพรรคง่าย ก็ทำลายประชาธิปไตยง่าย ทำลายพรรคก็เท่ากับทำลายประชาธิปไตย

 

ใน ประเทศที่ยึดหลักประชาธิปไตยนั้น เหตุผลในการยุบพรรคการเมืองจะมาจากเหตุผลเดียวคือ พรรคการเมืองนั้นไมได้ต้องการระเบียบทางการเมืองแบบประชาธิปไตย แต่ต้องการโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยเสียเอง ยกตัวอย่างเช่น พรรคนาซี พรรคคอมมิวนิสต์ในเยอรมนี ซึ่งทั้งสองพรรคต่างประกาศชัดเจนที่จะไม่เอาระบอบประชาธิปไตย ในกรณีสหรัฐฯ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่า ตราบใดที่ไม่ได้มีการกระทำที่เป็นโค่นล้มระบอบประชาธิปไตย การเผยแพร่แนวคิดอุดมการณ์ที่ต่างจากระบอบประชาธิปไตยยังได้รับการยอมรับว่า เป็นเสรีภาพทางความคิดเห็น

 

ที่มาที่น่าเคลือบแคลงของรัฐธรรมนูญมาตรานี้

 

เท่า ที่ทราบ ในชั้นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ การปรากฏของมาตรานี้ถูกเสนอเข้ามาอย่างเงียบๆ ในตอนท้ายและไม่มีการถกอภิปรายประเด็นนี้นัก ผู้ผลักดันมาตรานี้คือบุคคลซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตุลาการศาล รัฐธรรมนูญเองอีกด้วย

 

รัฐธรรมนูญมาตรานี้สะท้อนแนวคิดของคณะรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่ออกประกาศ คปค. ฉบับที่ 27 ซึ่งเป็นการเขียนกฎหมายย้อนหลังให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการพรรคที่ ถูกยุบ และตุลาการรัฐธรรมนูญก็ได้ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย โดยใช้กฎหมายย้อนหลังดังกล่าวซึ่งขัดกับหลักนิติธรรม ไปแล้วเมื่อ 30 พฤษภาคม 2550

 

ปัญหาที่น่าวิตกของ มาตรา 237 คือ การกำหนดเกมต่อสู้ทางเมืองแบบที่วาง ธงไว้ก่อน และทำทุกอย่างให้ไปตามธงนั้น ขณะนี้เหตุการณ์ได้คลี่คลายใกล้ให้เป็นไปตามนั้นแล้วอย่างสมบูรณ์

 

ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่การแก้รัฐธรรมนูญเป็นการหนีความผิด ประเด็นคือมาตรานี้ไปครอบคลุมให้คนไม่ผิดต้องผิด

 

พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มพันธมิตร สื่อมวลชนและ นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 เป็นการหลีกเลี่ยงความผิดที่ได้กระทำไว้

 

ผู้ เขียนเห็นว่า ฝ่ายที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ไม่ได้พิจารณาเหตุผลในเชิงหลักการที่สำคัญว่า การบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรานี้ขัดกับหลักนิติธรรมและหลักประชาธิปไตย การที่รัฐธรรมนูญผูกปมปัญหาทางกฎหมายและการเมืองนี้ไว้เองต่างหากที่เป็น สาเหตุของปัญหาประชาธิปไตยไทยในปัจจุบัน ใครก็ตามที่วางใจนิ่งๆ ลองทิ้งการติดยึดกับทุกพรรคลงไป ไม่ว่าพรรคพลังประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคใดๆ แล้วไตร่ตรองโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์เฉพาะของพรรคใดเลย ก็สามารถได้คำตอบได้เช่นกันว่า กฎหมายไม่ควรบัญญัติโทษให้กับผู้ที่ไม่ได้กระทำผิด กฎหมายที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมในที่สุดในระยะยาวแล้วจะก่อโทษให้แก่ แม้ผู้ที่ได้ประโยชน์เฉพาะหน้าจากกฎหมายนั้นเอง

