Economics and Political Review

ทวีวุฒิ จุลวัจนะ อดีต บก Business Day วิเคราะห์ เศรษฐกิจ และ การเมือง

เลือกตั้ง เกี่ยวกับอะไร

 

ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมใหม่ตอนนี้ไปแล้ว ที่เวลาเจอกับใคร จะถามกันก่อน เวลาเจอกัน เพื่อเป็นการจูนคลื่นและความคิดต่อกันและกัน ว่า “เลือกตั้งครั้งนี้เพื่ออะไร” ผมก็ติดไปกับเขาด้วย ก็เลยได้คำตอบมามากมาย ตั้งแต่สุดกู่เช่น เพื่อสมบัตรทักษิณ ว่าจะเป็นของรัฐหรือกลับไปหาเจ้าของ แล้วก็มีคำตอบกลางๆเช่น เป็นการต่อสู่ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย และเผด็จการอำมาตรผสมนักการเมืองมืออาชีพ ไปจนถึงว่าเป็นสงครามระหว่างรากหญ้าและกลางล่าง และคนเมือง แทบทุกอันเป็นคำตอบที่ฟังแล้ว ดูเหมือนว่าสงครามครั้งนี้สำคัญเหลือเกิน

 

แต่ผมก็มีเพื่อนนักการเมืองอยู่หลายคน ที่หมู่นี้เจอกันบ่อย และไม่ใช่มาจากพรรค พปช อย่างเดียว คำตอบนั้นเป็นอีกอย่างไปเลยเวลาถาม เพื่อนๆนักการเมือง ไม่เหมือนถามคนทั่วไป เพื่อนที่ พปช บอกว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ระหว่างการเมืองสมัยใหม่ของ พปช คือชูคนและนโยบายและผลงาน และพรรค เพื่อแผ่นดิน ที่มีแต่เส้นสายมาเฟียเก่าเป็นหลัก คือ ปชป นั้นไม่เป็นประเด็นอะไรเลยจริงๆ แต่พอถามเพื่อนที่ปชป ก็ตรงกันข้าม เขาบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เกี่ยวกับความต้องการของ คนบางส่วนในภาคเหนือและคนกทม เท่านั้น คือถ้าเจาะสองกลุ่มนี้ได้ มาร์คได้เป็นนายก ส่วนเวลาถาม เพื่อแผ่นดิน ก็จะได้คำตอบว่า เหมือนได้ทักษิณที่ไม่มีปัญหา ส่วนเพื่อนที่สนับสนุนชาติไทยก็จะบอกว่า ชาติต้องการผู้ประสานสิบทิศตอนนี้เพื่อความสามัคคี

 

ส่วนตัวผมท่านก็พอจะทราบว่าเป็นนักข่าว นักข่าวฝรั่งแทบทุกคนก็จะบอกว่า มันมี Great Injustice คือความ ไม่ยุติธรรมใหญ่ ครอบงำสังคมไทยมาตั้งแต่การออกมาไล่ทักษิณที่มาจากเลือกตั้ง ด้วยข้อหาจอมปลอม และทุกอย่างที่ผ่านมาช่วงสอบปีนี้ “ได้ทำลายระบบนิติรัฐ และควมยุติธรรมทางสังคมและการเมืองลงหมด” แต่เพราะ พปช จะถูกสกัด จึงจะไม่ได้เป็นรัฐบาลหน้า แต่การเลือกตั้ง จะเป็นก้าวเล็กแรกๆ ที่จะนำไทยกลับสู่ Rule of Law อีกครั้ง ส่วนนักข่าวไทย เพื่อนๆผมที่เลิกคบกันไปมากแล้ว ก็คงจะบอกว่า เป็นสงครามระหว่างความอยู่รอดของตัวเอง คือถ้าอำนาจใหม่เข้ามา พวกเอนเอียงมาเป็นปีๆคงจะอยู่กันยาก แต่ถ้า ปชป เป็นรัฐบาล ก็เป็นวันฟ้าใสของสื่อที่เอนเอียงมานาน คือนอกจากต่ออายุแล้ว ยังเป็นยาใจให้อีกด้วย ที่ฝ่ายเทพ ฝ่ายเดียวกับที่สื่อเอนเอียงมองว่าตัวเองเป็น จะได้เข้ามา ส่วนสื่ออิสระมากมายที่ไม่เอนเอียงหรืออิงอาจเก่า ที่เป็นเพื่อนใหม่ๆของผม ก็จะตอบกันมาว่า “ยังไงก็ได้ แต่ Blue Ocean นี้ใหญ่มากนัก” คือสื่อในแนวอำนาจเก่านั้น เตรียมตัวโตอย่างต่อเนื่องไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล

 

แล้วท่านก็คงจะทราบว่าผมนั้นเส้นสายทหารก็มากอยู่ ระหว่างเพื่อนกันก็ไม่อ้อมค้อมพูดกันตรงเลย เส้นสายพวกที่รักรัฐเผด็จการ ก็จะว่ากันตรงๆเลยว่า “ไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตย” เวลามันเบ่งบานมากๆ ต้องสกัด และก็ทำสำเร็จแล้ว สังคมไทยประชาธิปไตยถอยหลังไปแล้ว ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ถ้าปชปเป็น นานหน่อยกว่าประชาธิปไตยจะกลับมาเบ่งบาน ทหารจะได้ทำงานร่วมกับอำนาจรัฐ แต่ถ้าพปช เป็นรัฐบาล อาจจะต้องต่อสู่กับอำนาจรัฐทางอ้อมต่อไป ส่วนทหารสายนักประชาธิปไตยก็จะบอกว่า เป็นสงครามระหว่าง “สายเหยี่ยว” กับ “สายนกพิราบ” ในกองทัพ ที่มีเรื่องรุ่นมาเกี่ยวข้อง การเลือกตั้ง ครั้งนี้จะไม่ส่งผลต่อความได้เปรียบของ “สายเหยี่ยว” เพราะการเมืองจะไม่กล้าบริหารกองทัพไปอีกนาน ส่วนทหารอาชีพมากมาย บ่นกันพึมพำว่าภาพพจน์ทหารเสียหายมาก การเลือกตั้งคือการเยียวยาภาพที่พังมานาน

 

ส่วนทางด้านนักวิชาการก็หลากหลายพอดู ตั้งแต่การเลือกตั้งไม่มีผลมากนักเพราะฝ่ายอำนาจนิยมและอำมาตร แพ้ตั้งแต่ไปเลือกสู้กับทักษิณ แทนใช้โอกาส  “สร้างผลงานและกวาดคะแนนนิยม” การเลือกตั้งจึงเป็นเพียงความเร็วในการสลัดคราบอำนาจนิยมของอำมาตรออก  คือพรรคไหนเข้ามาก็จะเหมือนๆกันคือ ไม่เอาอำนาจนิยมของอำมาตร ส่วนอีกด้านก็ต่างกันสุดขั้ว มองว่าเส้นสายอำมาตรและกลไกยังฝังลึกและพร้อมใช้งาน การเลือกตั้ง กระทบเพียงแผนการต่อสู้เท่านั้น ว่าจะออกมาในรูปแบบใด แล้วก็มีนักวิชาการที่บอกว่า ถ้า พปช เป็นรัฐบาล กระแสที่จะตามมาแน่นอนคือการ “ล้างระบบ” ให้เป็นประชาธิปไตย ให่มีนิติรัฐ จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งคนที่ถูกตั้งโดยคมช ให้ออกไป “คืออาจไม่มีการล้างแค้น แต่มีการล้างระบบ” แน่นอน ส่วนถ้าปชป เข้ามา “จะ เชื่อมระบบ” คือเป็นประชาธิปไตยผสมอำนาจอำมาตร ก็คล้ายๆที่กล่าวมาแล้วข้างต้นๆ และก็ยังมีนักวิชาการที่มองว่านี่คือการต่อสู้ระหว่า พอเพียงนิยม โดย ปชป และ ประชานิยม โดยพรรคอื่นๆส่วนมาก คือ ปชป จะน้อมรับพอเพียงได้มากกว่าพรรคอื่น และในทางเดียวกัน ก็มีนักวิชาการที่มองว่าไทยนั้นต้องพยายามโตให้เร็วขึ้น พอเพียงนั้นต้องเอามาใช้อย่างพอเหมาะ ไม่มากเกินไป นักวิชาการพวกนี้ ก็จะเอนเอียงไปหา พปช เป็นส่วนมาก

 

เขียนมามากมาย ท่านคงสงสัยแล้วนักข่าวแบบผมมองว่าเลือกตั้งครั้งนี้คืออะไร ส่วนตัวผมนั้นมองว่ามันคือเรื่องอารมณ์ของชาติ คือระหว่าอารมณ์เกลียดชังและลูกหลานเหลนของอารมณ์นั้น ที่สร้างกันมาตั้งแต่การสร้างภาพต่างๆนาๆมาไล่ทักษิณออกไป  หรือมันจะเป็นอารมณ์สงบ หลังจากที่ได้รับความถูกต้องกลับมา คือธรรมชนะอธรรม คือ พปช ชนะ ถ้าปชปเป็นรัฐบาล รับรอง อารมณ์เกลียดชังจะพัดไปมาเหมือนเดิม ไม่มีทางสงบ เพราะฝ่ายถูกกระทำจะไม่ยอม และ ปชป จะอดเป็นปชป คือ เอาดีใส่ตัวแต่คนอื่นสุดเลวไม่ได้ ถ้าท่านอยากให้ชาติสงบ และยอมรับความจริง ว่า “ที่ผ่านมามันถูกปลุกอารมณ์ขึ้นมา” ถึงเวลาแล้วที่จะปล่อยมันไป ก็เชิญเลือกพรรค แห่งความสงบคือ พปช นะครับ

การโจมตีปรัชญาของหัวกระทิ
 

เมื่อคืนไปกินเหล้ากับพวกหัวกระทิของเมืองไทย ผมถูกโจมตีจนแทบตกรถไฟขบวน พปช ก็เอามาเล่าและสรุปให้ฟัง จะได้ระวังตัวเองกันได้มากขึ้น เวลาคุยกับใครเรื่องการเมือง

 