 

การ แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรานี้เพื่อให้คงไว้ซึ่งความยุติธรรม ฝ่ายที่คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญอ้างว่า มาตรานี้เจตนาใช้ยาแรง แต่ความจริงคือเป็นการใช้ยาแรงกับคนที่ไม่ได้ป่วยเลย ซึ่งผลกลับทำให้ผู้ไม่เจ็บป่วยต้องได้ผลร้ายจากยา

 

ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยแก้โดยยึดการเคารพกติกา

 

ฝ่าย คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญอ้างว่า การแก้ไขมาตรา 237 จะนำมาซึ่งความไม่พอใจของประชาชน และก่อให้เกิดกระแสความขัดแย้งในสังคมอีกครั้ง ผู้เขียนเห็นว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแสดงเหตุผลโต้แย้งได้เต็มที่ภายใต้ กรอบของกฎหมาย แต่รัฐบาลมีสิทธิโดยชอบตามรัฐธรรมนูญในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ฝ่ายที่คัดค้านอ้างว่า ประชาชนส่วนใหญ่ลงมติรับรัฐธรรมนูญนี้มา แต่เป็นที่ทราบว่า ในการลงประชามติครั้งนั้น เหตุผลผู้ลงมติสนับสนุนรัฐธรรมนูญจำนวนไม่น้อยเพราะต้องการให้มีการเลือก ตั้ง ปัญหาของมาตรา 237 ไม่ได้ถูกชี้ความสำคัญให้ประชาชนได้พิจารณา ในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชนชนเอง ก็ประกาศนโยบายอย่างเปิดเผยที่จะเข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ่ายที่คัดค้านอ้างว่า บ้านเมืองจะวุ่นวาย แตกแยก ผู้เขียนเห็นว่า ฝ่ายค้านมีส่วนช่วยให้บ้านเมืองไม่วุ่นวายได้ โดยการใช้วิธีการสนทนาด้วยเหตุผล การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ด้วยขั้นตอนของรัฐธรรมนูญเองไม่ได้โยงอะไรกับการที่บ้านเมืองจะวุ่นวาย การสร้างความวุ่นวายต่างหากเป็นกระบวนการที่ไม่ใช้รัฐธรรมนูญ ความวุ่นวายเกิดจากการไม่ใช้เหตุผล แต่ใช้อารมณ์ ใช้อคติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีทางรัฐธรรมนูญคือวิธีที่ไม่วุ่นวาย

 

 มุมสร้างสรรค์และคืนมูลค่าแก่ผู้อ่าน 

การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management

วิกี Knowledge Management

 ไทยตกขอบ องค์ความรู้โลก? 

องค์ความรู้โลก รุดไปข้างหน้าตลอดเวลา!   

ถ้า เปรียบไทยคือองค์กรหนึ่ง ท่านคิดว่าระบบจัดการ องค์ความรู้ หรือ KM "ดี" หรือ "เลว" เช่นไร  ในเมื่อแม้แต่ ความรู้พื้นฐานด้านการปกครองที่ดี คือด้วยประชาธิปไตย ยังไม่ได้การยอมรับ จากคนระดับสูง ในสังคม คือพวกอำมาตรย์

 

ทักษิณผ่านกฏหมายที่มุ่งมั่นที่จะเพิ่มองค์ ความรู้ให้แก่ไทย แบบแผน วิธีปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรา 11 ได้กำหนดเป็นหลักการว่าส่วนราชการต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาความรู้ เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างความมีส่วนร่วมในหมู่ราชการให้ เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

 

เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นพบว่าองค์กรต้องสูญเสียความรู้ไปพร้อมๆ กับการที่บุคลากรลาออกหรือเกษียณ อายุราชการ อันส่งผลกระทบต่อการดำเนินการขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นจากแนวคิดที่มุ่งพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้มาก แต่เพียงอย่างเดียวจึงเปลี่ยนไป และมีคำถามต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้องค์กรได้เรียนรู้ด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการความรู้จึงสัมพันธ์กับเรื่อง องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นอย่างยิ่ง หากองค์กรจะพัฒนาตนเองให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จำเป็นจะต้องบริหารจัดการความรู้ภายในองค์กรให้เป็นระบบเพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้ได้จริงและต่อเนื่อง หากองค์กรใดมีการจัดการความรู้โดยไม่มีการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ก็นับเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม

 

การบริหารจัดการความรู้ มีความซับซ้อนมากกว่าการพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรม เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อภายหลังจากที่บุคลากรมีความรู้ความชำนาญแล้ว องค์กรจะทำอย่างไรให้บุคลากรเหล่านั้นยินดีถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่น และในขั้นตอนสุดท้าย องค์กรจะต้องหาเทคนิคการจัดเก็บความรู้เฉพาะไว้กับองค์กรอย่างมีระบบเพื่อที่จะนำออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐอเมริกายังคงแข่งขันกันหาวิธีบริหารจัดการความรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อให้อยู่ในโลกของการแข่งขันได้สำหรับประเทศไทยนั้นคงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้บริหารที่จะหายุทธวิธีในการดึงความรู้ออกมาจากตัวบุคคล และการกระตุ้นให้บุคลากรถ่ายทอดความรู้ให้เพื่อนร่วมงาน ซึ่งการถ่ายทอดความรู้บางประเภทนั้น การฝึกอบรมอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด อุปสรรคที่มักพบอยู่เสมอของการบริหารจัดการความรู้คือพฤติกรรม "การหวงความรู้" และวัฒนธรรม

 

"การไม่ยอมรับในตัวบุคคล" หากองค์กรสามารถกำจัดจุดอ่อนทั้งสองอย่างนี้ได ้การบริหารจัดการความรู้ก็มิใช่เรื่องยากจนเกินไป สืบเนื่องจากการปฏิรูประบบราชการครั้ง สำคัญที่ผ่านมาเมื่อเดือนตุลาคม 2545 ได้มีการวางกรอบแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินไว้อย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 เป็นเรื่องของการกำหนดขอบเขต แบบแผน วิธีปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรา 11 ได้กำหนดเป็นหลักการว่าส่วนราชการต้องมีหน้าที่ในการพัฒนาความรู้เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งสร้างความมีส่วนร่วมในหมู่ราชการให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

  • มุมมองน่าคิด

    "ครูที่ดี ทำให้การเรียนรู้ สนุก สำหรับนักเรียน เพราะสิ่งสำคัญ คือการสอนให้นักเรียน

    รัก การหาความรู้ไปทั้งชีวิต" กล่าว ทักษิณ ในวันครู

    เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ไทย ที่มีนายกไทย หลุดพ้นจากกรอบ ที่สั้งสอนกันทุกสมัย

    ให้ เป็น "คนดี มีศิลธรรม"

    วิกิ การศึกษา

     

    12 "คนดี และ มีศิลธรรม" ที่ "ไม่เชื่อ" ในประชาธิปไตย

    แต่ สนับสนุน ระบอบอำมาตรย์

    เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?

    วิกี คนดี

      

    ทวีวุฒิ วิพากษ์  “ปรัชญา”

    ของนักคิด ที่มีผลกระทบต่อโลก “วันนี้” ในอันดับต้นๆ
    (เพื่อเป็นตัวอย่างของการ ไม่หลงเชื่อ อะไรง่ายๆ)