เกาะกันไว้ดีๆ รถไฟขบวนการเมืองไทยเหมือน Roller-Coaster เข้าไปทุกที ถ้าไม่รู้ว่านั่งอยู่ทำไมและเพื่ออะไร อาจจะตกเอาง่ายๆ เพราะหัวขบวนนั้นส่ายยังกับงูจงอาง ส่วนหางนั้นก็สะบัดเหมือนงูหางกระดิ่ง ตรงกลางก็เหมือนงูหลาม รัดทุกคนที่นั่งจนหน้าดำหน้าแดงกันไปหมด เอาหละก็จะสรุปปรัชญาให้ฟัง ว่าเท่าที่ฟังมาแต่ละคน ที่นั่งอยู่บนรถไปขบวนนี้ นั่งกันมาและยึดหัวที่ตัวเองยึดกันอยู่เพราะอะไร

 

       ปรัชญาแรก เอาวันดีๆเก่าๆคืนมา การโจมตีปรัชญานี้ของปัญญาชนคือ มันกลับไปวันวานไม่ได้แล้ว แล้วถึงกลับได้ มันไม่มีวันดีเหมือนวันวาน

       ปรัชญาสอง ตอนนี้มันเลวมาก ฉะนั้นเมื่อวันวานมันน่าเอามากกว่า ตอนนี้ ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า คนขี้ลืม เมื่อวันวานมันก็เลวพอๆกับตอนนี้

       ปรัชญาสาม มันไม่ใช่จำนวนคนสนับสนุน แต่มันคือคุณภาพของคนสนับสนุน ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า เป็นอำมาตร

       ปรัชญาสี่ ถ้ารากหญ้าได้ประโยชน์ ดีเลวยังไงก็ออกมาดีกว่าเลว ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า คอมมูนิสมุ่งทำลายสถาบันและวัฒนธรรมดีงาม

       ปรัชญาที่ห้า ทุกรัฐบาลทุกนายกเหมือนกันหมด พอเป็นนายกก็อาการฮิตเลอร์ออก ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า บางทีมันน้อยบางทีมันมากกว่า เป็นดีกรีอะไรแบบนั้น

       ปรัชญาที่หก แตกต่างได้แต่ต้องไม่แตกแยก ปัญญาชนจะโจมตีว่า ฝันเฟื้อง ทหารและปชป ต้นตอแบ่งขั้วให้คนชัดเจนที่สุด

       ปรัชญาที่เจ็ด ประชาธิปไตยคือเสียงข้างมากปกครอง แต่เคารพสิทธิคนส่วนน้อย ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า คนส่วนน้อยของไทยไม่เคารพเสียงส่วนมาก เสียเป็นส่วนมาก

       ปรัชญาที่แปด ใครกินน้อยสุดดีที่สุด ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า กินน้อยบริหารเสียหามมาก แย่กว่ากินมากแล้วบริหารดี

       ปรัชญาที่เก้า ดีเด่นเก่งดัง คือ ทั้งดีทั้งเก่ง เหมาะที่สุด ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า ไม่มี และ หลุดโลก เพราะจริงๆแล้ว ต้องยืดหยุ่น บางทีต้อง เลวเพื่อดี และไม่เก่งเพื่อเก่ง คือคนเจนโลกปกครองโลกของการเมือง ได้เจนกว่าพระเก่งๆ

       ปรัชญาที่สิบ นิติรัฐที่ดีและสังคมที่เป็นธรรม จะขจัดปัญหาชาติให้หมดไป ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า ไทยไม่มีวัฒนธรรมที่รักความยุติธรรม ที่ฝังลึก

       ปรัชญาที่สิบเอ็ด ใครถูกโจมตีมากที่สุด น่าจะเป็นคนดีที่สุด เพราะถูกรุมและน่าเห็นใจ ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า บางทีหมาหมู่เป็นสิ่งที่จะเป็นในการรักษาระเบียบและกฎของหมู่มาก

       ปรัชญาที่สิบสอง ใครฟังกูและทำตามกูแนะนำ กูเอาคนนั้น ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า แล้วมึงเป็นใคร มาลงการ ถ้าอยากมีอำนาจทำอะไร ก็ลงเลือกตั้งสิ

       ปรัชญาที่สิบสาม การเมืองต้องนักการเมืองอาชีพ ที่เอาตัวรอดเก่งเป็นยอดดี เพราะจะเอาประเทศรอด ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า ในความจริงแล้ว เอาตัวรอกเก่งกับเอาประเทศให้รอด มันคนละเรื่องกัน

       ปรัชญาที่สิบสี่ เบื่อหน้าเก่า ต้องเอาหน้าใหม่ ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า เสี่ยงไป หน้าใหม่ไม่คุ้น อะไรทำให้เชื่อว่าคนใหม่จะต่างจากคนเก่า

       ปรัชญาที่สิบห้า ปิ้งนโยบายพรรคไหน เอาพรรคนั้น ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า มีแต่นโยบายในรายละเอียด เหมือนมีแต่ ตัว Gigsaw มาอวด แต่ภาพว่านโยบายรวมกันแล้ว คืออะไรในภาพใหญ่ ไม่มีให้เห็น

       ปรัชญาที่สิบหก กูชนชั้นไหน ภาคไหน ธุรกิจไหน ก็เลือกสส เหมือนๆแบบนั้น ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า สส มันเป็นมนุษย์แบบพิเศษ มีธรรมชาติของมันเอง ที่ทิ้งและไม่เหมือน แบบนั้นๆ  ถึงมองผิดเผินแล้ว มันจะมาจากจุดเดียวกัน

       ปรัชญาที่สิบเจ็ด พวกมากลากไป เงินมากลากไป กระแสมากลากไป ปัญญาชนก็จะโจมตีว่า สมองนิ่มเหลือเกินจนคิดด้วยตัวเองไม่เป็น

 

สรุป เราทุกคนมีปรัชญา ที่ทำให้เราเลือกคนที่เราเลือก ของผมก็คืออันที่บอกว่า รากหญ้าได้ดีผมก็เอาทั้งนั้น แล้วเมื่อคืนก็ถูดโจมตีหนักมาก ในที่สุดก็ถามออกไปว่า “ได้ยินเราพูดไหม แล้วเราเขียนมาแล้วนะ ว่าถ้าพรรคไหนดูแลคนจนได้ดีที่สุด เราก็จะเลือกพรรคนั้น แต่เท่าที่ดู มันก็ยัง พปช ที่ดูแลคนจนดีที่สุด ฉะนั้นขอตัวก่อนนะ ยังไงก็เลือก พปช อยู่ดี” แต่ผมก็บอกตรงๆเลยนะครับ วันที่ ปชป ดูแลคนจนดีกว่า พปช วันนั้นก็จะหันมาเลือก ปชป เหมือนกัน ผมพูดออกไปแบบนี้ ทุกคนที่รุมยำผมรับได้

 

สำหรับตัวท่านเอง ก็หาทางหนีทีไล่ไว้ให้ดีนะครับ เพราะยังไง อาจจะต้องมาต่อสู้ทางปรัชญาแบบที่ผมต้องทำมาหลายครั้งแล้ว ในการออกไปพบปะผู้คนต่างๆ

ต้นตอปัญหาชาติ

เมื่อวันก่อนตู้เอทีเอ็มเสีย ยึดบัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทยของผมไป ผมก็มีอันต้องไปธนาคารกรุงไทย แล้วก็เหมือนฟ้าสั่ง ผู้จัดการสาขาเป็นเพื่อนสาธิตจุฬา และเพราะผมส่งข่าวเว็บการเมืองของผมไปชวนเพื่อนๆอ่านเสมอ เพื่อนคนนี้เลยเข้าประเด็นการเมือง แล้วผมก็หลุดออกไปว่าช่วงนี้ ยังแค้นใจเทพเทือกไม่หาย ที่บอกว่าทักษิณคือต้นตอปัญหาทั้งหมดของชาติ เพื่อนที่กำลังจะกลายเป็นซี้กับผมแน่นอน ก็บอกว่า “วุฒิ คนระดับสูงในธนาคารกรุงไทยทุกคนรู้หมดว่าเพราะทักษิณไม่ช่วยสนธิตัดหนี้เสีย สนธิมันเลยแค้นทักษิณหนัก อันนี้ก็รู้ๆกันนะ จริงๆแล้วอะไรว่ะที่ไอ้เทพเทือกมันพูดแล้ว ที่ทำให้ลื้อโกรธมาเป็นอาทิตย์แบบนี้ เห็นแต่มึงหัวเราะได้ทุกเรื่อง”

 

ผมก็หัวเราะ บอกว่านายธนาคารสมัยนี้ “เหมือนจิตแพทย์เข้าไปทุกที” ผมกลับบ้านมา แล้วก็บอกตัวเองว่า จะเขียนเรื่องนี้สักวันตอนว่าง จะได้หลุดๆออกจากคำสาบ คาถาชั่วร้าย ของเทพเทือกเสียที คือบอกตรงๆ ผมยังไม่เคยเขียนเรื่อง “ใครต้นตอแห่งวิกฤตการเมืองไทยเลย” ปัญหาแรกเลย ที่ผมสงสัยมาก คือ กระแสหลัก กระแสสื่อสร้าง มันบ่งบอกว่าทักษิณทั้งโกง ทั้งทับซ้อน ทั้งครอบงำมันไปหมด เหมือนฮิตเลอร์ แล้วนอกจากทำเพื่อตัวเองแล้ว ยังทำเพื่อพลพรรค เพื่อนพ้องน้องพี่อีกด้วย แล้วมันก็แน่นอนว่า สนธิเป็นส่วนหนึ่งของวงในทักษิณ

 

สรุปคือผมไม่เข้าใจว่าทำไมทักษิณ คนเลวทั้งโคตร ครอบงำมันหมดทั้งประเทศ “ที่แค่กระดิกนิ้วนิดเดียว หนี้ของสนธิ คงจะหายไปเกือบหมดทั้นที” คือทำไมทักษิณไม่ทำ? ทำไมไม่ช่วยเพื่อนวงใน?