    10/4/08 

    • Warren Bennis เจ้าของปรัชญา  “นักบริหารทำถูกวิธี  ผู้นำทำในสิ่งที่ถูก”
    • ด้านลบคือ แปลว่าผลของการกระทำ สำคัญกว่าวิธีทำ  เช่นลองเอาปรัชญานี้ไปใช้ในการผลิตอาวุธของสงครามชีวเคมีดูสิ โลกไม่ตายให้มันรู้กัน
    • Marvin Bowler เจ้าของปรัชญา “ถ้าคุณดูแลลูกค้า กำไรจะดูแลตัวมันเอง”
    • ด้านลบคือ แปลว่าดูแลลูกค้าเพื่อกำไร ไม่ใช่ดูแลลูกค้าด้วยความรักจริง  แล้วเวลาไม่รักอะไรจริง มันจะดูแลให้ดีได้ไง
    • Jim Collins เจ้าของปรัชญา “มีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้องค์กรไม่มีวันตาย”
    • ด้านลบคือ เมื่อไม่มีวันตาย ก็ไม่มีวันเกิดใหม่ เมื่อเกิดใหม่ไม่ได้ คนอื่นก็เกิดแทน แบบ ธุรกิจไฮเทค เช่น เลือกเอา ไม่ตายแต่อยู่แบบ IBM หรือเกิดใหม่ แต่อยู่แบบ Apple
    • Peter Drucker เจ้าของปรัชญา “คุณภาพชีวิต สัติภาพโลก ความก้าวหน้า คือผลของการบริหารที่ดี”
    • ด้านลบคือ มองว่าคนมีอำนาจเหนือทุกอย่าง ก็ลองไปนั่งชายหาดป่าตองตอน Tsunami เข้าดูสิแล้วจะรู้สึก
    • Gary Hamel เจ้าของปรัชญา “เก่งอะไร ก็อย่าไปทำอย่างอื่น”
    • ด้านลบคือ มองว่าคนเราควรเดินอยู่ทางเดียวที่ถนัดที่รู้ทาง ก็ลองไปถามดูสิว่า Christopher Columbus รู้สึกอย่างไรกับความคิดนี้ เพราะเขาออกนอกลู่นอกทางพอดูที่ขึ้นเรือ แล้ววิ่งไปทางที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
    • Kenichi Ohmae เจ้าของปรัชญา “ยุ่นมองระยะยาว ฝรั่งมองระยะสั้น”
    • ด้านลบคือ ในระยะยาว คนเราตายทุกคน ฉะนั้นจะขอมีกิ๊กสักคนสองคน บนหนทางสู่ความตาย แล้วมันหนักหัวใจ
    • Tom Peters เจ้าของปรัชญา “จงเลือกการกระทำ  มากกว่าการวางแผน”
    • ด้านลบคือ พูดง่ายๆระสั้นสำคัญกว่าระยะยาว มีกิ๊กมากเกินไป สงสารลูกเมียหว่ะ
    • Michael Porter เจ้าของปรัชญา “โลกเจริญขึ้น เพราะการแข่งขัน”
    • ด้านลบคือ ประเทศกำลังพัฒนาแบบไทยใจยังไม่เป็นนักกีฬา คือขี้แพ้ชวนตี แพ้แล้วพาล แพ้แล้วโกง ไม่เชื่อลองมาดูพวกอำมาตรย์ในไทยดูสิ
    • Sun Tzu เจ้าของปรัชญา  “ทำสงครามทำลายล้างไปทำไม ถ้าชนะได้ด้วยแล่และกล”
    • ด้านลบคือ ถ้ามันชนะกันง่ายๆ ด้วยเล่และกล มันคงอยากเผชิญหน้ากันมากขึ้น สมัยนี้มันเป็นสมัยของ MAD หรือ Mutual Assured Destruction เพราะอาวุธนิวเครียร
    • Nicolo Machiavelli เจ้าของปรัชญา “อำมาตร อยู่ได้โดย ให้ชนชั้นล่างแบ่งแยก ตีกัน และไม่มีอาวุธ”
    • ด้านลบคือ เขาบอกว่าต้มตุ๋นคนนะทำกันได้ แต่มันทำได้ไม่นานคือไม่ตลอดไป  ไม่เชื่อไปถามบัง แห่ง คมช ดูสิ ยิ่งหาว่าเขาโง่ หลอกได้ง่ายๆ  ยิ่งหลอกใครไม่ได้และคนเขา ฉลาดขึ้น เป็นเงาตามตัว แผนชั่ว
    • Abraham Maslow เจ้าของปรัชญา “บันไดแห่งความต้องการ เริ่มจากอาหาร ขึ้นสู่สมความฝัน”
    • ด้านลบคือ บอกว่าต้องอิ่มก่อน ถึงจะมีความสุข ลองไปถามนักเขียนใส้แห้งบางคนดูสิ  ว่าเขามีความสุขไหม ถึงจะจนฉิบหาย (แบบผม) คำตอบคือ สุขมากๆที่ได้เขียน
  • ข่าวการศึกษา 

     
     
    บทความทั่วไป จากนักคิดนักเขียนไทย
    (ทั้งจาก มุมมองอำมาตรย์ และ ประชาธิปไตย) 
     

     

    Burning Hot Issue 

    ละครน้ำเน่าคือข่าว ข่าวคือละครน้ำเน่า

    วิกิ การข่าว

     

     

    พบสื่อเสนอข่าวการเมืองเป็นละคร สนุกแต่ยังอาจไม่มีสาระเท่าที่ควร [3 ธ.ค. 50 - 04:34]

     

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ธ.ค.) โครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือ มีเดียมอนิเตอร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงผลการสัมมนาปฏิบัติการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อ รอบการศึกษาที่ 15 ในประเด็น “ความเป็นละครในข่าวการเมืองไทย” โดยมีอาจารย์ และนักศึกษาจาก 8 สถาบัน เข้าร่วม

    นางเอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการมีเดียมอนิเตอร์ กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของการจัดสัมมนาครั้งนี้ เพื่อศึกษาภาพรวมของการรายงานข่าวการเมืองโดยเน้นศึกษาค้นหา “ความเป็นละคร” ในเนื้อหาและวิธีการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของอาจารย์ และ นักศึกษา ด้านนิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ เพื่อศึกษาภาพรวมของการรายงานข่าวการเมืองโดยเน้นศึกษาค้นหา “ความเป็นละคร” ในเนื้อหาและวิธีการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางสื่อโทรทัศน์ฟรีทีวี โดยมุ่งหวังให้กิจกรรมนี้ตลอดจนข้อค้นพบจากการศึกษา ได้มีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของคุณภาพการนำเสนอข่าวการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้งของสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ให้เป็นไปเพื่อสร้างประโยชน์ต่อประชาชนที่ควรได้รับข้อมูลข่าวสารที่ให้ประโยชน์ต่อการตัดสินใจที่ดีในทางการเมืองเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งนี้ สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการประกอบด้วย มหาวิทยาลัยมหิดล เกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช และจุฬาฯ (อ่านต่อ)


    ไขปริศนา “ตุลา”

     โดย ทวีวุฒิ จุลวัจนะ

    25 กุมภา 08

    วิกิ สังคมนิยม

    วิกี หมวดหมู่ การเมืองไทย

     

     