 

แล้วผมก็เจอ “หนอนเน่าๆที่เทพเทือกแกเอามาฝังไว้ในสมองผม” คือลึกๆ สมองผมตีกันอยู่เรื่องนี้ ในแง่หนึ่ง ผมว่าทักษิณน่าจะช่วยสนธิ จะได้เป็นมิตรกันต่อไป แทนที่สนธิจะโกรธแค้น จนเป็นแกนนำทำลายทักษิณไปได้ แต่อีกด้าน ก็คือเข้าใจทักษิณ ว่าคือถ้าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่กระแสพาไป คือทักษิณไม่ได้โกงหรือทับซ้อน แต่เป็นคนดี คนดีก็อาจ ไม่ทำอะไรผิดกฎหมายเพื่อช่วยเพื่อน

 

หนอนเน่าตัวที่สองในสมองผมคือ ผมเป็นลูกหม้อเก่าผู้จัดการ แล้วผมเห็นพี่สนธิออกมาปกป้องทักษิณขนาดไหน เขาทำอย่างนั้นมาเป็นปีๆ  คือคดีใน คตส ทุกวันนี้ มันก็เหมือนๆกับคดีที่ ปชป เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจมาทั้งนั้น ปชป ถึงกับเคยด่าทักษิณว่า “เอื้อประโยชน์ให้สนธิ” แล้วยังไง สนธิก็ปกป้องทักษิณต่อข้อกล่าวหาของ ปชป โดยใช้เหตุผลและข้อมูล ทำลายข้อสงสัยต่อทักษิณลงหมด สนธิถึงขนาดเคยพูดทางทีวี หลายครั้งหลายหน ว่าทักษิณเป็นนายกที่ดีที่สุดที่ไทยเคยมีมา คือนี่มันคนอายุห้าสิบกว่าแล้วนะครับที่ทำแบบนี้มานาน หนอนตัวนี้ที่กัดกินผม มันบอกผมว่า ทักษิณหักหลังเพื่อนรัก โดยไม่ช่วย จนเพื่อนรักโกรธ สนธิเลยหันมาทำลายทักษิณแทน

 

วันหนึ่งสนธิเป็นทนายให้ผู้ถูกกล่าวหา ที่ทำหน้าที่ยอดเยี่ยม มาอีกวันกลายเป็นอัยการ และนี่ก็คือหนอนอีกตัวในสมองผม คือพี่สนธิแกบอกว่า “แกมองผิด และ แกถูกทักษิณหลอกเอา” เลยไปเข้าข้างทักษิณมานาน แต่ตอนนี้ สนธิเขาเห็นความจริงแล้ว ว่าทักษิณเลวกว่าเทวทัศ จ้องทำลายสามสถาบันหลักของชาติ โกงทั้งโคตร หนอนในสมองของผมมันบอกว่า อัยการคนนี้กำลังเล่นละคร กำลังโกหก อยู่ เพราะมันเป็นไปแทบไม่ได้ ที่คนระดับสนธิ ภายในไม่กี่วันกี่คืน จะเห็นทักษิณเป็น นายกที่ดีที่สุด และใช้เหตุผลข้อมูลลึกๆปกป้องจุดยืนนั้นได้ จากการโจมตีของระดับ ปชป แต่กลายมาเป็นว่า ตื่นขึ้นมาวันหนึ่ง แล้วบังเกิดแรงบันดานใจ ทำให้เปลี่ยนหมด กลายเป็นทักษิณเลวกว่าเทวทัศ มันยากที่เชื่อในการเปลี่ยนแปลง ของสนธิแบบนั้นจริงๆ ว่ามันไม่มีอะไรแอบแฝง

ทั้งหมดในคตส ทั้งหมดในเรื่องเศรษฐกิจ เช่นเคนเซี่ยน ทั้งหมดในเรื่องปรัชญาการพัฒนาชาติ และจุดมุ่งหมาย สนธิเป็นทนายสุดยอด ปกป้องทักษิณมาตลอด มีอยู่ประเด็นเดียวใหม่ๆ คือเรื่องทำลายสามสถาบัน ที่สนธินำมาล้มล้างทักษิณ

 

เอาหละถึงสถาบันจะถูกนำมาอ้างเพื่อผลทางการเมืองหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่เพราะพี่สนธิคือนายเก่าผม จะขอมองในแง่ดี มันก็อาจจะเป็นไปได้ที่สนธิเขาเชื่อจริงๆเรื่องทักษิณทำลายสถาบัน เป็นข้อมูลใหม่ที่ทำให้เขาเปลี่ยนข้าง ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่อง หักหนี้เสีย แต่ก่อนอื่น ทักษิณออกไปแล้วเราเคยเห็นสนธิออกมาเรียกร้องให้สังฆราชองค์เดียวทำงานมันหมดไหม คำตอบคือไม่มี เราเห็นสนธิเรียกร้องให้เก็บวัดพระแก้วไว้ใช้ในราชวงค์เท่านั้นไหม เปล่า แถมคนอื่นก็เข้าไปใช้มาแล้วหลังทักษิณ แล้วพี่สนธิทำอะไรหรือไม่ สุดท้ายอัยการยุคจ้องจับผิดทักษิณ หักดิบคมช บอกไม่มีมูลทักษิณหมิ่นพ่อหลวง คือสิ่งที่ตามมาหลังจากเอาทักษิณออกได้ มันไม่ได้บ่งบอกอะไรเลยว่าสนธินั้น รักอะไรมากมายนัก ที่จะทำให้มันเหมือนเดิม แต่พอทักษิณไป เหมือนปฏิหาร สนธิหมดความสนใจ  

 

เขียนมาถึงตรงนี้ คนส่วนมากที่กลางๆ ไม่ได้ตามกระแสหรือถูกพัดไปกับกระแส คงสรุปว่า ทักษิณไม่ช่วยคนที่ช่วยตัวเองมานาน ในการทำการหักหนี้เขา เพื่อให้บริษัทเขาฟื้นตัว หลังจากที่พังมานาน เพราะเศรษฐกิจมันพินาศไป ในมือปชปและเพราะปชป เป็นควันหลง เป็นไฟมอดอยู่เล็กๆ จากสิบปีที่แล้ว ที่ลุกลามขึ้นมา และจุดติดจนเผาบ้านเมืองวอดวายได้ จนทักษิณต้องเลิกเล่นการเมือง ก็เพราะเรื่องทำลายสามสถาบัน ที่จริงๆแล้ว พอหมดยุคทักษิณ ก็เกียร์ว่างทันที

 

กลับมาประเด็นหลัก ทักษิณเป็นต้นตอปัญหาจริงอย่างเทพเทือกกล่าวหรือไม่ และนี่คงเป็นหนอนเน่าๆ ที่พี่เทพเทือกแกแอบปล่อยเข้าสมองคนมามากมาย รวมถึงผมด้วย ความจริงก็คือ จะเอาไหมหล่ะ ทักษิณบิดเบือนกฎหมายเพื่อช่วยสนธิ จะได้ไม่โกรธกัน ถ้าบอกว่าทักษิณทำถูกแล้วที่ไม่ไปช่วย ถึงจะหักดิบเพื่อนรัก ถ้าคิดอย่างนั้นแล้ว ทักษิณเป็นต้นตอของปัญหาได้อย่างไร แต่เอาหละ ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังแน่ ทักษิณคงจะผิดมากที่บริหารเรื่องนี้ไม่ดีพอ แทนที่จะทำให้มันตบกันค่อยๆ กลับกลายเป็นตบตีกันแรงๆไปได้ และก็ต้องอย่าลืม พระเอกนางเอก อาจจะทะเลาะกันลั่นบ้าน แต่ก็เห็นๆกันนะครับ ว่าดาราตัวรองๆลงมา “สุมไฟ” มันขนาดไหน เช่นทหาร เพื่อสร้างสถาณการณ์เพื่อให้เหมาะต่อการปฏิวัติ หรือจะเป็น ปชป เพื่อให้ตัวเองมีอำนาจ และ ล้มทักษิณ หรือจะราชนิกุลและผู้ดี ที่ทนทักษิณ “ดี” ต่อคนจนไม่ไหว แล้วอีกกี่สิบร้อยกลุ่ม ที่เสียสติ มองอยู่อย่างเดียวคือทักษิณเป็นปัญหา ออกไปแล้วทุกอย่างจะดี แล้วไง ทักษิณก็ออกไปนานแล้ว มันมีอะไรจริงๆในสาระที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างหละ นอกจากทหารคุมเมือง

 

สรุปก็คือ ถ้าอยากรู้ว่าต้นตอวิกฤตชาติอยู่ตรงไหน หาหนอนในหัวท่านเองให้เจอเสียก่อน แล้วหลังจากนั่น ถามตัวเองว่าช่วงนั้นนะ ตัวท่านผู้อ่านเองทำอะไรลงไปบ้าง หนอนเน่าๆคืออะไรหรือครับ ก็ประเด็นที่ท่านไปประท้วงทักิณจนสติแตก แล้วมาวันนี้ ประเด็นพวกนั้นมันก็ยังอยู่ เหมือนเดิมตอนทักษิณอยู่ไม่มีผิด คือท่านถูกหลอกใช้นะครับ ถ้าจะกลับตัว ก็เริ่มได้ครับ ไม่มีสาย

 

ก็เลิกโยนความผิดไปที่ทักษิณว่าเป็นต้นตอปัญหาชาติ แล้วพยายามเตือนสติตัวเอง ว่าจะพยายามไม่สติแตกง่ายนัก

มันขันอยู่กับ “ป๋า” คนเดียว

 

“นักฆ่าแห่งล่มน้ำเจ้าพระยา” จะเอายังไง “ลูกๆ” ตีกัน กัดกัน ทะเลาะกัน จนเมืองไทย “แตกเป็นเสี่ยงๆ” จน หา “สาเหตุ เหตุผล ถูกผิด” ไม่ได้อีกแล้ว ดัชนีทุกตัว จะเป็น “ความมั่นใจในอนาคต” จะเป็น “ความสุข” จะเป็น “รายได้” จะวัดยังไง มันก็หนีไม่พ้น “คนไทยกำลังวอดวาย” จากการ ไม่เป็นอันหนึ่งเดียวกัน จะบอกให้นะป๋า ผมนี่รักบิดามาก สาเหตุก็เพราะต้องมา “รับกรรมมากเหลือเกิน” ที่มีผมเป็นลูก  มีอยู่วัน สักยี่สิบปีที่แล้ว ผมทะเลาะกับบิดา “รุนแรงมาก” หลังจากทะเลาะ บิดาก็เรียกเข้าไปพบ แล้วบอกว่า “ลูก เรามองไม่เหมือนกันนะพ่อเข้าใจ แต่การที่ลูกมาทะเลาะกับพ่อ ต่อหน้าคนอื่น พ่อรับไม่ได้”