    ผมไม่ใช่ Marxist แต่เห็นด้วยกับเขาว่าชนชั้นปกครอง เช่นอำมาตร และ คนใช้แรงงาน ยังไงก็ตาม เป็นธรรมชาติ ที่จะต่อสู้กัน เพื่อแย่งปัจจัยต่างๆในการดำรงชีวิต ที่ผมหยุดตาม Marxist ก็ตรงที่เขาบอกว่า การต่อสู้นี้จะทำให้ ทุนนิยม ล้มสลาย สาเหตุก็เพราะ ทุนนิยม เป็นได้ทั้งเครื่องมือกดขี่ชนชั้นแรงงาน และก็ได้ทั้งเครื่องมือปลดเอกแรงงาน ถ้าไม่เชื่อ ลองดูในประเทศพัฒนาแล้ว ที่ใช้ระบบทุนนิยม ชนชั้นกลางมีมากมาย และช่องว่างรวยจนนั้น แคบลง แต่ผมเชื่อใน Schumpeterian ที่บอกว่า การต่อสู้นี้ ระหว่างสองชนชั้นนี้ ในที่สุดแล้ว ก็จะทำลาย ทุนนิยมลงจริง แต่ไม่ใช่เพราะการต่อสู้ แต่เป็นเพราะ จริยธรรม และ จรรยาบรรณ ของสังคมเสื่อมลง จนในที่สุด เหมือน “งูกินหาง” ที่เริ่มกัดกร่อนสังคม ที่สงบและสมานฉัน

    ทางออกที่ Scumpeterian เสนอไว้ คือว่า ทุนนิยมนั้น จริงๆแล้ว “มีชีวิตอยู่ได้” เพราะ นวัตกรรม หรือ Innovation ที่ทำให้เศรษฐกิจ เดินไปข้างหน้า ได้เร็วพอที่จะตอบสนองความต้องการของทั้ง ชนชั้น ปกครองเช่นอำมาตร และ ชนชั้นแรงงาน แต่เวลาที่สังคมเสื่อมสลายลง ก็เช่นอย่างที่เห็นๆในไทยทุกวันนี้ ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายออก เป็นค่ายๆ ที่ไปทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวสังคมไว้ เช่น ความมีใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะ การยอมรับความจริง เสนอความจริง ความยุติธรรมของสังคม เช่นคือเห็นได้ชัดว่า นิติรัฐละนิติธรรมในไทยแทบไม่เหลืออีกแล้วทุกวันนี้

    ปัญหาที่ Schumpeter เขียนไว้ คือเมื่อ สังคมย่อยยับ และต่อสู้กัน จริงๆแล้วมันเป็น “พลังของการทำลายล้าง” ซึ่งการทำลายล้างนี้ ก็ทำลาย “ความสามารถในการ Innovate หรือ สร้างนวัตกรรม” แน่นอนว่าคำว่า “นวตกรรม” จริงๆแล้ว ก็คือการพัฒนา แล้วการพัฒนา ก็คือการทำลายสิ่งเก่าๆดั้งเดิม และนี่ก็เป็นอีกสาเกตุหลักของ ปัญหาเดือนตุลา ในไทย เพราะสิ่งเก่าๆนั้น พวกเอียงขวามากๆ ไม่อยากให้พัฒนากัน ให้เข้ากับยุคสมัย แต่ต้องการเก็บไว้เหมือนเดิม ก็เช่นสถาบัน เพราะมันหล่อเลี้ยง “พลังขวาจัดเอาไว้”

    คือเมื่อไม่พัฒนา และเปลี่ยนแปลง มันก็เสื่อมลง เช่นเห็นได้ชัดว่า องค์มนตรีแบบป๋า คนส่วนมากในประเทศเกลียดชังมาก นอกจากนี้ยังมีการแอบพูดคุยกันถึงอณาคตของสถาบันอีก และสถาบันก็ถูกโจมตีอยู่เนืองๆ

    แต่การทำลายล้าง เท่าที่ Schumpeterian เขียนไว้ มีอยู่สองอย่างหลักๆ คือแรกเลย การทำลายล้าง ซึ่งผลคือ ไม่ได้นำมาซึ่งการพัฒนา หรือ Innovation และการทำลายล้าง โดย นวัตกรรม ที่นำ นวัตกรรม ใหม่มา “ป้อนเป็นอาหาร” ให้สังคม ก็คงจะเห็นได้ชัดว่า ไทยวิ่งวนไปวนมาแบบนี้ไม่รู้จะกี่รอบกันแล้ว คือ จาก ขวาไปซ้าย ไป ประชาธิปไตย ไปขวา ไปซ้&