 

แล้ว “ป๋า” บิดาผมนะ หมอตาคนแรกของประเทศไทย ที่ “ติดบอร์ดหมอตา” ของสหรัฐ ที่มีคนอเมริกันติดอยู่ “สิบกว่าคน” เท่านั้น บิดาผม ก็ถามผม หลังไปทะเลาะกับท่าน ว่า เคยได้ยินคำว่า “Assume” ไหม แยกออกมาคือ การทะเลาะกับพ่อ ต่อหน้าคนอื่น มัน “Make an Ass Out of You and Me” คือคนอื่นเขา “ลงเอย” ดูถูกทั้งสองคน คือทั้งบิดาผม และ ผม นั่นเอง แล้วเพราะมันบ้านเดียวกัน เลือดเดียวกัน สรุปคือ “บ้านถูกดูถูก” โดยคนนอก

 

แล้วนี่ “ลูกป๋า” ทะเลาะกันขนาดไหนแล้ว ในปีมงคลนี้  ที่ “แฉตรฉวัตรแห่งราชวงค์จักรี” ควร “ถูกโบกสะบัด แสดงความภาคภูมิใจ ที่เรามีสุดยอดกษัตริย์” แล้ว แต่เรามาทะเลาะกันเอง ขนาดที่ “ลูกสนิทป๋า” บิดเบือนมันหมด ออกทุบตีคนแก่ ผู้หญิง และ เด็ก จนเลือดอาบตัว แล้ว ประชามติ รธน ก็ใช้ทหาร บิดเบือนมันอีก ผมถามป๋าตรงๆเถอะ “ป๋าคิดว่าฝรั่งมันโง่มองไม่เห็นหรือ” รับรองวันที่ “ลูกสนิทป๋า” ออกทุบตีคน หน่วยราชการลับของ แทบทุกประเทศ มันก็มองอยู่ มันไม่มาหลงกล “ตื้นๆ” ที่ใช้หลอกสื่อไทยและคนไทยได้หลอก “ไอ้ข่าวกรองฝรั่ง มันก็รายงานไปตามตรง ว่า ลูกป๋าออกมากระทืบ ประชาชนตาดำๆ” แล้วไป “บิดเบือนประชามติอีก” ป๋าคิดว่าฝรั่งมันโง่ ขนาดไหนกัน

 

มันสุด “โง่” ที่ไปแสดงให้ฝรั่งมันดู ว่าคนไทย โดย เฉพาะคนไทยระดับสูง และระดับกลาง “มันโง่ ที่ถูกหลอก ง่าย ขนาดไหน”

 

ผมนี่บอกตามตรง อยากจับ “องค์มนตรี” อย่างป๋า มา “กวดวิชาจริงๆ” ไหนบอกมาสิว่าทักษิณเลวตรงไหน ขนาดไหน แล้ว มาดูกันไหมว่า ลูกสนิทป๋า “ทำอะไรเลวๆร้อยแปดพันเก้า” เข้าไปแล้ว คือลูกสนิทป๋า ลดตัวเองลงจน “เลวอย่างเทวทัศ” เพื่อต่อกรกับทักษิณ ที่เลวแบบ “เทวทัศ” หรือ สติ สตัง ป๋า หายไปไหน “เอาความดีมาสู้สิ” แบบนี้ มันแข่งกันเลว แล้วบ้านเมือง “มันจะดีได้ยังไง”

 

มันก็ “โง่” ให้ฝรั่งเห็นเท่านั้น “เลวให้ฝรั่งเห็น” ไม่เห็นหรือ ฝรั่งมันบอกว่าเรื่องเมืองไทย คือ “ตัวไม่ดี สองสามตัว ตีกัน”

 

ผมอยู่ขั้วทักษิณ ผมบูชาทักษิณ เพราะเขาพยายามช่วยคนจน ผมให้อภัยเขาได้ ในบางสิ่งบางอย่างที่เขาอาจจะทำผิด แล้วผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็เอาทักษิณที่ผมบูชาขึ้นศาลที่ยุติธรรมจริงๆไปสิ แล้วมาดูกัน ว่าเขาเลวอย่าง “เทวทัศ” หรือไม่ แต่ผมไม่โง่นะ เหมือนฝรั่งนะที่ไม่โง่ มันก็รู้ๆกันอยู่ว่ากระบวนการยุติธรรมไทย อยู่ในมือ “ป๋า” แล้วผมก็ไม่โง่นะ ลองเอา “ลูกสนิทป๋า” มาเข้ากระบวนการยุติธรรมจริงๆสิ  มันอาจจะออกมา “เลวยิ่งกว่าเทวทัศทักษิณ” อีกนะ คือทักษิณ เขายังพูดได้ “ว่าเพื่อคนจน” แต่ ลูกสนิทป๋านะ “เพื่ออะไร”

 

มันขึ้นอยู่กับป๋าคนเดียวนะ ว่าเมืองไทยมันจะออกมายังไง “จะรบกันต่อ” หรือว่าจะ “รักกัน” แล้วให้มันสงบ

 

นี่ อียู ก็นั่งปลงกับไทยแล้ว บุช ก็ไม่อยากเจอผู้นำไทยเลย จีน ก็ไป ต้อนรับเอาใครก็ไม่รู้ เด็กกว่าผมเสียอีก รุ่นน้องสาธิตจุฬา จะมาปกครองไทย ป๋ามองไว้บ้างหรือเปล่าว่า ชาตินะ มันจะยิ่งกว่าถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เพราะเอาเด็กมาปกครองผู้ใหญ่  แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ไทย ไม่รู้จะกี่คนต่อกี่คน “ส่ายหัว” แล้ว “คอตก” ที่ต้องมาเห็น “อำนาจต่อรองไทย” หรือ “ฐานอันดรไทย” ลดระดับไปเทียบ “อัฟกันและอิรัก” แล้ว

 

โอยป๋า “ผมขอร้องทีเถอะ รีบไปตกลงกับทักษิณ เสียที ว่าจะเอายังไง ยังไงเขาก็ “ลูกป๋า” อีกคนนะ ผมเอาหัวเป็นประกันเลย” รีบหาทางออกให้เขา แล้วรีบหาทางออกให้ไทย “มันขึ้นอยู่กับ ป๋า คนเดียว จริงๆ” ปล่อยมันไปเถอะป๋า อย่ามาสร้างเวนสร้างกรรมอะไรให้ชาติเลย เรียกทักษิณ เข้ามาคุย แล้วยุติเรื่อง มันได้แล้ว

 

มาสร้าง “บุญ” ให้ ชาติกัน ในปีมหากุศลนี้เถอะป๋า

หาเสียงกันมันเป็นแห้ว

ปชป และ ทรท “หาเสียงกันมันเป็นแห้ว”

 อย่าหาว่าผม ซาดิส เลยนะครับ แต่บางทีก็ชอบฟัง สนธิ ลิ้มทองกุล “ด่าทรทและทักษิณ” เหมือนกัน คือฟังแล้วมันเจ็บๆคันๆดีเหมือนกัน ทำให้แค้นใจสร้างพลังให้เดินหน้าต่อไป อะไรแบบนั้นนะครับ ก็เมื่อไม่นานมานี่เอง พี่สนธิ ลิ้ม แกบอกว่าการต่อสู้ของพันธมารนั้น จะยากและเข้มข้นขึ้นมากเพราะไทยกำลังจะเข้ายุคของ “สีเทา” นานๆทีผมจะเห็นด้วยกับนายเก่าผม แต่ยอมรับว่ามาคราวนี้ “เขาแม่นมาก” คงจะเป็นคนแรกๆในไทยที่ออกมาพูดแบบนี้

 จริงๆแล้วสำหรับพี่สนธิ หรือผม ที่ตามการเมืองอย่างเกาะติดและเลือกข้างมานานแล้ว มันคงจะยังดำและขาวอยู่เหมือนเดิม แต่ที่พี่สนธิพูดถึง คงหมายถึงสำหรับคน “กลางๆ” ที่รับสื่อและข่าวสารพอประมาณ ผมก็ลองนั่งคิดดู ถ้าผมกลางๆ ผมก็คงจะสับสนพอดู กับเช่น การเอาผิดย้อนหลัง ของตุลาการ และการที่ทักษิณออกมาขอให้คนประท้วงหาทางสมานฉันท์เพื่อพ่อหลวง หรือจะเป็นโพล ที่ทำกันแทบจะพร้อมกัน อันหนึ่งบอก มาร์ค ม7 นำโด่งทิ้งห่าง แต่อีกอันบอก คนเลือกพรรค ทรท มาก กว่าพรรค ปชป และล่าสุดคือคนอยากได้ ปุรชัยมาเป็นนายก ส่วนมาร์ค ม7 นั้น ถูกทิ้งห่างมาก และอีกร้อยแปดข่าวและข้อมูล ที่ทำให้เลือกข้างนั้นคงลำบากมากเลย

 แล้วอะไรกำลังจะเกิดขึ้น นั่นก็คือการหาเสียงก่อน เลือกตั้ง

 เอาหละ ผมว่าของ ปชป มันจะออกมาแบบนี้ ง่ายๆสั้นๆ เหมือนม้าที่เข้าเส้นชัยแน่นอน

 เปิดฉากด้วยการ ถล่มทรทว่าถูกยุบพรรค และ ทรทใส่ร้าย ปชป เป็นพลพรรคที่เลวสิ้นคิด อะไรแบบนั้น ตามมาด้วย โครงการ ประชานิยม “นิดหน่อย” และเสนอขาย “ตัวบุคคล” ที่ “ดี เด่น ดัง” แล้ว ตบท้าย ด้วยการ เสนอให้เห็นว่าทักษิณเลวขนาดไหน คนจะได้เห็นภาพ “คนดี” ของปชป และ “คนเลว” ของทรท สรุปคือผสมผสานกัน คนฟังคงชอบเหมือนกันแบบนี้ 

 แล้วของ ทรท มันน่าจะออกมาแบบนี้นะครับ ยากหน่อยและยาว เหมือนม้ารอง ที่ต้องออกแรง

 เริ่มด้วยเอาวิดิโอ คำพูดแผนห้าขั้น เพื่อทำลายอำนาจเก่า ของพี่บังมาฉายให้ดู แล้วก็ตอกย้ำลงไปว่า ยุบพรรค คตส รธน และเผด็จการนะ “ทุกอย่าง” มันผิดหมด อยู่ในแผนมาตั้งแต่ต้น มันไม่เคยเกี่ยวกับความยุติธรรมเลย หลังจากนั้น เอาวิดิโอ นักวิชาการหัวกระทิ สองสามคนมาฉายให้ดู ว่า ยุบพรรค คตส รธน เผด็จการ ไม่ดีตรงไหน ก็ย้ำจุดเดิมเข้าไปอีกที “ว่าที่ทำกับทรทมานะ มันผิดหมด” หลังจากนั้น ก็เสนอว่า ประชานิยม “ถูกทำลายไปมากขนาดไหนแล้ว” และเดือดร้อนกันขนาดไหน ที่เศรษฐกิจไม่ดี หลังจากนั้น เพราะ สส หน้าใหม่มาก อาจจะต้อง “เน้นความเก่ง” กันสักหน่อย แทนที่จะเป็นเน้นชื่อเสียงแบบ ปชป เขาทำได้ สุดท้ายก็อาจจะมีวิดิโอ เอาคำพูดพิเศษจากทักษิณ เรื่องเขาถูกแกล้งขนาดไหน และ ปชป ไม่เก่งขนาดไหนในเรื่องเศรษฐกิจ และทรท ยังเก่งอยู่ขนาดไหน มาปิดขบวนการหาเสียง

 เอาหละครับ นั่นก็คือ สิ่งที่ผมคาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งก็คงจะสร้างความเป็นขาวกับดำ ให้กระจ่างขึ้น ในตาคนมากมาย ว่าเลือกพรรคไหนดี หรือบางท่านอาจจะบอกว่ายิ่งฟังแล้วยิ่ง “สีเทา” มากขึ้น ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าเลือกใครดีเลย ท่านก็ตรึกตรองเอาเองนะครับ ว่าจะเลือกฝ่ายไหน

 แต่ทรทนั้น ถึงจะ Ace the Campaign หรือ “เยี่ยมยอด” ขนาดไหนกับการหาเสียง ก็ต้องยอมรับว่า กลไกรัฐ นั้น ผนึกกำลังและมีแรงส่ง ยิ่งใหญ่มาก และสนับสนุน ปชป “เต็มสูบ” ถึงขนาด ไทยรัฐ เรียกการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้ว ว่า “สวมถุงครอบหัวคน” ให้เลือก ปชป กันแล้ว แล้วนอกจากนั้น ทรท พรรคก็แตกแยก สมาชิกก็ระหกระเหินกันไปคนละทางสองทาง พลังหาเสียงอันยิ่งใหญ่ คือระบบ Amway ที่ชักชวนคนกันมาลงให้ ทรท แบบใยแมงมุมและเครือข่าย มาคราวนี้คงเหลือแต่เงาของวันวาน สุดท้าย ยึดทรัพย์กันขนาดนี้ ทรทจะหาเงินมาสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองจากไหน ยิ่งมองว่าต้องเป็นฝ่ายค้าน เงินมันจะยิ่งหายากกว่าน้ำในทะเลทราย

 มันไม่เหมือนม้าเต็งหนึ่งอย่าง ปชป ที่กำลังจะสร้าง Event หาเงินทำกิจกรรมเลือกตั้ง เป้าคืองานเดียว 400 ล้าน ซึ่งนั้นคงจะได้มาง่ายๆเลย

 สุดท้ายถ้าถามผมว่า ทรท มีโอกาสเป็นรัฐบาลหรือไม่ หลังการเลือดตั้งหนหน้า ผมว่ามันยากมาก เพราะแน่นอนแล้ว มันมีแผนของทหาร ที่จะทำลาย พรรค ทรท และแน่นอนอีกหกเดือนต่อจากนี้ไป แผนนั้นก็ยังจะดำเนินต่ำไป ทรทจะ ย่อยยับอีกมากแน่นอน แต่ก็อย่างว่า ไทยทุกวันนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและควัน ภาพชัดๆมันหายาก คนยังลังเลกันมากมาย โพลแทบทุกอันที่ออกมา 30-40% บอก ฉันไม่มีความเห็น ปัญหาสำหรับ ปชป คือ เวลา หมอกกับควัน มันหายไป คนไทยจะเห็นอะไร แต่ก็คงจะแน่นอนว่า ทหาร คงจะ “ยิงระเบิดควันออกมาอีกมากมาย” ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเข้าไปแค่ไหน จริงๆแล้วมันคงไม่ “ฟ้าใส” แน่นอน

หนทางเป็น "นายก" อันยาวไกลของสมคิด

 

นายใหม่คือคณะปฏิวัติ

ไม่มีอะไรที่สมคิดจะตำออกมาแล้วไม่อร่อย งานนี้มือหนึ่ง “ประชานิยม” กำลังจะหันมาตำ “พอเพียง” ให้กิน สำหรับลูกหม้อแฟนประชานิยมแล้ว มั่นใจได้ว่า “ไม่ว่าจะล้างครกยังไง กลิ่นไอของปลาร้า หรือประชานิยม” ยังจะติดออกมาให้ได้หอมชื่นใจต่อไป งานนี้อย่าง “มติชน” ด่าไว้ คนแปลกใจกันถ้วนหน้า ว่าสมคิดกำลังวางตัวเป็นนายกคนต่อไปแน่นอน เลยยอมรับ “เจอกันครึ่งทางหรือมากกว่านั่น” กับความต้องการของผู้มีบารมี อำนาจนอกประชาธิปไตย ที่วางไว้แล้วว่าไทยต้อง “เอาพอเพียงมาใช้” ไม่พอ ในการแถลงข่าววันนี้ สมคิดตามมาด้วย “ฝรั่งคิดผิด ไทยไม่ได้ปิดประเทศ” อย่างที่กลัวกัน เอาเป็นว่านายเก่า เพื่อนรัก อย่างทักษิณ คงจะต้องคิดหนัก “เพราะสมคิดมีเครดิตดีเหลือเกินกับต่างชาติ” เอาเป็นว่าที่ทักษิณกลัวว่าไทยจะปิดประเทศ “ปิดจริงไม่จริง” ไม่มีใครสามารถตอบได้ตอนนี้ แต่ว่ากระสุน ที่ทักษิณอาจใช้โจมตี คณะปฏิวัติ “ด้านไปหลายนัด” เมื่อนายใหม่สมคิดกลายเป็นคณะปฏิวัติไปแล้ว

คณะปฏิวัติจะเอ็นดู “คนนอก” ขนาดไหน

แต่สมคิดยังต้องไปอีกไกลโขทีเดียว ถึงจะเอา “เกราะใหม่มาใส่” ในนามพอเพียง แต่ถ้าจะให้เข้าถึงพอเพียงลึกๆแล้ว มันต้องมากกว่าการออกมา “พูดได้อย่างลึกซึ้งว่าพอเพียงคืออะไร” ที่ออกมาพูดแล้วที่สาสิน ชนิดพูดได้ลึกที่สุด และตรงจุดที่สุด ชนิดคนตามพอเพียงมานาน ยังไปไม่ถึง เพียงแต่ว่า ก็รู้ๆกันอยู่ “อำนาจจริงๆนะมันอยู่ที่คนด้วย ไม่ได้อยู่ที่คำพูดอย่างเดียว” คือคนวงในของคณะปฏิวัตินะ และคนวงในของพอเพียงนะ เขาจะยอมรับสมคิดขนาดไหนกัน ราชนิกุลเอย เศรษฐีเก่าเอย ผู้ดีเก่าเอย ทหารระดับสูงเอย และที่สำคั­คือ ผู้มีบารมีนอกประชาธิปไตยนะ เขาจะเอ็นดูสมคิดขนาดไหน ขนาดให้นั่งนายกคนต่อไปหรือไม่

จะไปให้ถึงนายก “ต้องทั้งสลายขั้ว และสร้างขั้ว”

ยังต้องเข็นครกขึ้นภูเขาอีกไกล ไหนจะพวกที่กล่าวมาข้างต้น เช่นอำนาจนอกประชาธิปไตย ไหนจะฐานเสียง สส ทางการเมือง ของกลุ่มต่างๆ เอาเป็นว่าสมคิดยืนตำอยู่ตรงกลาง ระหว่างสิ่งที่ขัดกันเหลือเกิน คือนักการเมืองกลุ่มต่างๆ ที่ยังหัวโบราณเอามากๆ ไม่ค่อยทันสมัยเท่าไหร่ โตขึ้นมาสมัยซื้อเสียงระบาดหนัก แล้วก็กลุ่ม “ชาตินิยมพอเพียงนิยม”  แล้วก็มีประวัติตัวเองอีกกับ ทรท และ ประชานิยม  รวมแล้วงานนี้สมคิด ต้องตำส้มตำชนิด “ปราบเซียนออกมา” ให้ได้ ถึงจะเป็นนายก

พระท่านสั่งสอนสมคิดมา “ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อน”

เอาหละเรื่องนายกในหกเจ็ดเดือนข้างหน้า เรื่องการตำส้มตำแบบสุดอร่อยแบบ “ปราบเซียน” คงจะไม่เกินเลยความสามารถของสมคิด แต่จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำวันนี้ แบบพระท่านสอนว่า ให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อย่าพึ่งไปคิดถึงวันข้างหน้ามากมายนัก แล้ววันนี้งานคือ “ทำให้ไทยสมานฉันท์กับต่างชาติอีกที” ถ้าทำได้ดี ก็สร้าง “เครดิต” สร้างตัวเองได้กับคณะปฏิวัติ แต่ปั­หาคือ “พูดและอธิบายและกล่อมหัวฝรั่งนะง่าย” แต่ปั­หามันคือ ในคณะปฏิวัติเองนะ เขา “เล่นบท “Good Cop Bad Cop      “ กันอยู่ สนธิและสพรั่งนะ สุดขั้ว ไม่เอาทุนนิยม จะเอาพอเพียงแบบสุดตัว ส่วนสุรยุทธินะจะเอาสมานฉันท์ คือเอาความคิด ทุนนิยมและพอเพียงและประชานิยม มากลั่นกรองออกมาให้เป็นของใหม่ แนวคิดสมคิดนะ มันของสุรยุทธิ แต่ทำอย่างไรหละ สมคิดถึงจะ “เก็บคะแนนกับสนธิและสพรั่ง” มันไม่ง่ายนักนะ  แล้วสองคนนี้ก็เหมือนกับ “ปืนพร้อมลั่น” นะ คือวันดีคืนดี “จะยิงอะไรออกมาทางไหนก็ได้”

แล้วฝรั่งในไทย และ สื่อ ฝรั่ง ในไทยและนอกไทยอีก

แต่เอาหละ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ในงานที่ได้รับมอบหมายมา มันก็คือ ทำให้ฝรั่งที่อยู่ไทยมานาน ไม่มองว่า ไทยกำลังปิดประเทศ และ หันหลังให้ทุนนิยม และ พอเพียง ไม่ใช่การย้อนยุค หันหลังให้การเจริ­เติบโต “งานนี้สุดยาก” คือนอมินี และ สามสิบเปอร์เซ็น และห้างขายสินค้าอีก คือทูตฝรั่งแทบทุกคนในไทย มองแล้วมันคือ “เข้มขึ้น”ไปในทางปิดเงินทุนต่างชาติและไม่ต้องการการลงทุนต่างชาติ ก็คือปิดประเทศ มากขึ้น แล้ว พอเพียง ก็เหมือนกับ ความคิดทาง “มอนีเทริส” เหลือเกิน คือเงินในระบบกำลังพอดี ต่อการเจริ­เติบโต แบบ “มีวินัยทางการเงิน” ที่มันทำให้โตช้าลง แต่มั่นคงขึ้น ก็สวนกระแสโลกที่ไปทาง “เคนเซี่ยน” หมด ที่พยายามให้โตเร็ว คือไปนั่งอธิบายให้ฝรั่งฟังนะง่าย แต่ “ความจริงนะ” มันหนีไม่พ้น มาตรการ ปิดประเทศและโตช้าลงนะ มันออกมาแล้ว

แต่ที่สำคั­คือ “จะสมานฉันท์กับทักษิณ” หรือไม่

เอาเป็นว่า ความจริงมันหนียากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าทักษิณ ออกมาพูดอะไร ที่มัน “ขยายความจริงนั้นไปอีก” เอาเป็นว่า “สมคิดไม่ได้เกิดแน่” ผมก็ขอแนะนำ “สายตรงไปหาทักษิณได้เลย” ขอร้องให้ทักษิณหยุดพูด หรือถ้าจะพูด ขอให้สมานฉันท์ และ หันมาสนับสนุน “พอเพียงแทน” ถ้าตกลงกับทักษิณได้ “ส้มตำงานนี้ นอกจากปลาร้าแล้ว ยังมีปูไข่ผสมเข้ามาอีก” สมคิดกินรวบ งานสำเร็จตามความคาดหมาย แถมเอาทักษิณ “เข้าค่ายสมานฉันท์กับคณะปฏิวัติ” ถึงจะตามต่อเรื่องการโกงกิน นั่นมันก็หน้าที่ ทักิณเขาเข้าใจ เพียงแต่ว่า วงในบอกมา ทักษิณนะเขามีความทุกข์อยู่อย่างเดียว คือเขา “เหงาและคิดถึงเพื่อน” คณะปฏิวัติก็ก้วนเดียวก้วนเก่าของทักษิณหลายคน “ว่างๆก็บินไปเล่นกอร์ฟกับทักษิณที่ลอนดอน ก็แล้วกัน “เรื่องมันจะได้ลงเอยเสียที” สมคิดนายกคนต่อไปนะ “ดีที่สุดสำหรับชาติแล้ว”

ส่วนผมก็ยังเลือกพรรคทรทอยู่ดี  

 

บทวิเคราะห์ ขุมกำลังของพันธมิตร

 

มันมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ใครก็ตามในไทย ไม่พอใจอะไรสักอย่าง ก็จะแจมกับพันธมิตร เพื่อโค่นล้มทักษิณ ที่มองกันว่าเป็น “ต้นตอและศูนย์รวม” พลังอำนาจที่ขับเคลื่อน ทุกสรรพสิ่ง ที่เลวร้ายในไทย  จะเป็นพวกไม่เอาการค้าโลก จะพวก ซ้ายจัด ไม่เอาทุนนิยม จะเป็นพวกรัฐวิสาหกิจนิยม  จะเป็นพวกราชนิกุลและอำมาตายานิกุล ของเขา จะเป็น พวก ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ “ขวาจัด” นิยมสุดขั้วของทหาร  จะเป็นพวกธรรมะธรรมโม ไม่ชอบ วัตถุนิยม จะเป็นพวก พอเพียง นิยมสุดขั้วที่ไม่เอา โตเร็วหรือความเจริญ จะเป็นพวกนักวิชาการ ที่สุดอดกลั้นกับการไม่มีส่วนร่วมบริหารบ้านเมือง อัดประชานิยมยับ จะเป็น สส และ พรรคที่อกหักมานาน หรือพวกมือสะอาด เห็นทุกอย่างเป็นโกงกินไปหมด เป็นดิ้นพร่านจะตายเอา ทุกกลุ่มนักคิดนักเขียนชั้นแนวหน้าของกรุงเทพ ร่วมกับกลุ่มอื่น ด่าคนจนว่าควายที่ยังสนับสนุนทักษิณ ต่อยอกด้วยว่าไม่น่าให้มีสิทธิเลือกตั้งเลย กระแสเขียน รธน ใหม่ ให้ไม่มีแบบทักษิณอีก มาร้อนแรง รวมถึงอื่นๆอีกมาก ที่เห็นถึงและตกลง “ซื้อ” เลย “ภาพที่พันธมิตรสร้างขึ้นมา” ว่า มันมี “ระบอบทักษิณ” และทักษิณ จอมฮิตเลอร์ นั่งบัญชาการอยู่ที่ยอด

เป็นศูนย์รวมความชั่วร้ายของไทยอย่างเบ็ดเสร็จ ที่แม้กระทั่ง องคมนตรี ยังออกมาโจมตี และ พระสงค์องค์เจ้าอีก นับไม่ถ้วน

คือมากมาย เชื่อกันสนิทว่า “ถ้าไม่มีทักษิณ ไทยจะเจริญขึ้นมาก” และ ถึงกับสนับสนุน และเรียกร้อง “เผด็จการ” กันเลย ให้มา “กวาดล้างประเทศจากระบอบทักษิณ” โอโฮ เดินขบวนกันที มากันแสนสองแสนคน กลยุทธคือสร้างความปั่นป่วนให้สังคมให้มากที่สุด แบบปิดพาราก้อนเลย เอากันแบบให้คนทั่วๆไป “เบื่อประท้วง จนยอมไม่เอา ยอมทิ้ง ทักษิณ” กันเลย 

 จากวันนั้นถึงวันนี้ จะว่า พันธมิตร “ชนะแล้ว” ก็ว่าได้ เพราะทักษิณจากไปแล้ว แต่จะ ว่า “แพ้ราบคาบ” ก็ว่าได้ เพราะวันนี้ หกเดือนให้หลัง ดัชนีความสุขของคนไทย “ทรุด” เศรษฐกิจ “ดิ่งลงเหว” นักวิชาการแบบฉลองพภ ที่อักประชานิยมมาตลอด พูดอย่างเดียว “ต้องกระตุ้นจากรากหญ้า” นิสิตนักศึกษา ครูบาอาจารย์ แบบที่จุฬา ที่ออกมาเรียกร้องเผด็จการ หางานทำให้เด็กจบมหาลัยไม่ได้ คะแนนนิยมทักษิณ เกือบเท่านายกของคณะปฏิวัติ

 เวปโปรทักษิณ ถือกำเนิดเต็มเมือง บางอันเปิดมาสองเดือน มีแต่การเมือง คนเข้าไปแล้วเหยียบสามล้าน ถ้านับเป็นวัน บางเวป เหยียบสามหมื่นเข้าไปแล้ว ขยับเข้าเทียบชั้น ผู้จัดการ ที่มีคนเข้าไปดู ข่าวการเมือง ของผู้จัดการ ไกล้เข้าไปทุกที ห้องราชดำเนิน การเมืองล้วน คนเข้าแสนกว่า สนับสนุนทักษิณกันแทบทุกคน โพลบอก เอเอสทีวีคนเข้ามาก แต่พีทีวี เส้นสายทักษิณ จัดงานประท้วง ที่ไม่ได้เปิดตัวเสียที “คนมาเป็นหมื่นทุกหน”

 ทางปรัชญา ยอมรับกันแล้วแทบทั้งเมือง ว่าต้องมีทุนนิยม ต้องมีค้าขายโลก ต้องมีความเจริญ รัฐวิสาหกิจ ต้องบริหารดีกว่านี่ ประชานิยม ต้องมีต่อไป โพลบอกว่า การโกงกินจะมีต่อไป ในสังคมไทย ไม่ว่าใครเข้ามา ชักจะหนาหูขึ้นทุกที คนบอกทักษิณ โกงสิบทาท แต่สร้างความมั่งคั่งให้ชาติร้อยบาท ดีกว่าทหารโกงหนึ่งบาท แต่ความมั่งคั่งของชาติ “ติดลบ” นักวิชาการเองก็ชักจะมองประชานิยม แบบคนจนมอง คือรายได้เพิ่มเร็วกว่าหนี้ แล้วส่วนมากเอาไปลงทุนทำธุรกิจ ไม่ก็ซื้อรถซื้อบ้าน เป็นออมทางอ้อมอีกที ที่ยิ่งเพิ่มสัดส่วนออมเข้าไปอีก ส่วน รธน ที่จะสร้างมาปราบทักษิณ กลายเป็น “สัตว์ประหลาด” ที่นักวิชาการไม่ยอมรับ

 โอย หก เดือน โลกมันช่าง “กลับหลังหันเร็วเหลือเกิน” สื่อที่ออกโตจมตีทักษิณ และ “เลียทหาร” อย่างสุดๆ นับวันด่าทหารแรงขึ้น พันธมิตรเอง กลับมา “อัดนายกของทหาร” พันธมิตรเอง เริ่มมองหน้ากันไม่ติด ออกแถลงการ “โกหกตัวเองและคนสนับสนุนแทบทุกอาทิตย์” เช่น วันหนึ่ง อยู่ๆ ก็ต้องออกมาบอกว่าไม่เคยสนับสนุนการปฏิวัติ ทั้งที่แกนนำเรียกร้องให้ทหารอย่ายืนอยู่เฉยๆมาเป็นเดือน อยู่ๆ ก็ออกมาอัด แกนนำ คนเคยพูดบนเวทีตัวเอง ที่ดันไปขึ้นเวทีต่อต้าน เผด็จการ แบบไม่ถือญาติดีกันอีก อยู่ๆ ต้องรีบแถลงการ ว่าทุนใหญ่ตัวเองคือ ทีพีไอ ไม่ได้กดดันตัวเองให้ทำอะไรผิดจรรยาบรรณ สรุปคือ “น๊อตของพันธมิตรชักจะหลุด”

 สรุป คือ “คนผิดหวังในคณะปฏิวัติ” และ “ผิดหวังในทางออกที่พันธมิตรเสนอมาให้” แล้ว ผนวกกับการเห็น พันธมิตร เข้า “ฟอร์มเดิม” คือเรียกร้องปฏิวัติซ้อน ให้นายกลาออก และ กัดคนที่ไม่เห็นด้วยไปทั่วเมือง ถึกกับ “ราชเลขากันเลย” อย่างนี้ สิ่งที่เขาหวังว่าจะได้กันจากการรัฐประหาร “คือยุติและทุกคนสมานฉันท์กัน” กลับกลายเป็นพันธมิตร “เด็กสปอย จะเอาทุกอย่างดังใจตัวเอง”

 แล้วเมื่อเริ่มรู้สึกว่า “ขายชักไม่ออก คนชักไม่ซื้อ” แล้วทำไง ก็พยายามทำเหมือนเดิม คือ “ปลุกผี” ทักษิณ ไม่รัก ทั้งสามสถาบันหลักของชาติ ขึ้นมาอีก แล้วก็โจมตีมันหมดทุกคน ที่ไม่หันมา “กระทืบทักษิณ” เช่น ด่าประชาธิปไตยของคนไทย ฉบับไหนก็ตาม อย่างหยาบคาย สรุปว่าคือ ซื้อเสียงและหย่อนบัตร สามสิบวิ ทำให้ไทยไม่เคยมีประชาธิปไตย และจะไม่มีไปอีกนาน เลยออกมาสนับสนุนให้เลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก ให้อยู่ใต้เผด็จการกันต่อไป สาเหตุก็เพราะ “กลัวทักษิณกลับมาจะปลุกกระแสคนเป็นสิบล้านออกมาสนับสนุนทักษิณ” กลัวไปถึง “เงา” ของ ทรท ในพรรคอื่นที่สร้างมาจากพลพรรค ทรท เก่า ขนาดออกมาอัก สมคิดผู้กลับใจ จน สมคิด “ต้องถอยเข้าถ้ำไปเลย” แล้วทุกวันนี้ อัดนายกของตัวเองยับ แบบรายวัน ที่ไม่กระทืบทักษิณ

 สรุปคือ พันธมิตร “น๊อตชักหลุด แล้ว ยิ่งขันให้กลับไปแน่นเหมือนเดิมแค่ไหน รอยตะเข็บชักขาดสบั้น” ก็มันจะยึดอะไรได้หละครับท่านผู้อ่าน ทุกวันที่ผ่านไป ชัดขึ้นทุกที ว่าคน ออกตัวว่า “รัก” สามสถาบัน นั้น กลับกำลังทำลายสามสิ่งนั้นลง ด้วยการ คอรัปชั่นกันเอง จนปืนยิวจะลงภาคใต้อยู่แล้ว หรือไม่ก็คนที่ต้องเป็นกลาง ดันมาต่อต้านรัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง ไม่ก็ดึงฟ้าต่ำ ลงเอง ด้วยวาจาสุดจาบจ้วง แบบ “เรื่องใครต้องลาออก”

 และจุดสุดท้ายที่คนไทยชนิด รักชาติจริงและฟังทุกฝ่าย รอจากพันธมิตรกันมานาน คือพวกคนไทยที่ “สร้างสรรค์ต้องการ หาทางออกจากปัญหาให้ชาติ” ที่รอคอยกันคือ “คำตอบ” คือ ด่ากันจับจุดอ่อนกันนะ “มันง่าย” แต่เสนอมาสิ ว่าทำอย่างไรดี ปรากฏว่าไม่มีคำตอบจาก สวรรค์ที่ชื่อพันธมิตร เช่นด่าว่า “ไทยไม่เคยมีประชาธิปไตย” ก็เอาสิ เสนอมาสิว่าทำอย่างไรให้มันมี แต่นอกจากเดินขบวนต่อต้าน “คนต้องบริหารจริงๆแล้ว” พันธมิตร “ไม่มีคำตอบให้อะไรเลย “คือเก่งแต่ด่าคนอื่นว่าเลวยังไงตลอดเวลา” คือบนโลกของคนต้องปฏิบัตร ล้มเลิกประชานิยม แกนกลาง ของระบอบทักษิณ เลิกเมื่อไหร่ คนจนเป็นล้านเข้ามาประท้วงในกรุงเทพ หรือ จะไม่เอาทุนนิยม เจริญเติบโตนิยม วัตถุนิยม ค้าขายต่างชาตินิยม อีกแกนของ ระบอบทักษิณ คือเลิกของพวกนี้เมื่อไหร่  พ่อค้าแม่ค้า เป็นสิบล้าน “ตกงาน” 

คือก็เสนอทางออกมาสิ แต่ไม่มี คำก็ทักษิณ “ทรยศ” ชาติ ด้วยการโกงกิน อีกคำก็ ทักษิณ “ซื้อเสียง” คือโกงกินมันมีมาทุกสมัยนะ จะหยุดมันอย่างไรในเมื่อมันอยู่ในเลือดคนไทยมาเป็นร้อยๆปีแล้ว มันแปลกไหมที่อยู่ๆมาเกิดต่อมจริยธรรมสูงส่งในรัฐบาลทักษิณ

คือทำดีกับปัญหาหละ จะสร้างระบบ ลอบบี่ยิส ขึ้นมา ถ่วงดุลการโกงกินหรือไม่แบบในชาติตะวันตก จะมีกฏหมายแบบ Sabanes Oxley ออกมาให้โปร่งใสหรือ คืออะไรหละคือทางออก นอกจากการสร้าง ภาพ ให้ทักษิณ เป็น “มารคอรัปชั่น” คือ ปราบ ทักษิณ แล้วดีขึ้นไหม ก็ดูเอาเองสิ ทักษิณหายไปหกเดือนแล้ว ปราบทักษิณไปแล้วนิ แล้วไง ก็เหมือนเดิม คำถามเกี่ยวกับการโกงกินของทหาร เต็มไปหมด สรุปคือคน “ผิดหวังกันมาก” และคน “เริ่มเห็นความจำเป็นและความจริง” ที่มันขัดกับ ภาพ ของพันธมิตร

แล้ว ยิ่งคนเห็นว่า คตส ต้องพยามเขี้ยวเข็น ให้พ้องร้องทักษิณมากแค่ไหน ต้องไปขุดกฏหมายกันขนาดไหนมามัดให้ได้ แบบกองทุนฟื้นฟู มันยิ่งตอกย้ำว่า “บางทีอาจจะโกงน้อยกว่าที่คิด ต่างจากที่เป็นภาพ ว่าจอมเขมือบนะ” ไม่เชื่อผมไม่เป็นไร คอยดูศาลกันแล้วกัน แบบ ทรยศชาติ เรื่องแปลงสัมปทาน เอื้อเอไอเอส ที่เอาเรื่องเก่ามาปัดฝุ่นให้ใหม่ตอนนี้ เก่งจริงไปอ่านคำแก้คำกล่าวหาที่ออกมาแล้ว เป็นปี ดูสิ แล้วจะถึงบางอ้อว่า “ใครกำลังหลอกใคร” แต่ประเด็นมันคือ มันไม่มีอะไรใหม่เลยเรื่องข้อกล่าวหาทักษิณว่าโกง เขาตอบมาทุกเรื่องแล้ว ตอนกำลังเกลียดกันนะ ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นหลอก ต่อให้ความจริงมันงัยก้นอยู่ก็ไม่รู้สึก

แต่ตอนนี้สิน่าคิด คนกำลังสับสน คนเกลียดทักษิณ ชักจะเฉยๆขึ้น คนรักเผด็จการ ชักจะผิดหวัง “ต่อมอารมณ์มันชักจะด้านขึ้นทุกทีเพราะผ่านมามากขึ้น” ความจริงเริ่มออกมาทีละนิด และ กำลัง “กัดกินมายาของพันธมิตร”

สรุปใหญ่ คือคนไทย “ฝันเปียกการตลาดไปกับพันธมิตรมานาน” แต่วันหนึ่ง ก็ค้อง “ตื่นขึ้นมา” แล้วก็เห็นว่าตัวเอง ฝันไปเท่านั้นเอง ถึงสวรรค์บนดิน ว่ามีจริง แต่ในโลกของความเป็นจริง คนก็กลับไปถาม คนฉายหนังให้ดู ว่าหลังลุกขึ้นออกนอกโลกหนัง แก้ปัญหาอย่างไรดี เพราะมันเต็มไปหมดเหมือนเดิม สิ่งที่พันธมิตรทำให้ ทางออกของพันธมิตร คือ “เชิญดูหนังรอบต่อไป คราวนี้เรื่องทักษิณจอมมารภาคที่ห้าสิบ” ขอให้ดูให้สนุกนะ ส่วนคำตอบ นี่มันโลกของเอเอสทีวี และ สื่อ เข้าใจไหมว่ามันคือ มายา พวกเราพันธมิตร ไม่ใช่นักปฏิบัตร  ไม่มีทางออกจากอะไรให้หลอก นอกจากเรียกร้อง ปฏิวัติซ้อน และ ให้มารตัวใหม่คือสุรยุทธิ ออกไป

 มันก็เพราะแบบนี้ไงทุกท่าน ผมถึงประเมิณว่า ขุมกำลัง ของ พันธมิตร ทุกวันนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

 

Sponsors

ความแค้น "ลงลึก" ไทยจะไม่สงบไปอีกนาน

ความไม่สงบอันยิ่งใหญ่

 

หลังเลือกตั้งครั้งหน้า “คือจุดเริ่มต้นของความไม่สงบใหญ่”

เขียนอย่างนี้ เพราะไม่กลัวทหาร “ไม่คืน” อำนาจให้ปชช แต่เพราะต้องการบอกทหารและทุกคนว่า “สิ่งที่ทำมาและกำลังจะทำลงไป” เป็นการวางพื้นฐานแห่งความ “วุ่นวาย” อย่างไม่รู้จบ สาเหตุหลักก็เพราะว่า “ความแค้นของคนถูกกระทำนั้นลงลึกยิ่งนัก” และพรรคการเมืองนั้น มีแต่ “สุมไฟ” ให้มันโหมแรง และในที่สุด “โครงสร้าง” หรือ บ้านของคนไทยนั้น “สร้างขึ้นมาด้วยฟาง” ไม่ต้องมองอื่นไกล เด็กผู้หญิงอายุ 11 ที่เรียกร้องประชาธิปไตย ถูกจับเข้าค่ายทหารไปเรียบร้อยแล้ว”

 ภาคปชช

เอาจะบอกให้ฟังว่าพื้นฐานมันเป็นยังไง พรรคทรท ที่ถูกยุบไปแล้วมีสมาชิกประมาณ 15 ล้านคน คนอีสาน คนเหนือ คนบางส่วนของภาคกลาง “รักทรทมาก” สรุปง่ายๆก็แล้วกัน คนเป็นล้าน ทั่วไทย และเป็นแสนในกรุงเทพ “รักและชอบทรท” หันมาอีกมุม สนธิ บัง บอกมาแล้ววันนี้ ว่าที่เข้ามาก็เพื่อ “ทำลายอำนาจเก่า” นั่นก็คือ ทรท ลงกล้าพูดแบบนี้ มันก็แน่นอนว่า “จะมีคนโกรธและไม่พอใจ” สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในไทย

 อารมณ์โกรธและไม่พอใจนี้ “จะอยู่ในจิตใจคนเป็นล้าน” ไปอีกนานแค่ไหน จริงๆแล้วก็ไม่มีใครทราบได้ อารมณ์นั้น อาจจะหายไปหมด เมื่อมี รธน ใหม่และการเลือกตั้ง สิ่งนี้ก็เป็นไปได้ แต่ในอีกแง่ การที่ คมช ออกมาทำลายล้างพรรคทรทแบบนี้ อย่างที่ สนธิ บัง คุย หนักหนาเมื่อวาน ว่า “ผมบอกแล้วไม่ต้องไปใส่เกียร์ว่าง อำนาจเก่าไม่ต้องไปกลัวอะไร เรากำลังทำลายมันลงอย่างเป็นระบบ ทีละก้าว” แต่เอ มันก็แปลก ที่ยิ่ง คมช กุมหมัดเหล็กเข้าบดชยี้พรรคทรทมากขึ้นแค่ไหน มันก็ยิ่งมีกลุ่มคน ออกมาต่อต้าน มากขึ้นเท่านั้น และกลุ่มคนกลุ่มล่าสุด ที่ร่อนจดหมายไปทั่ว ก็คือ “พวกศาลที่ออกมาเตือนว่าระบบนิติธรรมและยุติธรรมไทย กำลังถูกทำลายลง โดยการกระทำของ คมช และ องค์กรที่ตั้งขึ้นมา”

 สรุปสักหน่อยคือ ไม่มีใครทราบได้เลย ว่าวันข้างหน้าจะออกมาอย่างไร จะมีความสงบ หรือจะมีการประท้วงต่อเนื่องต่อไป แต่ที่แน่ๆ ในขณะที่คดีต่างๆเริ่มเข้ารัดตัวทักษิณ และคมชกำลัง “อาบไออุ่น” ของการเห็นทักษิณ ถูกบีบให้ตายคามือ  “รอยร้าวใหญ่มาก” กำลังเกิดขึ้น และรอบร้าวนั้น ก็คือ “ความ ไม่ เชื่อถือในหลักนิติธรรมและยุติธรรม กำลัง แพร่กระจาย ไปยังคนเป็นล้านๆคน”

เอาหละอีกฝ่ายหละ ถึงแม้ว่าคนหัวกระทิ กลางๆ หรือ พวก ศาลจะออกมาเตือนถึงวิกฤตตุลาการใหม่ อีกฝ่ายที่ต่อต้านทักษิณ ก็เชื่อกันสนิทใจว่า คำตัดสินต่างๆ จะ ของ คตส หรือ ตุลาการ นั้น “เที่ยงธรรมแล้ว” คนพวกนี้ ก็มีอีกเป็นล้านล้านคน แล้วสองภาคส่วน ของปชชนี้ ที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย แต่ละฝ่ายมีสาเหตุและเหตุผลสนับสนุนตัวเอง สองภาคส่วนปชช นี้ “จะประสานกันอีกได้อย่างไร” อะไรทำให้มั่นใจว่าหลังเลือกตั้ง มันจะสงบ

 นี่คือพื้นฐานใหญ่ของสังคมไทย ของปชช ชาวไทย ที่ เห็นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่ง “สะใจที่ทักษิณและพลพรรคทรทถูกทำลาย” อีกฝ่าย “เจ็บแค้นและมองว่าไม่ยุติธรรมเลย” มองดูภาพแล้ว มันน่าจะไม่สงบไปอีกนานมากเลย

 ภาคการเมือง

ภาคการเมือง ก็ไม่ได้ทำให้ ภาค ปชช นั้น สมานฉันท์ อะไรกันขึ้นมาเลย พรรคปชป และ อะไรก็ตามที่จะมาแทนพรรคทรท ก็ยังต่อสู้กันอย่างเผ็ดมันต่อไป เสมือนว่า ปชช ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายไปแล้ว ชนิด ดึงกันมาสนับสนุนตัวเองไม่ได้ คือแทนที่จะทำกิจกรรมการเมืองด้วยความสร้างสรรค์ หาทางออกให้สังคม หรือ “แข่งกันดี” เพื่อเป็นทางออกให้ปชช ภาคการเมือง กลับ “จับขั้ว” แล้วย่ำยี ฐานเสียงของอีกฝ่าย และ เล่นการเมือง เพื่อหาประโยชน์จากสถาณการณ์และกลไกของอำนาจ เพื่อตัวเอง ก็เช่น พรรคปชป เลือกที่จะกลายเป็นที่ผ่องถ่ายอำนาจ ของ คมช เพราะมีจุดยืนเดียวกัน คือการทำลายล้างทรท และทักษิณ แทนที่จะเลือก ถอยห่างออกมาจาก คมช และเดินเกมเพื่อหาแรงสนับสนุน จากฐานเสียงปชชของทรท จนในใจของ ฐานเสียงปชช ของ ทรท กลับกลายเป็นว่า ปชปนั้น “ไม่ใช่ทางที่เลือกได้” กลับกลายเป็น พรรคปชป ที่เผด็จการสร้างขึ้นมากับมือ จนปชช มีแต่ความเกลียดชังให้ ยิ่งมองประวัติศาสตร์ สองสามปีที่ผ่านมาแล้ว ยิ่งแสดงให้เห็นมากขึ้น ในตาฝ่ายทักษิณ ว่า ปชป นั้น เล่นการเมืองเพื่อชนะเท่านั้น ไม่มีจิตใจด้านประชาธิปไตยเลย

 นี่คือพื้นฐานทางการเมือง คือแตกแยกอย่างที่สุด จ้องหาจังหวะทำลายล้างกัน ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างและเรื่อง ที่กำลังเกิดขึ้น โดยไม่คำนึงถึงเสียงของประชาชนเลย จะเห็นได้ว่า ปชป นั้นไม่สนใจเลย ว่า ทรท จะได้ลงแข่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ไม่สนใจเลยที่จะค้าน รธน ที่ห้ามเอาโทษ คมช ไม่สนใจเลย ว่า รธน นั้น กำลังจะสร้างรัฐบาลชนิดไหนออกมา ขอเพียงแต่ว่าเป็นแกนนำและนายก เป็นพอใจ แต่อีกด้าน ขนาดมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ยังไม่เอาเลย รธน ฉบับนี้ และรัฐบาลอำมาตรที่กำลังจะมาแล้ว แล้วในขณะเดียวกัน แทนที่จะมองพรรคทรท ที่กำลังถูกทำลายลงอย่างจงใจ อย่างที่สนธิ บังกล่าว ไม่ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย แต่กลับ นั่งรออย่างสบายใจ ให้พรรคทรทถูกทำลายลงไป โดยเผด็จการ สรุปคือความชอบธรรมนั้น ไม่เหลืออีกแล้วในระบบการเมือง

 ภาคโครงสร้าง

ในขณะที่หุ้นวิ่งขึ้นเพราะเชื่อกันว่าเผด็จการคุมม็อบอยู่ และ”ไออุ่นฟุ้งไปทั่ว” กรุงเทพ ประเด็นหลักที่ สนธิ บัง กล้า พูดตรงว่ากำลังทำลายพรรคทรทอย่างเป็นระบบนั้น มันมีสาเหตุเดียว คือเส้นเลือดทุกสายที่วิ่งเข้าหากรุงเทพ กำลังถูกปิดกั้น เพราะการรวมตัวกันประท้วงเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เมื่อเผด็จการผ่านพ้นไป แน่นอนว่าว่าเส้นเลือดนั้น จะถูกเปิดออก แล้วอะไรจะเกิดขึ้น จากสามสี่หมื่นของทุกวันนี้ที่สนามหลวง อาจจะกลายเป็นสามสี่ล้านเอาง่ายๆ

 แล้วมันมีประเด็นอะไรหละสำหรับสามสี่ล้านที่จะออกมาหลังเลือกตั้ง ก็แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ก็คือยุบทรทและตัดสิทธิทางการเมือง ชนิดหักดิบหลังนิติธรรม ในตาคนมากมาย สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักประชาธิปไตย ถูกกดดันอย่างหนักมานาน รธน ที่หลายส่วนสำคัญของสังคมไม่ยอมรับ และการกระทำของคตส และการไม่เอาผิดกับ คมช และกลไกของ คมช นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว แล้วอะไรกำลังจะตามมา ก็อาจจะเป็นการเลือกตั้ง ที่ “ล็อกเสปก” ไว้เรียบร้อยแล้วว่าต้องเป็น ปชป คดีต่างๆในศาลที่อาจจะเห็นทักษิณเข้าคุก